
รวบหนุ่มใหญ่ หลอกหนุ่มวิน ส่งที่เปลี่ยวก่อนชิง จยย.
รวบหนุ่มใหญ่วัย 43 ออกอุบายหลอกวิน จยย.รับจ้างไปส่งที่เปลี่ยวก่อนชิงจยย.-โทรศัพท์อ้างสำนึกผิดจึงจอดมอเตอร์ไซค์ทิ้งเอาเพียงสมาร์ทโฟนหลบหนี
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 25 พ.ย.60 พ.ต.อ.คมสัน แตงจุ้ย ผกก.สน.บางกอกน้อย พร้อมด้วย พ.ต.ท.อดิเรก อติสัจจา สว.สส.สน.บางกอกน้อย และ ร.ต.ท.ทวี จัดสนาม รอง สว.สส.สน.บางกอกน้อย นำกำลังจับกุม นายวิลัย หรือวัน พันธ์ศรี อายุ 43 ปี ชาว จ.กำแพงเพชร พร้อมของกลางรถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นคิวบิกซ์ สีเทาดำ ทะเบียน 7 กญ – 7547 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน และ โทรศัพท์มือถือยี่ห้อวีโว่ จำนวน 1 เครื่อง โดยจับกุมตัวได้ที่ห้องเช่าหมายเลข 2 ชั้น 5 หอพักโปลิศ ซอยแพร่งสรรพศาสตร์ แขวงศาลเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร กทม.
พ.ต.ท.อดิเรก เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อช่วงสายวันที่ 24 พ.ย. ที่ผ่านมา ได้มี นายสรวิศ คำคม อายุ 20 ปี ผู้เสียหายอาชีพขับ รถ จยย.รับจ้างวินปากซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 4 เข้ามาร้องทุกข์กับฝ่ายสืบสวน สน.บางกอกน้อย ว่า ถูกคนร้ายชาย อายุราว 40-45 ปี ผิวดำ รูปร่างสันทัด โบกเรียกรถจากหลังศาลเจ้าพ่อเสือ ให้มาส่งที่เปลี่ยวกลางซอยจรัญสนิทวงศ์ 28/1 แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กทม.ก่อนที่จะทำการชิงทรัพย์ รถ จยย.ที่เพิ่งซื้อใหม่ได้ 3 สัปดาห์ และโทรศัพท์มือถือของ นายสรวิศ ไป จากนั้นเมื่อฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามล่าหาเบาะแส พบว่า คนร้ายรายนี้คือ นายวิลัย ที่ก่อนหน้านี้มีประวัติถูกตำรวจ สน.บางกอกน้อย จับกุมข้อหาเสพยาบ้า จึงติดตามไปรวบตัวไว้ได้พร้อมโทรศัพท์มือถือ ที่ห้องพักใกล้ๆ ศาลเจ้าพ่อเสือ และขยายผลไปตรวจยึด รถ จยย.ของกลางที่ นายวิลัย ชิงทรัพย์นำไปจอดทิ้งไว้กลางซอยอิสรภาพ 43 ห่างจุดก่อเหตุประมาณ 3 กิโลเมตร มาคืนผู้เสียหายก่อที่จะถูกนำไปชำแหล่ะอะไหล่ขายในตลาดมืด
จากการสอบสวน นายวิลัย ให้การยอมรับว่า อดีตเคยเป็นพนักงานขับรถส่งน้ำแข็งให้ร้านขายส่งย่านศาลเจ้าพ่อเสือ แต่ปัจจุบันตกงานและเสพติดยาบ้าอย่างหนัก ที่ผ่านมาเคยถูกตำรวจ สน.บางกอกน้อย สน.บางยี่ขัน และ สน.สำราญราษฎร์ จับกุมข้อหาเสพยา ต้องเข้าออกเรือนจำและสถานบำบัดยาเสพติดอยู่เป็นประจำ ก่อนก่อเหตุเมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ 07.00 น. วันที่ 24 พ.ย. ตนเดินทางไปทำธุระย่านตากสิน ขากลับจึงเรียกรถ นายสรวิศ ให้ไปส่งที่ห้องพักใกล้ศาลเจ้าพ่อเสือ โดย นายสรวิศ คิดค่าโดยสาร 70 บาท แต่ตนให้เงินไป 100 บาท บอกไม่ต้องทอน พร้อมออกอุบายขอเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับ ก่อนนัดหมายให้ นายสรวิศ ช่วยแวะมารับตนที่ห้องพักอีกครั้งในช่วงเวลา 09.30 น.วันเดียวกัน เพื่อให้ขับขี่รถพาไปส่งในซอยจรัญสนิทวงศ์ 28/1
นายวิลัย กล่าวอีกว่า พอนายสรวิศ ย้อนกลับมารับตนตามนัด ตนจึงออกอุบายให้เจ้าตัวขี่รถไปจอดตรงจุดเปลี่ยวปลอดคนช่วงกลางซอยจรัญสนิทวงศ์ 28/1 แล้วแกล้งใช้นิ้วมือจ่อแผ่นหลังขู่ว่าเป็นมีดเพื่อทำการชิงทรัพย์เอาโทรศัพท์มือถือกับ รถ จยย.ของ นายสรวิศ มาได้ แต่ระหว่างที่ตนกำลังขับขี่ รถ จยย.หลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุมานั้น เกิดสำนึกกลัวต่อบาปว่าไม่น่านำยานพาหนะของ นายสรวิศ ซึ่งต้องใช้ทำมาหากินไปด้วย จึงตัดสินใจนำรถไปจอดทิ้งไว้บริเวณกลางซอยอิสรภาพ 43 และนำเพียงโทรศัพท์มือถือติดตัวออกมา เนื่องจากอยากเปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์ธรรมดามาใช้สมาร์ทโฟนเพียงเท่านั้น
ด้าน ร.ต.ท.ทวี กล่าวว่า ไม่ปักใจเชื่อคำให้การของ นายวิลัย เนื่องจากปัจจุบันเจ้าตัวมีประวัติเสพยาบ้าอยู่อย่างต่อเนื่อง จากการสอบเค้นทราบว่า มักโทรศัพท์ไปสั่งซื้อกับเอเย่นต์ผู้หญิงชื่อ น.ส.เบียร์ (ไม่ทราบชื่อนามสกุล) อายุราว 30 ปี มีจุดนัดหมายซื้อขายกันย่านคลอดหลอด คราวละ 1-2 เม็ด ส่วนคำให้การที่ นายวิลัย อ้างว่าเกิดสำนึกละอายต่อบาปขึ้นมากระทันหัน จึงนำรถไปจอดคืนผู้เสียหายห่างจุดก่อเหตุเกือบ 3 กิโลเมตรนั้นก็ฟังไม่ขึ้น ข้อเท็จจริงคือน่าจะกลัวกล้องวงจรปิดบันทึกภาพได้ในช่วงเวลากลางวัน และหวังจะย้อนไปเอารถตอนกลางคืนเพื่อนำไปขายให้พรรคพวกราคาถูกๆ หรือชำแหล่ะอะไหล่ไปปล่อยตามตลาดมืดมากกว่า เบื้องต้นจึงแจ้งข้อหาชิงทรัพย์ นำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางกอกน้อย ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.



