ข่าว

พท.ออกแถลงการณ์ชี้อภิสิทธิ์ประชุมยูเอ็นไร้ประโยชน์

พท.ออกแถลงการณ์ชี้อภิสิทธิ์ประชุมยูเอ็นไร้ประโยชน์

28 ก.ย. 2552

"เพื่อไทย" ออกแถลงการณ์ จวก "นายกฯ" ประชุมยูเอ็น เปล่าประโยชน์ เตรียมสัมมนาเปิดโปงแฉข้อเท็จจริง ขณะที่ทูตเบลเยียมชี้นายกฯชูศักยภาพไทยได้ดีในเวทียูเอ็นและจี-20

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 28ก.ย.ที่พรรคเพื่อไทย คณะทำงานด้านยุทธศาสตร์ของพรรค ได้ประชุม มีนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค เป็นประธาน และมีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย โดยได้หยิบยกกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ เดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่องค์การสหประชาชาติ ขึ้นมาหารือด้วย ในที่สุดที่ประชุมมีมติออกแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยต่อภารกิจดังกล่าวของนายกฯ

 ต่อมาเวลา 16.30 น.นายปลอดประสพ ได้แถลงภายหลังการประชุมว่า พรรคได้ออกแถลงการณ์ในเรื่องดังกล่าว เพราะนายกฯเดินทางไปในฐานะผู้นำประเทศไทย แต่ล้มเหลว สูญเปล่า สิ้นเปลืองงบประมาณ ไม่คุ้มค่า ตามเหตุผลดังต่อไปนี้ 1.ไม่ทำตัวเป็นผู้แทนของประเทศไทย แต่ทำตัวเสมือนเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองเท่านั้น ชอบเล่นการเมืองตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่ในประเทศหรือต่างประเทศ ไม่รู้กาละเทศะ

 2.นายกฯใช้เวทีโลกบิดเบือดข้อเท็จจริง ใส่ร้ายคู่แข่งทางการเมือง จ้องทำลายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯในทุกโอกาส เอาการเมืองในประเทศไปประจานทำให้ประเทศเสียหาย ทั้งที่เมื่อ 3 ปีก่อนที่จะถูกปฏิวัติ พ.ต.ท.ทักษิณก็ไปที่นี้ แต่ท่านไม่ขึ้นไปพูด

 นายปลอดประสพ กล่าวว่า 3.นายกฯกล่าวอ้างถึงระบอบประชาธิปไตยสวยหรู แต่ข้อเท็จจริงที่ปฏิบัติในประเทศกลับตรงกันข้าม เช่น มีเอกสารและเทปที่นายกฯไปพูดที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ถึงการสมานฉันท์ การปรองดองของคนในชาติ การแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง แต่ไม่ได้ทำอย่างที่พูด เห็นได้ชัดเจนจากที่องค์กรยูเสด ได้ให้งบประมาณองค์กรเอกชนชาวพัฒนาประชาธิปไตยในประเทศไทย แสดงว่าไม่เชื่อมั่นประชาธิปไตยในประเทศไทยและอยู่ใต้ภาวะการณ์ครอบงำของฝ่ายทหาร

 4.นายกฯได้แสดงภาวะไร้ผู้นำชัดเจน โดยนิตยสารไทม์ แม็กกาซีน ได้แสดงบทความตีพิมพ์ว่า นายกฯของไทยเป็นเพียงคนกลางในการบริหารประเทศเท่านั้น คือไม่ได้เป็นผู้บริหารประเทศอย่างแท้จริง

 และ 5.นายกฯไปบรรยายที่มหาวิทยาโคลัมเบีย ไม่ได้พูดความจริง บิดเบือนข้อมูล ได้เสแสร้งว่าเป็นผู้ที่รักประชาธิปไตย และยังถือโอกาสดูถูกดูแคลนคนยากจนในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในโอกาสเดียวกันได้ถือโอกาสโจมตีกลุ่มบุคคลชั้นสูงของประเทศไทย

 ดังนั้น ในเรื่องเหล่านี้ พรรคเพื่อไทยจะจัดสัมมนาวิชาการร่วมกับนักศึกษามหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแจกแจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนคนไทยได้รับทราบ โดยไม่มีการตัดต่อ บิดเบือน เนื่องจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏในประเทศไทยในขณะนี้ถูกตัดต่อไปจำนวนมาก ขอให้สื่อมวลชนที่ตามไปนำมาเปิดเผยทุกแง่มุมด้วย

ทูตเบลเยียมชี้นายกฯชูศักยภาพไทยได้ดีในเวทียูเอ็นและจี-20

  ทั้งนี้เมื่อเวลา 8.30 น. นายรูดี เฟชเตรเทิน เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเบลเยี่ยมประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายอภิสิทธิ์  ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล สรุปสาระสำคัญการสนทนาดังนี้

 เอกอัครราชทูตเบลเยี่ยมฯ แสดงความขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ให้โอกาสได้เข้าพบในวันนี้ และแสดงความขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ให้ความช่วยเหลือในการดำเนินธุรกิจของ บริษัทเอกชนของเบลเยี่ยมในประเทศไทยมาโดยตลอด ทั้งนี้ได้ทราบข่าวจากเพื่อนร่วมงานที่สหรัฐอเมริกาว่าสุนทรพจน์และกิจกรรม ที่นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วม ณ สหรัฐอเมริกา นั้นช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและเพิ่มพูนความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย

 นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าถึงแม้ว่าในปัจจุบันยังคงมีความท้าทายอยู่ โดยเฉพาะปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจและการเงินโลก แต่นายกรัฐมนตรียังคงเชื่อมั่นว่าไทยมีศักยภาพที่จะพัฒนาความสัมพันธ์และ ความร่วมมือกับเบลเยี่ยม และพร้อมที่จะทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ของทั้งสองประเทศ ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันที่ว่าในด้านความสัมพันธ์ทวิภาคีนั้น จะต้องดำเนินการเจรจาแผนปฏิบัติการร่วมไทย-เบลเยียม (Joint Plan of Action) ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือในทุกด้าน อาทิ การแลกเปลี่ยนการเยือน การค้า การลงทุน วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่าประเทศไทยมี นโยบายเปิดกว้าง และพร้อมเปิดรับนักลงทุนต่างชาติ

 ในโอกาสนี้นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงการเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาว่าในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญและการประชุม G20 ผู้ นำส่วนใหญ่ต่างเห็นพ้องกันว่าหากทุกฝ่ายร่วมมือกันจะประสบความสำเร็จในการ ฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างแน่นอน และนอกจากนี้ยังได้มีการหยิบยกปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศว่าเป็น ปัญหาที่สำคัญและจะต้องรีบเร่งรัดการแก้ไข

 เอกอัครราชทูตเบลเยี่ยมได้แจ้งว่าเบลเยี่ยมจะดำรงตำแหน่งประธานสหภาพยุโรป (EU) ในช่วงเดือน ก.ค.-ธ.ค. ปี 2010 และจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรป (Asia-Europe Meeting) ครั้งที่ 8 ระหว่างวันที่ 4-5 ตุลาคม 2010 ซึ่งเบลเยี่ยมมีความตั้งใจที่จะให้การประชุมผู้นำประสบผลสำเร็จในเชิงรูปธรรม