
สหกรณ์คลองจั่น จี้ "ดีเอสไอ" เร่งคืนของกลาง
สมาชิกสหกรณ์คลองจั่นฯรวมตัวหน้าสำนักงานดีเอสไอ เร่งรัดให้คืนของกลาง 299 รายการ มูลค่า 3,800 ล้านบาท ภายหลังคณะกรรมการธุรกรรมปปง.ไม่รับดำเนินการ
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) -29 พ.ย.60-สมาชิกสหกรณ์คลองจั่นฯรวมตัวหน้าสำนักงานดีเอสไอ เร่งรัดให้คืนของกลาง 299 รายการ มูลค่า 3,800 ล้านบาท ภายหลังคณะกรรมการธุรกรรมปปง.ไม่รับดำเนินการ อธิบดีดีเอสไอนัดประชุม 4 ฝ่าย ถกวิธีคืนของกลาง 13 ธ.ค.นี้
นายเผด็จ มุ่งธัญญา ประธานที่ปรึกษาสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด นายวันชัย บุนนาค ทนายความของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร พร้อมด้วยสมาชิกสหกรณ์คลองจั่นจำนวนหนึ่ง ได้เดินทางมาทวงถามความคืบหน้าในการคืนทรัพย์ของกลาง 299 รายการ มูลค่า 3,800 ล้านบาท เพื่อนำมาดำเนินการตามกฎหมายแพ่ง โดยสมาชิกสหกรณ์ได้นำสำเนาหนังสือของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ที่ส่งถึงประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์คลองจั่น เรื่องการขอรับทรัพย์สินที่ดีเอสไอส่งมอบให้ปปง.ไปดำเนินการ โดยผลการประชมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 20/2560 วันที่ 30 ต.ค.60 มีมติไม่ดำเนินการกับทรัพย์สินทั้ง 299 รายการ เนื่องจากสหกรณ์ได้ยื่นฟ่องนายศุภชัยกับพวกรวม 18 คน เป็นจำเลย ซึ่งศาลมีคำพิพากษาและออกหมายบังคับคดีแล้ว ปัจจุบันสหกรณ์ได้ดำเนินการบังคับคดีแล้ว จึงเป็นกรณีที่สหกรณ์สามารถดำเนินการได้ตามกฎหมายอื่นได้อยู่แล้ว และจะเกิดประโยชน์กับสหกรณ์ได้มากกว่าจะดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงิน ทั้งนี้ปปง.ได้แจ้งมติดังกล่าวไปให้ดีเอสไอและกรมบังคับคดีรับทราบแล้ว จากนั้นดีเอสไอได้ขอให้สมาชิกสหกรณ์ส่งผู้แทน 7-10 คน เข้ารับฟังข้อชี้แจงถึงขั้นตอนการดำเนินการต่างๆ
นายเผด็จ กล่าวว่า หลังจากที่ ปปง.มีหนังสือแจ้งกลับมาว่ามีมติไม่ดำเนินการกับทรัพย์สินจำนวน 299 รายการ และขอให้สหกรณ์ฯนำทรัพย์สินไปดำเนินการเพื่อให้เกิดประโยชน์กับสมาชิกได้ ปัจจุบันการแก้ไขปัญหาของสหกรณ์ฯเริ่มดีขึ้น ตัวเลขความเสียหายที่เกิดขึ้นมีทั้งหมดประมาณ 17,000 ล้านบาท โดยมีสมาชิกที่เสียหายถูกโกงเงินไปประมาณ 18,000 คน จากสมาชิกทั้งหมด 50,000 คน ตอนนี้สหกรณ์หาเงินมาทยอยจ่ายเงินให้สมาชิกได้แล้วประมาณ ร้อยละ 11 คิดเป็นเงินประมาณ 1,000ล้านบาท หากดีเอสไอคืนเงินส่วนนี้มาให้สหกรณ์ฯก็จะสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้อีกหลายพันราย ประกอบกับตอนนี้ทางกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ รวมทั้งรัฐบาลก็ยื่นมือมาจะช่วยเหลือ จึงอยากให้ดีเอสไอคำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนด้วย
"เข้าใจว่าที่ต้องพิจารณาเพราะเรื่องนี้มันมีทั้งส่วนของคดีแพ่ง และอาญา ในส่วนที่เป็นคดีเเพ่ง ปปง.ก็ชี้ชัดแล้วให้คืนให้สหกรณ์ หากดีเอสไอจะอายัดของกลางไว้จนสิ้นสุดกระบวนการคดีอาญา คงต้องใช้เวลารออีกอย่างน้อย 7-8 ปี แบบนี้สมาชิกก็คงแย่ บางคนคงเสียชีวิตไปแล้ว" นายเผด็จ กล่าว
ด้าน พ.ต.ต.วรณัณ ศรีล้ำ รองโฆษก ดีเอสไอ ตัวแทนรับหนังสือจากสมาชิกสหกรณ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ทันที ต้องมีการประชุมคณะกรรมการทำงานในคดีว่า เหตุใด ปปง.มีคำตอบกลับมาเช่นนี้ มีข้อกฎหมายใดเกี่ยวข้องบ้าง โดยจะนัดประชุมหารือไนวันที่ 13 ธ.ค.นี้ เนื่องจากคดีนี้ดีเอสไอทำงานพิจารณาคดีร่วมกับอัยการ จึงจะได้เชิญทั้ง กรมส่งเสริมสหกรณ์., อัยการ,กรมบังคับคดี และดีเอสไอ มาร่วมหารือกัน ยืนยันเข้าใจความเดือดร้อนของประชาชน แต่คดีมีมูลค่าความเสียหายสูง จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
นางกนกลดา เจริญศิริ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการ กล่าวเพิ่มเติมว่า เรื่องนี้จะต้องตรวจสอบว่าทรัพย์สินทั้งหมดนั้นเป็นทรัพย์สินในคดีอาญาและคดีแพ่งจำนวนเท่าไร ในกรณีที่ต้องคืนให้กับสมาชิกนั้น ตามกฎหมายของกลางที่เป็นทรัพย์สินทางอาญาจะต้องให้คดีความถึงที่สิ้นสุดและมีการสั่งขายทอดตลาดจากศาล แต่หากเป็นคดีความทางแพ่งก็จะต้องประชุมว่าจะสามารถคืนให้สมาชิกทางใดบ้าง
พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง กล่าวว่า ดีเอสไอไม่สามารถใช้อำนาจคืนของกลางได้โดยลำพัง เนื่องจากเป็นของกลางที่ยึดไว้ในคดีอาญา การคืนของกลางจำเป็นต้องดำเนินการโดยคณะกรรมการคืนของกลาง โดยในวันที่ 13 ธ.ค.นี้ พนักงานสอบสวนกองคดีการเงินการธนาคารจะประชุมร่วมกับอัยการฝ่ายคดีพิเศษ เพื่อดำเนินการให้ถูกต้องและเหมาะสมให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสมาชิกสหกรณ์



