ข่าว

ผัวร.ท.หญิงเหยือกามเผยถูกโทรขู่เริ่มทำใจ

ผัวร.ท.หญิงเหยือกามเผยถูกโทรขู่เริ่มทำใจ

28 ก.ย. 2552

ร.ท.หญิงเหยื่อล่วงละเมิดทางเพศเข้าร้องกก.สิทธิฯ “ระเบียบรัตน์”เตรียมบุกทำเนียบจี้"นายกฯ"เอาผิดพล.อ.ฉาว พร้อมแฉยังมีผู้ที่ถูกกระทำเหมือนกับร.ท.หญิงอีกเพียบพร้อมเปิดตัว

(28ก.ย.) นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช นายกสมาคมเสริมสร้างครอบครัวให้อบอุ่นและเป็นสุข พร้อมด้วยร.ท.หญิง ผู้เสียหายที่ถูกพล.อ.ล่วงละเมิดทางเพศ และสามีผู้เสียหาย เข้ายื่นหนังสือต่อนางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชน เพื่อขอความเป็นธรรม โดยนางระเบียบรัตน์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนเสียใจมากที่ได้ยินผู้ใหญ่ในกระทรวงกลาโหมบอกว่าเป็นเรื่องส่วนตัว จึงต้องนำเรื่องมาร้องต่อกรรมการสิทธิฯ เพื่อขอให้ช่วยเหลือ ซึ่งการที่ผู้หญิงที่ถูกกระทำลุกขึ้นมาเปิดเผยเรื่องนี้ต่อสังคมไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี มีคนตั้งคำถามกลับมาว่าการออกมาเปิดเผยของร.ท.หญิง เพราะต้องการแบล็คเมล์หรือไม่ สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้กองทัพเสียหายอย่างหนัก แต่ตนได้หน้าเพียงคนเดียว คำพูดเช่นนี้ทำให้คิดว่าตนยังทำได้ไม่ดีพอหรือเปล่า สังคมจึงไม่เห็นว่ามีการล่วงละเมิดทางเพศเกิดขึ้นในที่ทำงาน กรณีลักษณะนี้เชื่อว่าไม่ได้มีแต่ร.ท.หญิงคนเดียว ตนจึงอยากให้คณะกรรมการสิทธิฯ ช่วยผลักดันให้มีพ.ร.บ.ขจัดความรุนแรงในที่ทำงาน โดยในวันพรุ่งนี้ (29 ก.ย.) จะไปยื่นหนังสือต่อ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ด้วย

 นางระเบียบรัตน์ กล่าวว่า จากการทำเรื่องนี้ทำให้ตกใจมาก เมื่อรู้ว่าหากนายทหารระดับนายพลขึ้นไป กระทำความผิดแล้วจะไม่มีบทลงโทษทางวินัยมาจัดการ โทษสูงสุดคือการว่ากล่าวตักเตือนจากผู้บังคับบัญชา ซึ่งจะแตกต่างจากข้าราชการพลเรือนที่ไม่ว่าระดับเสมียนจนถึงระดับปลัดกระทรวง หากทำผิดก็ต้องได้รับโทษทางวินัยตั้งแต่ตักเตือน ให้ออก จนถึงไล่ออก ดังนั้น ในวันพรุ่งนี้จะไปเรียกร้องต่อกรรมาธิการทหาร ของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ยกร่างระเบียบการลงโทษทางวินัยของทหารในระดับนายพล นอกจากนี้ ในวันนี้ร.ท.หญิงก็ได้ไปให้ปากคำกับคณะกรรมการสอบสวนของกองบัญชาการกองทัพไทย ที่ผบ.สส. เป็นผู้แต่งตั้ง ทำให้ทราบว่าคณะกรรมการฯ ทั้ง 6 คนที่ตั้งขึ้นล้วนเป็นผู้ชาย จึงอยากให้คณะกรรมการสิทธิฯ ช่วยเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของคณะกรรมการฯ ให้มีสัดส่วนของผู้หญิงร่วมด้วย

 ด้านนางอมรา กล่าวว่า เห็นใจเพราะเป็นผู้หญิงด้วยกัน เราก็จะรับเรื่องไว้และทำตามขั้นตอน แต่ขอให้อดทน เราจะเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ต่อสู้เรื่องนี้ ทั้งนี้ ทางคณะกรรมการสิทธิฯ จะทำเรื่องไปยังผบ.สส. เพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการสอบสวนฯ และจะประสานไปยังพม.ในเรื่องของการผลักดันพ.ร.บ.ขจัดความรุนแรงในสถานที่ทำงาน

 ด้านสามีของผู้เสียหาย (ซึ่งไม่เปิดเผยชื่อ) กล่าวว่า หลังจากที่ภรรยาออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ก็มีโทรศัพท์โทรมาบอกว่ามีเรื่องเกี่ยวกับภรรยาจะเล่าให้ฟัง อยากรู้หรือไม่เดี๋ยวจะมาพบและเล่าให้ฟัง รวมทั้งมีการพูดว่าให้ระวังไว้เดี๋ยวจะฟ้องกลับ ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นการข่มขู่หรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีรถต้องสงสัยมาจอดซุ่มแถวบริเวณบ้าน ซึ่งได้จดทะเบียนรถและแจ้งความไว้แล้ว ทั้งนี้ การที่ภรรยาออกมาต่อสู้เรื่องนี้ก็ได้ทำใจไว้ตลอดว่าการออกมาต่อสู้ของภรรยาอาจทำให้ถูกลงโทษทางวินัยกลับในข้อหากล่าวหาผู้บังคับบัญชาและทำให้ผู้บังคับบัญชาเสียหาย แต่ก็ได้ทำใจไว้แล้ว และได้บอกว่าถ้าถึงที่สุดก็ให้ภรรยาลาออก อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ตนได้ไปร่วมรับฟังการสอบสวนของคณะกรรมการฯ ซึ่งพอจะรู้คำตอบแล้วว่าที่สุดก็คงได้แค่ตักเตือน เพราะการซักถามของคณะกรรมการฯ ไม่ได้บ่งชี้ว่านายพลคนดังกล่าวกระทำผิดจริงหรือไม่

 “หลังจากเรื่องนี้ปรากฏต่อสื่อ นายพลคนดังกล่าวก็ไม่ได้ติดต่อมาหาผมอีกเลย ผมได้โทรไปบอกภรรยาเขาว่าสามีเขาไปทำอะไรกับภรรยาผม แต่สิ่งที่ได้รับคือ ภรรยาเขาไม่ได้รู้สึกตกใจอะไรเลย ซึ่งผมเสียใจมาก เพราะนายพลคนดังกล่าวก็เป็นเจ้าภาพจัดงานแต่งงานให้ผม ภรรยาผมก็รับใช้ทำงานให้เขามาหลายปี เขาควรจะคิดว่าภรรยาผมเป็นน้องเป็นนุ่ง” สามีผู้เสียหาย กล่าว

“เจ๊เบียบ”เผยเตรียมบุกทำเนียบจี้"นายกฯ"เอาผิดพล.อ.ฉาว

นางระเบียบรัตน์ เปิดเผยว่า วันนี้(28 ก.ย.)ตนพร้อมด้วย ร.ท.หญิง เดินทางไปยืนหนังสือถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนมนุษยชนแห่งชาติ เนื่องจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่าทำให้กองทัพ นายพลคนดังกล่าว และร.ท.เสียหาย แต่ตนนั้นได้หน้า ได้ชื่อเสียงทางสังคม อีกทั้งบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนบุคคลไม่ใช่เรื่องของกองทัพ แต่ทั้งนี้การกระทำความรุนแรงในที่ทำงานไม่ใช่เรื่องส่วนบุคคลอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามขอบอกว่าไม่ได้ต้องการทำให้ใครเสียหายเพียงแค่ต้องการเรียกร้องความยุติธรรมให้กับคนที่ไม่ได้รับความยุติธรรม

 นางระเบียบรัตน์ กล่าวอีกว่า ในวันพรุ่งนี้ (29 ก.ย. )จะไปยื่นหนังสือถึงนายอภิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี เนื่องจากนายกฯเคยพูดถึงเรื่องสิทธิสตรี ว่าสตรีต้องได้รับความเป็นธรรมในสังคม และก็เชื่อว่านายกฯเป็นสุภาพบุรุษและจะดูเรื่องนี้ให้ได้รับความเป็นธรรม ต่อจากนั้นก็จะไปยื่นหนังสือให้กับกรรมมาธิการทหารและกรรมมาธิการกิจการเยาวชสตรีและผู้สูงอายุ เนื่องจากกฎระเบียบของทหารกับข้าราชการพลเรือนไม่เหมือนกัน เพราะว่าทหารนั้นคนที่มียศนายพลขึ้นไปนั้น จะไม่มีการเอาผิดทางวินัยได้ จะมีก็แค่ว่ากล่าวตักเตือนเท่านั้น

 “ จะเดินหน้าต่อไปเรื่องการผลักดันพ.ร.บ.ขจัดความรุนแรง และจะไปขอให้ประธานสภาผลักดัน พ.ร.บ.ขจัดความรุนแรงในที่ทำงานเข้าสภาให้เร็วที่สุด เพราะว่าคนที่ถูกกระทำแบบนี้มีจำนวนมาก พอมีข่าวกรณีร.ท.ออกไปดิฉันก็ได้รับโทรศัพท์ว่ามีกรณีแบบเดียวกับร.ท. และเขาพร้อมจะเปิดเผยตัวต่อสื่อถ้าสนใจดิฉันสามารถประสานให้ได้ ” นางระเบียบรัตน์ กล่าว