ข่าว

"วัชระ"อัดรัฐบาลรุนแรงชาวบ้านค้านโรงไฟฟ้า

"วัชระ"อัดรัฐบาลรุนแรงชาวบ้านค้านโรงไฟฟ้า

29 พ.ย. 2560

"วัชระ"อัดรัฐบาลใช้ความรุนแรงกับชาวบ้านค้านถ่านหิน ห่างไกลปรองดอง วอนศาลให้ผู้ต้องหาประกับตัวไม่ใช้หลักทรัพย์ ชี้"แบมุส"อาจไม่หายแนะตามหา

          29 พ.ย.60 นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งข้อสังเกตว่า นายมุสตาร์ซีดีน วาบา หรือแบมุส แกนนำกลุ่มคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน อาจจะหนีไปที่อื่นโดยอ้างว่าถูกคุมตัว หรืออาจไปเที่ยวกับผู้หญิงเหมือนกรณีของคนอื่น ว่า เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของ รัฐบาลที่จะต้องตามตัวแกนนำท่านนี้ให้พบ ไม่ว่าเขาอยู่ที่ไหนก็ตาม เพราะว่าเขาอาจจะไม่ได้ไปเที่ยวกับผู้หญิงตามที่ พล.ท.สรรเสริญ ตั้งข้อสังเกตก็ได้ ต้องทำความจริงเรื่องนี้ให้กระจ่างว่าเขาหายไปเพราะอะไร

           ทั้งนี้ตนเห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้น การใช้อำนาจรัฐมีความรุนแรงกับผู้ชุมนุมค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน อย่างการเอาโซ่เส้นใหญ่ๆพันธนาการพวกเขาราวกับไม่ใช่คน ซึ่งเรื่องนี้ทางรัฐบาลจะต้องตั้งสติ่า คนเหล่านี้เขาแค่เห็นต่างเรื่องการสร้างโรงไฟฟ้า พวกเขาใช้วิธีสันติในการแสดงออก จัดขบวนเดินทางมายื่นหนังสือให้นายกรัฐมนตรี แต่กลับถูกกระทำด้วยวิธีที่รุนแรง ซึ่งวิธีต่างๆที่เกิดขึ้นไม่ใช่การปรองดอง อีกทั้งยังเป็นการขยายความขัดแย้งในพื้นที่ภาคใต้ด้วย

         นายวัชระ กล่าวต่อว่า นอจจากนี้ยังมีประกาศให้บางพื้นที่เป็นพื้นที่กระทบความมั่นคงนั้น เป็นเจตนาต้องการใช้อำนาจ กอ.รมน. เพื่อให้ดำนเนินการยพื้นที่เกินกว่าขอบเขตของกฎหมายได้ ซึ่งตนมองว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่มีพี่น้องประชาชนออกมาเรียกร้องแน่นอน โดยเรื่องเหล่านี้ไม่เป็นผลดีต่อการท่องเที่ยว และการลงทุนในภาคใต้แน่ๆ ตนเห็นด้วยที่พล.ท.สรรเสริญ ระบุว่าจะไม่ยอมให้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย แต่ก็ต้องดูว่าชาวบ้านเขามีเจตนาอะไร อย่าทระนงว่ามีมาตรา 44 ในมือ เพราะหัวใจของคนใต้นั้นใหญ่กว่ามาตรา 44

          นอกจากนี้ตนทราบมาว่ามีชาวบ้านหลายคนที่ถูกจับกุม ไม่มีหลักทรัพย์ในการประกันตัว จึงขอเรียกร้องให้ศาลใช้ระบบประเมินความเสี่ยงปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งเป็นโครงการใหม่ เพื่อให้ชาวบ้านประกันตัวได้โดยไม่ต้องใข้หลักทรัพย์ ซึ่งพวกเขาเหล่านี้มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง อีกทั้งไม่มีพฤติการก่อความไม่สงบ และยังเป็นการแสดงให้เห็นว่าเรื่องทุนทรัพย์ไม่ใช่อุปสรรค์การเข้าถึงกระบวนยุติธรรมด้วย หรือทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ที่เป็นต้นเหตุของความขัดแย้ง จะช่วยประกันตัวชาวบ้านก็ได้ เพื่อบรรยากาศความสมานฉันท์และเป็นโอกาสในการเปิดเวทีพูดคุยถึงปัญหาโรงไฟฟ้าต่อไปได้