ข่าว

กทม.ชงรบ.รับแก้ไขปัญหาช้างเร่ร่อนเป็นวาระแห่งชาติ

กทม.ชงรบ.รับแก้ไขปัญหาช้างเร่ร่อนเป็นวาระแห่งชาติ

28 ก.ย. 2552

ที่ประชุมผู้บริหาร กทม.เห็นชอบต่อยอดโครงการแก้ปัญหาช้างเร่ร่อนปี 2553 เสนอให้รัฐบาลรับการแก้ปัญหาช้างเร่ร่อนเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมจัดเวิร์กช็อปร่วมกับ จ.สุรินทร์ เพื่อทุกฝ่ายร่วมแก้ปัญหาช้างอย่างยั่งยืน และรณรงค์ปลูกจิตสำนึก อนุรักษ์ช้างไทยในเด็กและเยาวช

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงการดำเนินงานโครงการช้างยิ้มอย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาช้างเร่ร่อน โดย กทม.จะเสนอต่อรัฐบาลให้การแก้ไขปัญหาช้างเร่ร่อนเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาช้างเร่ร่อนเกิดความยั่งยืน เป็นระบบ และได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง พร้อมกันนี้ในปีงบประมาณ 2553 กทม.ยังมีแผนดำเนินการสนับสนุนโครงการอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย โครงการสนับสนุนยุทธศาสตร์แก้ไข ปัญหาวิกฤติช้างไทยอย่างยั่งยืน ในวันที่ 21 ตุลาคม 2552 ณ ทำเนียบรัฐบาล โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการวางแผนแก้ปัญหาช้างเร่ร่อน แบบพหุพาคี ระหว่างวันที่ 30-31 ตุลาคม 2552 ณ จ.สุรินทร์ กิจกรรมรณรงค์ปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์ช้างไทย และจัดกิจกรรมประกวดการเขียนเรียงความ นักเรียน 3 ระดับ ได้แก่ ประถมศึกษาตอนปลาย (ป.4-ป.6) มัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1-ม.3) และมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-ม.6)

 นอกจากนี้ กทม.ได้ดำเนินการยกร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการนำช้างมาหารายได้ในเขตกรุงเทพมหานคร พ.ศ.... โดยมีสาระสำคัญ ประกอบด้วย การห้ามบุคคลนำช้างมาเร่ร่อนแสวงหารายได้หรือประโยชน์อื่นใดในกรุงเทพมหานคร การห้ามบุคคลสนับสนุนส่งเสริมการนำช้างมาหารายได้ ห้ามมิให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้ที่ดินของคนเป็นที่พักช้าง ผู้ฝ่าฝืนระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน และหรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท และพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจจับกุม ยึดทรัพย์สินส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

 ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวด้วยว่า ภายหลังจากที่ กทม.เข้มงวดในการดำเนินมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาช้างเร่ร่อน พบว่าจำนวนช้างเร่ร่อนในเขตกรุงเทพมหานครลดลงจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม กทม.ยังไม่สามารถนิ่งนอนใจต่อภาวะดังกล่าวได้ เนื่องจากควาญช้างยังคงนำช้างไปเร่ร่อนในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง อีกทั้งโทษจับปรับตามกฎหมายสำหรับผู้ฝ่าฝืนนำช้างเข้ามาเร่ร่อนในกรุงเทพฯ มีโทษปรับเพียง 500 บาทเท่านั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินมาตรการอย่างครบวงจรและได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล รวมถึงเครือข่ายช่วยเหลือช้าง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาช้างเร่ร่อนยั่งยืน ทั้งนี้ กทม.จะเดินทางไป จ.สุรินทร์ เพื่อหารือกับภาครัฐ เจ้าของช้าง และควาญช้าง ตลอดจนดูพื้นที่เพื่อเป็นสถานที่รองรับช้างให้มีงานทำ หรือคืนช้างสู่ธรรมชาติ

 พร้อมกันนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวย้ำด้วยว่า กทม.จะทำทุกสิ่งอย่างเพื่อให้ปัญหาช้างเร่ร่อนหมดไปจากพื้นที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 2 กรกฎาคา 2553 ครบ 1 ปีตามที่ประกาศไว้