ข่าว

ร้องยธ.ช่วยเยียวยาเหยื่ออาชญากรรม

ร้องยธ.ช่วยเยียวยาเหยื่ออาชญากรรม

28 พ.ย. 2560

"ปวีณา" พาเหยื่ออาชญากรรม 3 ราย ถูกฆ่า ถูกข่มขืน ทำร้ายร่างกาย  ร้องขอเงินเยียวยาเหยื่อคดีอาญาจากกองทุนยุติธรรม

 

          28 พ.ย.60 - นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้นำนางจันทิรา ศรีศักดิ์ มารดาของน.ส.จริยา ศรีศักดิ์ หรือน้องน้ำ ที่ถูกนายจ้างทำร้ายเสียชีวิตและนำศพฝังดินภายในไร่ในพื้นที่จ.เพชรบุรี พร้อมด้วยน.ส.เอ (นามสมมุติ) 15 ปี และมารดา ที่ถูกอาเลี้ยงหลอกบังคับขายบริการทางเพศใน จ.อยุธยา และมารดาของด.ญ.ไข่มุก (นามสมมุติ) อายุ 1 ปี 7 เดือนที่ถูกชายหนุ่มที่ตามจีบทำร้ายร่างกายจนได้บาดเจ็บสาหัส เข้ายื่นหนังสือต่อนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กำกับดูแลสำนักงานกองทุนยุติธรรม เพื่อขอความช่วยเหลือในกระบวนการยุติธรรมและขอรับเงินช่วยเหลือผู้เสียหายในคดีอาญา 

          นางปวีณา กล่าวว่า ผู้เสียหายทั้ง 3 รายได้มาร้องเรียนและขอความช่วยเหลือที่มูลนิธิปวีณาหงสกุล ตนจึงประสานหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ติดตามและดำเนินคดี แต่ผู้เสียหายยังมีความจำเป็นจะมาขอใช้สิทธิ์ในกระบวนการยุติธรรม จึงมาขอให้กระทรวงยุติธรรมช่วยเหลือ โดยเฉพาะรายของด.ญ.ไข่มุกที่ถูกชายหนุ่มที่ตามจีบมารดา แต่มารดาไม่ยอมรับรักทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส สมองบวม ตับฉีกขาด ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ และรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลชลบุรี ซึ่งมีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก 

ร้องยธ.ช่วยเยียวยาเหยื่ออาชญากรรม

 

          ด้านนายธวัชชัย กล่าวว่า หลังรับเรื่องจะประสานกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ, กองทุนยุติธรรม และศูนย์บริการร่วม เพื่อให้ความช่วยเหลือ เบื้องต้นกองทุนยุติธรรมจะพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือผู้เสียหายหรือเหยื่อในคดีอาญาตามแต่กรณี โดยรายของน้องน้ำที่เสียชีวิตหากไม่มีประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้องจะได้รับเงินเยียวยาสูงสุดตามกฎหมาย 110,000 บาท ส่วนรายของน.ส.เอที่ถูกหลอกค้าประเวณี จะได้เงินช่วยเหลือไม่เกิน 50,000 บาท ขณะที่กรณีของมารดา ด.ญ.ไข่มุกจะได้ค่ารักษาพยาบาลจ่ายตามจริงไม่เกิน 40,000 บาท แต่เป็นกรณีที่ไม่ได้รับสิทธิ์การช่วยเหลือจากหน่วยงานอื่นด้วย ในส่วนของคดีความต้องปล่อยให้พนักงานสอบสวนดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะคดีค้าประเวณีซึ่งมีความซับซ้อนและอาจมีผู้ร่วมกระทำผิดหลายราย แต่หากญาติเห็นว่าคดีมีความล่าช้าก็สามารถเข้ามาขอความช่วยเหลือได้ แต่สิ่งที่กระทรวงเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ที่สุดคือการให้ความช่วยเหลือเรื่องทนายความและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีที่อาจจะต้องเข้าไปเป็นโจทก์ร่วม หรือเรียกร้องค่าเสียหายในทางแพ่ง โดยจะนำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนแก่ผู้เสียหาย หรือค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ ทั้งนี้ ปกติคณะกรรมการจะพิจารณาให้เงินช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เพราะทราบถึงความยากลำบากของผู้เสียหายและเป็นเรื่องที่รัฐต้องดูแลผู้เสียหายตามสิทธิ์ แต่หากผู้เสียหายไม่พอใจสามารถอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการได้ใน 30 วัน.