ข่าว

ทีมรื้อคดีครูจอมทรัพย์ เตรียมหลักฐานพร้อมชี้แจง 

ทีมรื้อคดีครูจอมทรัพย์ เตรียมหลักฐานพร้อมชี้แจง 

28 พ.ย. 2560

ทีมรื้อฟี้นคดีครูจอมทรัพย์ ประชุมเตรียมหลักฐานแจงขั้นตอนช่วยเหลือ  ยันเดินหน้าช่วยเพราะมั่นใจใจผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์รถไม่เคยเฉี่ยวชน

 

          28 พ.ย.60-ทีมรื้อฟี้นคดีครูจอมทรัพย์ ประชุมเตรียมหลักฐานแจงขั้นตอนช่วยเหลือ  ยันเดินหน้าช่วยเพราะมั่นใจใจผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์รถไม่เคยเฉี่ยวชน สีของรถไม่ตรงกับเศษสีที่ติดอยู่กับจักรยาน  ป้ายทะเบียนเปลี่ยนตั้งแต่ปี 47 ก่อนเกิดอุบัติเหตุในปี 48 และพบพิรุธของรถ บค 56 มุกดาหาร 

           แหล่งข่าวจากกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ทีมงานชุดช่วยเหลือรื้อฟื้นคดีอาญาให้กับนางจอมทรัพย์ ศรีบุญหอม หรือแสนเมืองโคตร ได้ประชุมร่วมกันเพื่อเตรียมข้อมูลหลักฐานเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ชกระทรวงยุติธรรม ว่า การรื้อฟื้นคดีอาญาเริ่มต้นขึ้นจากนายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง นำนายสัป วาปี ได้ไปแจ้งความกับตำรวจที่จ.นครพนม ว่าเป็นผู้ก่อเหตุขับรถยนต์ชนคนตาย  จากนั้นตำรวจ นายสัปและนายสุริยา มาขอความช่วยเหลือกับสำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครพนม แต่นายสุริยาไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง จึงได้ติดต่อไปที่สามีและหลานของนางจอมทรัพย์ให้มายื่นคำร้อง ซึ่งสำนักงานยุติธรรมจังหวัดได้ตรวจสอบเบื้องต้นและส่งเรื่องมายังกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพเมื่อปี 2557 ก่อนเสนอเรื่องตามขั้นตอนมายังนางสุวณา สุวรรณจูฑะ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งขณะนั้นเป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม รับผิดชอบศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม และส่งต่อให้นายนิธิต ภูริคุปต์ อดีตผ บ.สำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนยื่นคำร้องขอให้ศาลรับรื้อฟื้นคดี กระทั่งศาลอุทธรณ์มีคำสั่งรับรื้อฟื้นคดี

          แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่า  ต่อมาพ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เข้ามารับผิดชอบศูนย์ลูกหนี้ฯ จึงได้ตรวจสอบพยานหลักฐานในคดีของนางจอมทรัพย์ก่อนนำขึ้นพิสูจน์ในชั้นศาล ซึ่งผลการตรวจสอบด้วยเครื่องจับเท็จพบว่า นายสุริยาและนายสัป ให้การเท็จ และบุคคลทั้ง 2 ยังยอมรับว่ามีการว่าจ้างให้เบิกความเท็จ โดยหลังจากทราบเรื่องพ.ต.อ.ดุษฎีได้ตัดบุคคลทั้ง 2 ออกจากบัญชีพยาน และได้แจ้งให้ตำรวจทราบว่ามีขบวนการว่าจ้างให้รับผิดแทนกัน อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่กระทรวงยุติธรรมไม่ยุติการให้ความช่วยเหลือ เนื่องจากพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์บ่งชี้ว่ารถของนางจอมทรัพย์ไม่ใช่รถที่เกิดอุบัติเหตุชนรถจักรยาน เพราะตัวถังรถของครูจอมทรัพย์เป็นสีบรอนซ์ทอง ไม่ใช่สีเขียวซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่ติดอยู่กับรถจักรยานที่ถูกชน ที่สำคัญการรื้อฟื้นคดีเป็นสิทธิ์ที่ใช้ได้เพียงครั้งเดียว หากถอนเรื่องเท่ากับครูจอมทรัพย์เสียสิทธิ์ในการพิสูจน์ทันที จึงจำเป็นต้องพิสูจน์ให้สิ้นข้อสงสัยเกี่ยวกับรถยนต์ของนางจอมทรัพย์ ซึ่งสำนวนการสอบสวนของตำรวจระบุว่าสีเขียวที่ติดอยู่กับรถจักรยานมาจากแผ่นป้ายทะเบียนรถ ขณะที่ผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันได้ว่าแผ่นป้ายทะเบียนรถนางจอมทรัพย์ไม่เคยถูกชน

          แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า ส่วนกรณีที่มีการระบุว่านางจอมทรัพย์เปลี่ยนป้ายทะเบียน ก็เป็นการขอเปลี่ยนตั้งแต่ปี 2546 ก่อนเกิดอุบัติเหตุ 11 มี.ค. 48 ทำให้แผ่นป้ายทะเบียน บค 56 ของนางจอมทรัพย์ มีตัวเลขควบคุมการผลิตที่ 470082670 ซึ่งหมายเลขตรงกับสำเนาภาพถ่ายที่ตำรวจใช้ประกอบสำนวนคดีขับรถชนคนตาย นอกจากนี้ ในชั้นการตรวจสอบชุดรื้อฟื้นคดียังพบด้วยว่ารถหมายเลขทะเบียน 56 สีเขียวมีอยู่คันเดียว คือ บค 56 มุกดาหาร จดทะเบียนในชื่อ นายสัป วาปี แต่มีการขายเปลี่ยนมือโดยไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ มีหลักฐานเพียงการทำประกันภัยรถยนต์ ซึ่งเปลี่ยนแปลงชื่อผู้รับผลประโยชน์จากนายสัป เป็นบุคคลอื่น และในช่วงเกิดอุบัติเหตุรถยนต์หมายเลขทะเบียน บค 56 มุกดาหาร ขาดการต่อทะเบียนไป 9 เดือน หลังมีการตัดสินคดีนางจอมทรัพย์แล้ว  รถคันดังกล่าวจึงถูกนำไปจดทะเบียนขอให้งานอีกครั้งพร้อมเสียค่าปรับจากการต่อทะเบียนล่าช้า 108 บาท  แต่ปัญหาคือไม่สามารถนำรถยนต์หมายเลขทะเบียน บค 56 มุกดาหาร มาตรวจสอบได้เนื่องจากผู้ครอบครองอ้างว่าในไปขายเป็นเศษเหล็กจนไม่สามารถติดตามมาตรวจสอบได้