
สศค.มองศก.สิ้นปีนี้ติดลบ3%ปีหน้าบวก3.3%
สศค.ประเมินจีดีพีปี 2552 ใหม่ คาดทั้งปีติดลบแค่ 3% ส่วนปีหน้ามองภาพดีขยายตัวเป็นบวก 3.3% เหตุการเมืองนิ่งมากขึ้น เร่งอัดฉีดงบ-เบิกจ่ายโครงการไทยเข้มแข็ง กระตุ้นเอกชนเริ่มกลับเข้ามาลงทุน
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สศค.ได้ประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจไทยปี 2552 ใหม่ โดยคาดว่าจะติดลบ 3% จากเดิมมองว่าติดลบ 2.5-3.5% เนื่องจากไตรมาส 3 เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวและน่าจะต่อเนื่องถึงไตรมาส 4 แม้ครึ่งปีแรกจะติดลบ 6% แต่ครึ่งปีหลังน่าจะอยู่ที่ 0% ซึ่งไตรมาส 3 จีดีพียังติดลบ 3-4% มีการหดตัวลดลง ส่วนไตรมาส 4 น่าจะกลับมาขยายตัวเป็นบวก 3-4% มีปัจจัยหนุนจากการเร่งรัดเบิกจ่ายเงินงบประมาณและจากการเมืองนิ่งที่มากขึ้น จึงคาดการณ์ว่าปี 2553 จีดีพีจะเติบโตได้ในระดับ 3.3% มีช่วงขยายตัวที่ 2.5-4.1% จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงจากการใช้จ่ายภาคเอกชน ทั้งการบริโภคและการลงทุนที่ยังฟื้นตัวช้า และยังต้องติดตาม 5 ปัจจัยหลัก คือ ราคาน้ำมันที่หากเปลี่ยนแปลงทุก 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จะมีผลกระทบต่อจีดีพี 0.2% รองลงมาคืออัตราแลกเปลี่ยน ที่มีผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน โดยหากเงินบาทเปลี่ยนแปลงทุก 1 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ 0.3% การเบิกจ่ายของรัฐบาล และโครงการไทยเข้มแข็ง ที่ทุกการใช้จ่าย 1 แสนล้านบาท จะมีผลทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น 0.4% แต่หากเบิกจ่ายไม่ได้ตามเป้าหมาย อาจส่งผลให้จีดีพีปีหน้าขยายตัวไม่ถึง 3.3%
รวมถึงสถานการณ์ทางการเมือง หากนิ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจมากขึ้น และเศรษฐกิจโลกที่ยังต้องจับตาว่าจะมีวิกฤติระลอกใหม่ตามมาหรือไม่ รวมถึงเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าของไทย ที่หากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าเปลี่ยนแปลงทุก 1% จะมีผลต่อเศรษฐกิจไทย 1.03% และทุกปัจจัยเสี่ยงนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหา แต่ยืนยันว่าไทยยังไม่มีปัญหาฟองสบู่จากภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพราะสินเชื่อยังหดตัว และราคาบ้านยังไม่ขยับขึ้น อีกทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีวินัยทางการเงินที่สูงมาก
“จุดเด่นของไทยคือเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันที่ลดลง เงินบาทแข็งค่าขึ้น การว่างงานลดลงเหลือ 1.2% ซึ่งสถานการณ์น่าจะดีต่อเนื่องถึงปีหน้า ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนเริ่มฟื้นตัวและเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าขยายตัวเป็นบวก 2.8% จากปีนี้ติดลบ 1.5% จึงคาดว่าส่งออกจะกลับมาขยายตัวเป็นบวกที่ 5.6% จากปีนี้ติดลบ 14.8% ส่วนการนำเข้าบวก 12.4% ขณะที่ปีนี้ติดลบ 22.2% จึงมีความเป็นไปได้มากที่จีดีพีปีหน้าจะขยายตัวได้ 3.3% หรืออาจมากกว่านี้ เนื่องจากฐานปีนี้อยู่ในระดับต่ำมาก” นายสมชัย กล่าว



