ข่าว

ช็อปช่วยเอกชน-แต่คนยังต้องการ!

ช็อปช่วยเอกชน-แต่คนยังต้องการ!

25 พ.ย. 2560

กรุงเทพโพลล์ เผยผลสำรวจปชช. มอง "ช็อปช่วยชาติ60"  เอกชนได้ประโยชน์ แต่ยังต้องการ ให้จัดยาวถึงสิ้นปี

           เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) เผยผลสำรวจ "ช็อปช่วยชาติ กับพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชน" หลังจากที่รัฐบาล ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมาตรการดังกล่าวเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนจับจ่ายใช้สอย ผ่านแรงจูงใจ คือ สามารถนำค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ไม่เกิน 15,000 บาทไปลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมได้ โดยมาตรการดังกล่าวมีระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน - 3 ธันวาคม 2560 จากผลสำรวจกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 1,099 คน พบมุมองว่า มาตรการดังกล่าวทำให้ เอกชน,ห้างสรรพสินค้าและร้านจำหน่ายสินค้า ได้รับประโยชน์มากที่สุด คิดเป็นความเห็นร้อยละ 48.3 รองลงมาคือประชาชนที่มีรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษี ร้อยละ 27.6 และ มองว่ารัฐบาลได้ประโยชน์ คิดเป็นร้อยละ 20.1  แต่ประชาชนส่วนใหญ่ยังต้องการมาตรการดังกล่าวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และความเห็นส่วนใหญ่ต้องการให้ขยายเวลาไปจนถึงสิ้นปี คิดเป็นร้อยละ 52.6 ขณะที่ร้อยละ 33.6 ให้ความเห็นว่าควรเปลี่ยนระยะเวลาจัดมาตรการ ไปเป็น กลางเดือนธันวาคนจนถึงสิ้นปี

ช็อปช่วยเอกชน-แต่คนยังต้องการ!

           กรุงเทพโพลล์ ยังระบุความเห็นของประชาชนต่อความสำฤทธิ์ผลของโครงการ ด้านกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปี 2560  โดยเสียงส่วนมาก ร้อยละ 55 คิดว่ากระตุ้นเศรษฐกิจในระดับปานกลาง ขณะที่ร้อยละ 24 มองว่า ช่วยกระตุ้นได้มากถึงมากที่สุด ขณะที่มุมมองของประชาชนต่อการปรับปรุงนโบายช็อปช่วยชาตินั้น ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 52.9 มองว่าภาครัฐควรดูแลราคาสินค้าไม่ให้มีราคาแพงกว่าช่วงปกติที่ไม่จัดโครงการ, รองลงมา ร้อยละ 27.3 ให้ควบคุมคุณภาพของสินค้า อาทิ ไม่ควรนำสินค้าตกรุ่น หรือสินค้าใกล้หมดอายุมาจำหน่าย และ ร้อยละ 10.1 เห็นว่ารัฐบาลควรดูแลกรณีการจำกัดปริมาณของการซื้อสินค้าต่อวันต่อคน

ช็อปช่วยเอกชน-แต่คนยังต้องการ!

 

          นอกจากนั้นผลสำรวจยังสอบถามถึงพฤติกรรมการซื้อสินค้าและบริการช่วงโครงการช็อปช่วยชาติ ด้วยผลปรากฎว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 64.5 มีพฤติกรรมซื้อสินค้าปกติ และเท่าเดิมเมื่อเทียบกับช่วงไม่จัดโครงการ รองลงมา ร้อยละ 14.7 ระบุว่าซื้อสินค้าและบริการมากกว่าปกติ และ ร้อยละ 10.7 มองว่าเพิ่มการตัดสินใจซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ ราคาสูง เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า, สมาร์ทโฟน ได้ง่ายขึ้น และเมื่อถามถึงข้อเสนอแนะต่อมาตรการช็อปช่วยชาติของรัฐบาลในปีถัดไป ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 47.6 ระบุว่าควรจัดแบบปีต่อปี และร้อยละ 46.7 ควรทำเป็นระยะยาว 5-10 ปี เพื่อประชาชนวางแผนค่าใช้จ่าย.