
"ปณิธาน"ยอมรับยูเสดดำเนินกิจกรรมในไทยจริง
"ปณิธาน"ยอมรับยูเสดดำเนินกิจกรรมในไทยจริง เผยมอบเงินให้องค์กรต่างๆมากถึง 7 ล้านเหรียญ แต่ยังไม่มีการนำเงินดังกล่าวมาใช้
(28ก.ย.) เมื่อเวลา 14.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนิตยสารไทม์ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่าสำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศสหรัฐฯ (ยูเสด) ได้มอบทุนสนับสนุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาประชาธิปไตยให้แก่ไทย ว่า ยูเสดได้ดำเนินกิจกรรมในไทย และมอบทุนสนับสนุนให้องค์กรต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการด้านสังคม แต่ภายหลังการรัฐประหารวันที่ 19 กันยายน 2549 คนไทยจำนวนหนึ่งที่อยู่ในรูปเครือข่ายภาคประชาสังคมได้ไปพูดคุยกับผู้แทนยูเสดว่าไทยต้องการพัฒนาระบบธรรมาภิบาล ทำให้ยูเสดตัดสินใจจัดสรรงบประมาณให้ 7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 280 ล้านบาท) ให้แก่องค์กรพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ) สื่อมวลชน และองค์กรอิสระของไทย ดำเนินการพัฒนาระบบธรรมาภิบาลเป็นเวลา 5 ปี (ปี 2553-2558)
“ ขณะนี้เม็ดเงินดังกล่าวยังไม่ถูกนำมาใช้ เพราะยูเสดอยู่ระหว่างการประเมินแผนงาน โดยแยกเป็นรายโครงการ คาดว่าในช่วงต้นปี 2553 จะมีการประสานงานกับรัฐบาลไทย โดยกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อกำหนดกรอบในการเข้ามาทำงานว่าจะร่วมมือกันแค่ไหนอย่างไร ซึ่งโดยหลักการเราเห็นด้วยที่จะมีการพัฒนาและยกระดับธรรมาภิบาลให้เข้มแข็งขึ้น แต่ในฐานะที่เราเป็นเจ้าบ้านก็ต้องไปควบคุม ดูแลให้เหมาะสมกับระบอบประชาธิปไตยของไทย ” นายปณิธานกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลจำเป็นต้องทำหนังสือประท้วงการเข้ามายุ่งย่ามกับกิจการของไทยหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า ไม่จำเป็น เพราะขณะนี้เป็นเรื่องชัดเจนว่ายูเสดเคยให้ทุนพัฒนาและช่วยเหลือองค์กรของไทยในเรื่องอื่นๆ อยู่แล้ว แต่ไม่จำเป็นว่าเมื่อเสนออะไรมาแล้วเราต้องรับทั้งหมด เรามีสิทธิตั้งเงื่อนไขกลับไปได้ เพราะเราเป็นเจ้าของประเทศ



