
ตม.สุวรรณภูมิรวบแก๊งปลอมหนังสือเดินทาง
ตม.สุวรรณภูมิ รวบชาวต่างชาติแก๊งปลอมหนังสือเดินทาง สารภาพรับซื้อพาสปอร์ตที่ถูกขโมยมา ก่อนจะนำมาปลอมให้ลูกค้า โดยมีเอเย่นต์ย่านพัทยา
เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 28 ก.ย. พล.ต.ต.พงศ์เดชน์ ไชยประวัจน์ ผบก.ตม. 2 , พ.ต.อ.วิทวัส บูรณสมภพ รอง ผบก.ตม. 2 ,พ.ต.อ.วีรพล เจริญศิริ ผกก.กก.สส.ปป.บก.ตม. 2 ,พ.ต.ท.วิฑูรย์ เดโช รอง ผกก.กก.สส.ปป. 2 ,พ.ต.ท.ปรม พฤทธิกุล รอง ผกก.กก.สส.ปป. 2 ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายอาฮู แรมบาแรก อายุ 45 ปีถือหนังสือเดินทางประเทศอังกฤษ และนางสาวแพททิเซีย เซกเกจ อายุ 45 ปี ถือหนังสือเดินทางประเทศสวีเดน ซึ่งทั้ง 2 คน เป็นผู้ต้องหา เครือข่ายปลอมแปลงหนังสือเดินทางชาวต่างชาติ ได้ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
พล.ต.ต.พงศ์เดชน์ กล่าว่า จากการสืบสวนและขยายผลของเจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวนปราบปราม สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 2 และเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งได้ประสานงานร่วมกันมาโดยตลอด เกี่ยวกับกลุ่มคนร้ายเครือข่ายปลอมแปลงหนังสือเดินทางชาวต่างชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ในประเทศไทย
โดยจะนำหนังสือเดินทางถูกขโมยมาจากประเทศแถบยุโรปแล้วลักลอบนำเข้ามาในประเทศไทยเพื่อทำการดังแปลงเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ ภายในเล่มแล้วจึงจำหน่ายให้แก่ผู้ที่ต้องการซื้อนั้น จึงได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนปราบปรามเพื่อติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายดังกล่าว
กระทั่งสืบทราบทราบว่าเวลาประมาณ 16.00 น.วันที่ 27 ก.ย. 52 จะมี นายอาฮู แรมบาแรก อายุ 45 ปีถือหนังสือเดินทางประเทศอังกฤษ และนางสาวแพททิเซีย เซกเกจ อายุ 45 ปี ถือหนังสือเดินทางประเทศสวีเดน จะเดินทางมาจากประเทศอังกฤษ ซึ่งจะอำพรางโดยการมาคนละเที่ยวบินกัน
แต่ทั้งสองจะเป็นผู้นำหนังสือเดินทางที่ถูกขโมยมาจากประเทศแถบยุโรปจำนวนมากเข้ามา ทั้งนี้ พ.ต.ต.จิรกฤต จารุนภัทร์ สว.กก.สส.ปป.บก.ตม. 2 จึงได้วางกำลังดักซุ่มบุคคลดังกล่าว จนพบปรากฏว่า นางสาวแพททิเซีย เซกเกจ ได้เดินทางมาก่อน และได้รอจนกว่าจะพบนายอาฮู แรมบาแรก ซึ่งเดินทางมาทีหลัง
หลังจากนั้นทั้งสองได้พบกันและพาไปเรียกรถแท็กซี่เพื่อจะเดินทางไปพัทยา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เข้าไปแสดงตัวและขอทำการตรวจค้นสัมภาระของทั้งสองที่ติดตัวมา
จากการตรวจค้นพบหนังสือเดินทางต่างประเทศเป็นจำนวนมาซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนังสือเดินทางแถบยุโรป โดยห่อในถุงพลาสติกสีดำและซุกซ่อนในกระเป๋าเป็นอย่างดี รวมหนังสือเดินทางที่ทั้งสองคน ที่นำมามีจำนวนทั้งสิ้น 103 เล่ม โดยในจำนวนดังกล่าวมีหนังสือเดินทางที่ได้ดัดแปลงเปลี่ยนภาพถ่ายแล้วด้วย
สอบถามนายอาฮู รับสารภาพว่า ได้นำเข้ามาจริงโดยจะรับซื้อหนังสือเดินทางที่ได้จากขโมยมาจากประเทศต่างๆในราคาเล่มละประมาณ 100-150 เหรียญ และทำการส่งมอบให้เพื่อนที่พักอาศัยอยู่ที่พัทยา เพื่อนำไปดัดแปลงข้อมูลต่างๆ และจำหน่ายให้ผู้ที่ต้องการ ในราคาเล่มละ 1,000 เหรียญ
หากครั้งนี้ทำได้สำเร็จและได้ดัดแปลงแล้วหนังสือเดินดังกล่าวจะมีมูลค่าถึง 4 ล้านบาท แต่ถูกจับได้เสียก่อน ส่วนเพื่อนที่รออยู่ที่พัทยานั้น ผู้ถูกจับยังไม่ยอมบอกว่า เป็นผู้ใด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการจับกุมสืบสวนเพื่อขยายผลจับกุมเครือข่ายนี้ต่อไป



