ข่าว

รวบ! เจ้าอาวาสวัดดังอนาจารสาว

รวบ! เจ้าอาวาสวัดดังอนาจารสาว

29 พ.ย. 2560

กองปราบปราม รวบเจ้าอาวาสวัดชื่อดัง แจ้งข้อหากระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี

 
 
               เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 29 พ.ย.60 พ.ต.อ.ไมตรี ฉิมเฉิด รรท ผบก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบก.ป. , พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผกก.4 บก.ป. จับกุม นายสมเกียรติ (สงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี เป็นเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งใน จ.เพชรบูรณ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ จ. 2596/2560 ลงวันที่ 27 พ.ย.60 ในข้อหา “กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม” โดยสามารถจับกุมได้ภายในวัดแห่งหนึ่งใน จ.เพชรบูรณ์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
               พ.ต.อ.จรูญเกียรติ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านใน ต.ลาดแค อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ว่า พระครูฯ มีพฤติกรรมชู้สาวกับ ส.ต.หญิง (ขอสงวนชื่อนามสกุล) ประจำอยู่ค่ายทหารแห่งหนึ่งใน จ.พิษณุโลก โดยก่อนหน้านี้ ส.ต.หญิงคนดังกล่าวมีฐานะยากจน พ่อและแม่จึงได้นำมาฝากให้พระครูฯ ซึ่งทางพระครูฯ ได้ส่งค่าเล่าเรียนตั้งแต่มัธยมศึกษาปีที่ 2 ซึ่งสอดรับกับข้อมูลชาวบ้านว่า เคยพบเห็น ส.ต.หญิงคนดังกล่าวเข้าไปหาพระครูฯ ที่กุฏิวัดในเวลากลางคืน จนกระทั่งเมื่อสำเร็จการศึกษาทางพระครูฯ ได้ฝากให้เข้ารับราชการทหาร เนื่องจากมีความสนิทสนมกับนายทหารชั้นผู้ใหญ่ในกองทัพ
               ต่อมาหลังจาก ส.ต.หญิงดังกล่าว ได้ไปประจำที่ค่ายทหาร จ.พิษณุโลก และได้พบรักกับแฟนหนุ่ม จนทำให้พระครูฯ ทราบเรื่อง และเกิดความหึงหวง จึงได้เดินทางไปหา ส.ต.หญิงรายนี้ พร้อมกับพวกอีก 7 คน ก่อนจะเกิดการชกต่อยทะเลาะวิวาทกับแฟนหนุ่มของ ส.ต.หญิง ซึ่งต่อมาไม่นานนี้ทาง ส.ต.หญิง ได้หมั้นหมายกับหนุ่มใหญ่วัย 51 ปี เนื่องจากตั้งครรถ์ได้ 3 เดือน โดยมีการจัดงานห่างจากวัดที่พระครูฯ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส เพียง 300 เมตร ซึ่งการหมั้นครั้งนั้น เป็นที่เคลือบแคลงสงสัยของชาวบ้านว่า เป็นการจัดฉาก รวมทั้งลูกในท้องอาจจะเป็นลูกของพระครูฯ หรือไม่ อีกทั้งยังพบว่ามีหญิงสาวหลายสิบคนเคยถูกพระครูฯ ลวนลาม และยังพบว่ามีพฤติกรรมใช้เงิน เพื่อเป็นสิ่งล่อลวงให้หญิงสาวคนนี้มาร่วมกระทำผิดเชิงชู้สาว
               พ.ต.อ.จรูญเกียรติ กล่าวอีกว่า นอกจากพฤติกรรมชู้สาวแล้ว ยังเป็นที่รู้กันดีว่า พระครูฯ มักจะอ้างตัวว่ารู้จักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง สามารถฝากเข้าทำงานราชการได้ และบริเวณโดยรอบกุฏิของพระครู มักจะมีบอดี้การ์ดแต่งชุดลายพรางคล้ายทหารพกอาวุธปืนคอยคุ้มกันตลอดเวลา อีกทั้งมีพฤติกรรมไม่ออกมาทำกิจของสงฆ์ โดยเก็บตัวอยู่ในกุฏิ รวมทั้งแอบออกจากวัดในเวลากลางคืน ซึ่งทำชาวบ้านมองว่าเป็นพระผู้มีอิทธิพล
               มีรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. ได้นำกำลังเดินทางไปที่วัดดังกล่าว หลังทราบว่า พระครูฯ เพิ่งจะเดินทางกลับมาจากประเทศอินเดีย เพื่อแจ้งข้อกล่าวหา กับพระครูฯ ในฐานความผิดคดีทุจริตเงินทอนวัด แต่ครั้งนั้นเจ้าหน้าที่ยังไม่พบตัวพระครูฯ อยู่ที่วัด ก่อนที่จะมาถูกจับกุมในครั้งนี้
               โดยคดีทุจริตที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปปป. ได้ตรวจสอบแล้วพบการทุจริตเกิดขึ้นที่วัดหลายแห่ง โดยรอบแรก เป็นการทุจริตงบอุดหนุนบูรณะปฏิสังขรณ์วัด และพัฒนาวัด 12 วัด ตั้งแต่ปี 2555-2559 ความเสียหายประมาณ 60 ล้านบาท มีผู้ต้องหา 10 ราย ต่อมา บก.ปปป.ลงตรวจสอบรอบที่สอง พบเป็นการทุจริตงบอุดหนุน 3 ประเภท คือ 1.อุดหนุนบูรณะปฏิสังขรณ์วัดและพัฒนาวัด 2.อุดหนุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และ 3.อุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา-แผนกธรรม-แผนกบาลี จำนวน 23 วัด ตั้งแต่ปี 55-60 ความเสียหายประมาณ 140 ล้านบาท มีผู้ต้องหา 19 ราย
               รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ทางพนักงานสอบสวน กก.4บก.ป.จะสอบสวนพระครูฯ รายนี้อย่างละเอียด โดยในวันพรุ่งนี้จะนำตัวไปให้เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นผู้ทำการสึก หากตัวพระครูฯ ไม่ยินยอมสึก ก็จะนำตัวกลับมาส่งศาลอาญา เพื่อให้ศาลเป็นผู้พิจารณา เบื้องต้นจากการสอบปากคำพระครูฯ ยังให้การปฏิเสธ พร้อมกับอ้างว่าถูกกลั่นแกล้ง และเรื่องดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นมานานแล้วจำไม่ได้ ส่วนการที่ต้องมีเด็กผู้หญิงคอยเข้ามาภายในกุฏินั้น ก็เพื่อให้เข้ามาทำความสะอาด และทุกครั้งที่เข้ามาก็ไมได้เข้ามาเพียงลำพังคนเดียว แต่เข้ามาพร้อมกันหลายคน ซึ่งตนยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาอย่างอื่นแอบแฝงแต่อย่างใด
               นอกจากนี้ในระหว่างการเข้าจับกุม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. ยังได้จับกุมตัว นายสม (นามสมมติ) อายุ 30 ปี ลูกศิษย์วัดคนสนิทที่มักอ้างตัวเป็นทหาร โดยสามารถตรวจยึดกระสุนปืนได้เป็นจำนวนมาก พร้อมด้วยซองกระสุนปืน โดยควบคุมตัวส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.ดงขุย ดำเนินคดีต่อไป
                รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า นายสมเกียรติหรือพระครูฯ มีความสนิทสนมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลทหารชุดนี้ ซึ่งพระครูฯ เคยเดินทางเข้าอวยพรวันคล้ายวันเกิดของเจ้าหน้าที่ระดับสูงรายนี้ถึงบ้านพักอีกด้วย ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ระดับสูงรายนี้ ยังได้สร้างศาลาเอนกประสงค์ ถวายให้กับทางวัดด้วยเช่นกัน