
"อย่ารังเกียจทหาร เพราะเลือดสีเดียวกัน" บิ๊กตู่ อ้อนคนใต้
"บิ๊กตู่" นำครม.สัญจรลงใต้ วอนปชช.อย่าเกลียดทหาร ลั่นเลือดสีเดียวกัน ตั้งใจเข้ามาพัฒนา
27 พ.ย.60 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางมาถึงตำบลบางเขา อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี โดยขบวนรถยนต์จากจังหวัดสงขลา เนื่องจากเครื่องต้องมาลงที่สงขลา เพราะปัตตานีฝนตกหนัก สนามบินใช้ไม่ได้ ต้องใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง ทำให้กำหนดการล่าช้าออกไปจากเดิม โดยเมื่อเวลา 11.00 น. ได้เดินทางมาถึงตลาดกลางปศุสัตว์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีการแสดงทางวัฒนธรรมชุด "ระบำลังกาสุกะ" เพื่อต้อนรับ ก่อนที่นายกรัฐมนตรีทำพิธีเปิดป้าย และพบประชาชนกว่า 2 พันคน
โดยนายกฯ กล่าวว่า เป็นการพบปะชาวใต้อีกครั้งอย่างเป็นทางการ วันนี้ไม่สามารถมาโดยเครื่องบินลงที่ปัตตานีได้ จึงต้องใช้เวลานาน จึงต้องขอโทษประชาชนด้วย แต่ตนรู้ดีว่าคนใต้น่ารักอยู่แล้ว โดยวันนี้ที่เดินทางมาเพื่อต้องการทำความเข้าใจนโยบายของรัฐบาล ไม่ได้มาหาเสียง ซึ่งในส่วนจังหวัดชายแดนภาคใต้มีการกำหนดการบริหารราชการแผ่นดินเป็น 6 ภาค และมีจังหวัดชายแดนภาคใต้ 3 จังหวัดและ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา ซึ่งตนยืนยันว่าตนเองให้ความสำคัญ
นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีได้แนะนำรัฐมนตรีที่ร่วมเดินทางมาด้วย ซึ่งเมื่อแนะนำพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นายกฯ ระบุว่า "งานความมั่นคงในขณะนี้ดีขึ้นเรื่อยๆ และต่อไป เศรษฐกิจก็จะตามมา และขออย่าไปเกลียดท่าน เพราะบ้านเมืองจะได้มีแต่คนดีๆ ขออย่ารังเกียจทหารเพราะเลือดสีเดียวกันทั้งนั้น และตั้งแต่เข้ามาทุกอย่างมีการพัฒนาขึ้น"
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ทุกคนเป็นคนไทยทั้งสิ้นไม่ว่าเชื่อชาติใดก็ตาม แต่เมื่อมีสัญชาติไทย ก็เป็นคนไทยทั้งสิ้น มีสิทธิเหมือนกัน เพราะเป็นคนไทย จึงขออย่าให้ใครแบ่งแยก และแบ่งแยกไม่ได้ตามรัฐธรรมนูญ
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ศาสนา แต่ทุกคนต้องอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข จะขัดแย้งกันอีกไม่ได้แล้ว ไม่ว่าสาเหตุอะไรก็ตาม ต้องร่วมกันให้ได้ ต้องไม่ให้ใครทำลายได้ เพราะเรามีประวัติศาสตร์ที่มายาวนาน จึงต้องช่วยกันขับเคลื่อนประเทศให้ได้ เพราะวัฒนธรรมที่หลากหลายเป็นเสน่ห์ของไทย ไม่เหมือนต่างประเทศที่เป็นรูปแบบเดียวกันหมด อย่าสร้างความขัดแย้ง จะทำแบบเดิมไม่ได้อีกแล้ว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ประเทศไทยยังเชื่อมโยงกับต่างประเทศที่ไม่มีอะไรกีดกั้นได้ โดยเฉพาะโซเชียลมีเดียแต่เมื่อแพร่ไปแล้วไม่เกิดประโยชน์ก็ต้องหยุด ซึ่งรัฐบาลไม่ได้อยากใช้กฎหมายทุกตัวเพราะถ้าใช้คงไม่เกิดการแบบนี้ และยืนยันว่าตนเองยังคงรับฟังทุกความคิดเห็น
"รัฐบาลให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชน แต่จะให้อย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องสร้างความเข้มแข็ง โดยเฉพาะข้าราชการที่ต้องพัฒนาตัวเอง ทั้งการจัดการ การใช้จ่ายงบฯ ให้ได้อย่างคุ้มค่า และหากใช้แต่กฎหมายในส่วนของตัวเองก็คงเดินหน้าไปไม่ได้ทั้งหมด ประชาชนก็ไม่ได้ประโยชน์ จึงขอให้ทุกคนตั้งเป้าหมายว่าให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด เพราะ ที่ผ่านมามีปัญหาทับซ้อนมานาน ตนไม่ได้มาหาเสียง แต่ต้องมาทำความเข้าใจ ว่าจะเดินหน้าประเทศอย่างไร เพราะตอนนี้มีปัญหามากที่เข้ามาแทรกแซง ซึ่งมีทั้งเรื่องจริงบ้างไม่จริงบ้าง ยืนยันว่ารัฐบาลนี้ทำมาเยอะมาก แต่อาจจะมาไม่ถึงในตอนนี้ และรัฐบาลนี้ทำเพื่อให้ประชาชนภาคใต้เข้าถึงทุกอย่างเหมือนคนภาคอื่นๆ และจะเร่งรัดอย่างเต็มที่" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
@@ เดินหน้าแก้ไฟใต้ เผยตปท.เข้าใจรัฐบาล ขออย่าแตกแยก
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ภาคใต้ ส่วนตัวมองว่าความสงบจะเกิดหรือไม่ อยู่ที่เราทั้งหมด เพราะเป็นเสียงส่วนใหญ่ เราเป็นคนยุติทุกอย่างได้ จะใช้กฎหมายอย่างเดียวไม่ได้ หากคนเป็นห่วงคนจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ยิ่งพูดยิ่งทำก็ยิ่งไม่สงบกว่าเดิม ทั้งที่มีเพียงคนส่วนเดียวที่สร้างปัญหา คนส่วนใหญ่จึงต้องไม่ให้คนกลุ่มนี้ทำได้ ขณะที่ความแตกต่างศาสนานั้น ตนเดินทางไปประเทศมุสลิมต่างเข้าใจรัฐบาล และบอกว่ารัฐบาลทำถูกแล้วที่นอกจากเรื่องกฎหมายยังเน้นเรื่องการพัฒนา การช่วยเหลือเยียวยาซึ่งก็ต้องแร่งดำเนินการ เพราะที่ผ่านมาอาจจะพูดคุยไม่เข้าใจ ยืนยันว่าจะต้องดูแลทั้งทหาร ตำรวจ ที่บาดเจ็บสูญเสีย และผู้ก่อความไม่สงบที่บาดเจ็บสูญเสียก็ต้องช่วยเหลือตามหลักมนุษยชนเช่นกัน เพราะเราต้องเดินตามกฎหมายของโลก
@@ ขอเวลาแก้ปัญหาราคายางทั้งระบบ ยันไม่เคยบิดเบือนข้อมูล ชวนคนใต้ปลูกมะพร้าวทุกบ้าน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า คนใต้สนใจการเมือง แต่ต้องคิดเรื่องการบ้านด้วยพร้อมๆ กับเรื่องการเมือง ซึ่งการลงมาประชุมที่ภาคใต้จะมีการลงทุนเรื่องโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ หลายโครงการที่งบประมาณจำนวนมาก แต่ต้องใช้เวลาทั้งหมด โดยเรื่องยางต้องแก้โดยการปลูกในพื้นที่ถูกต้อง และต้องดูแลคนที่บุกรุกด้วยพื้นที่ป่าหรือภูเขา
"ผมยืนยันว่าแก้ปัญหาเรื่องยางพาราอย่างเต็มที่ และไม่เคยบิดเบือนข้อมูล จะบิดเบือนเพื่ออะไร เพื่อให้ตัวเองรอดหรือ แล้วประชาชนจะได้อะไร แต่ขอให้ทุกคนเข้าใจว่าการแก้ปัญหาต้องค่อยเป็นค่อยไป และต้องดูตลาดโลกด้วย นอกจากนี้ผมขอสั่งการให้มีการตรวจสอบสต็อกยางที่มีอยู่ทั้งหมดว่ามีจำนวนเท่าไหร่ และใช้ยางในประเทศให้มากขึ้นเป็นแสนตันให้ได้โดยเร็ว และเป็นเรื่องที่ต้องทำ เป็นข้อสั่งการ พร้อมยอมรับว่าภาคการเกษตรราคาตกต่ำลงจริง และต้องแก้ปัญหาต่อไป แต่ภาคอื่นๆ เช่น การค้าขายที่ลดลงก็ต้องดูสภาพแวดล้อมอื่นๆด้วย ทั้งนี้ยังสั่งการให้ทุกกระทรวงร่วมมือกันใช้ยางพาราปู อ่างเก็บน้ำ โดยเฉพาะในอ่างเก็บน้ำที่เก็บน้ำไม่อยู่ หากไม่ทำจะถือว่าไม่ปฏิบัติตามนโยบายของผม" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ตนขอให้ปลูกมะพร้าวทุกบ้าน วันหน้าจะขายได้และมีกำไร ปลูกไว้ไม่กี่ปีก็โตแล้ว และกลายเป็นสมบัติให้แก่ลูกหลานได้ ทุกวันนี้เราผลิตไม่พอ แต่รับจากต่างประเทศมาแปรรูป บางสวนเลิกทำก็ปล่อยมะพร้าวร่วงลงดิน เกิดปัญหาหนอนหัวดำ ตนขอสั่งการให้ตรวจสอบบ้านใดต้นกำเนิดหนอนหัวดำจะสั่งปรับ ขอให้ดูแลสวนด้วย
@@ ลั่นไม่แทรกแซงเลือกตั้งท้องถิ่น ไฟเขียวอปท.เตรียมเลือกตั้ง แต่ขอทำเพื่อปชช.ก่อน
"หน้าที่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นขอให้อย่าคิดถึงแต่เรื่องการเตรียมการเลือกตั้ง แต่หากจะเตรียมก็เตรียมได้ แต่ขอให้ทำเพื่อประชาชนก่อน ช่วยทำในสิ่งที่รัฐบาลทำให้เดินหน้าต่อไปให้ได้ถ้าหากอยู่ต่อก็ต้องช่วยกันทำ แต่ผมก็ไม่เข้าไปแทรกแซง ส่วนการเดินหน้าประชาธิปไตยก็เป็นเรื่องของท่าน แต่ขอให้เลือกคนเหมาะสม มีวิสัยทัศน์ ทำงานตรวจสอบการทุจริต อย่าเลือกแต่คนที่สัญญาไว้ เพราะอาจทำได้แต่ผิดกฎหมายหรืออาจมีกระทบต่องบประมาณของประเทศ" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า กล่าวด้วยว่า เด็กๆ สมัยนี้หมกหมุ่ยกับหน้าตาตัวเอง แทนที่จะกลัวเจ็บป่วย แต่นี่ก็เหมือนป่วยที่ว่ากลัวตัวเองไม่สวย แต่ทุกคนสวย แต่สวยอย่างไรก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ขอให้สวยด้วยความดี ที่ผ่านมาเราหยิบวัฒนธรรม ต่างชาติเข้ามาแต่หยิบแต่สิ่งไม่ดี อย่างไรก็ตามตนไม่เคยว่าใครมีแต่ชมชมว่าคนใต้น่ารัก ยิ้มได้เมื่อภัยมาแต่ต้นไม่ใช่ภัยของท่าน ถึงเรื่องมาถึงตรงนี้ได้สร้างเสียงหัวเราะของประชาชนที่มาฟัง พร้อมกันนี้ยังอ้อน ประชาชนว่าขอให้คิดถึงตนบ้างวันละนิดก็พอ
@@ ขอชาวสวนยางอย่าเดินขบวนประท้วง ขู่จะผิดกฎหมาย
ทั้งนี้ช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "ผมขอเกษตรกรสวนยางพารา อย่าออกมาเดินขบวนประท้วง หรือออกมาวิ่งเพื่อเรียกร้องอะไรเลย เพราะรัฐบาลกำลังหาทางแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำอยู่ ทั้งกระตุ้นให้เกิดการใช้ยางให้มากขึ้น ในด้านการคมนาคม และปล่อยให้ตูนเค้าวิ่งไปเถอะ พวกท่านไม่ต้องไปวิ่งประท้วง เดี่ยวจะผิดกฎหมายกันอีก"
จากนั้นนายกรัฐมนตรี พบปะ คุยกับประชาชนแต่ระหว่างนั้นมีชาวบ้านที่เป็นชาวประมงเข้ามาพูดคุยด้วย กับปัญหาการประมงจนทำให้พลเอกประยุทธ์ทำเสียงเข้มดุใส่ ว่า "ไม่ต้องมาขึ้นเสียงกับผม" อย่ากดดัน รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่และให้คำนึงถึงภาคประมงทั่วประเทศและโลกด้วยไม่ใช่แก้ปัญหาของคนใดคนหนึ่งเท่านั้น จนทำให้พลเอกวิลาศ อรุณศรีที่อยู่ใกล้ๆ ลากตัวของชาวบ้านไปพูดคุยและแนะนำให้ไปหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัด



