ข่าว

อดีตส.ส.ร.50จวกเกมนักการเมือง"มัดมือประชามติ"

อดีตส.ส.ร.50จวกเกมนักการเมือง"มัดมือประชามติ"

28 ก.ย. 2552

“อดีตส.ส.ร.50” จวกเกมนักการเมือง “มัดมือประชามติ” เตือนชาวบ้าน “อย่าหลงทาง” ชมรมส.ส.ร.50 นัดประชุมใหญ่ 6 ต.ค.นี้ ประกาศจุดยืน ขู่ วิป 3 ฝ่าย ชี้นำส.ส. อาจขัดรธน. มีสิทธิถูกถอดพ้นตำแหน่ง "ชินวรณ์"เผยที่ประชุมวิป3ฝ่ายหนุนให้ปชช.มีส่วนร่วมแก้รธน.

 นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 50 กล่าวถึงข้อเสนอในการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า แม้ว่าการทำประชามติจะเป็นกระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน แต่ขณะนี้ปัญหาอยู่ที่โจทย์ที่จะถามประชาชน เพราะการกำหนดโจทย์ไว้ที่ 6 ประเด็น ตามที่คณะกรรมการสมานฉันท์เสนอนั้น ล้วนแต่เป็นผลประโยชน์ของนักการเมืองแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นประเด็นการยกเลิกโทษยุบพรรค หรือการเปิดให้ส.ส.ได้เป็นเลขานุการรัฐมนตรี ซึ่งในที่สุดแม้แก้แล้วก็จะไม่ได้สร้างความสมานฉันท์อยู่ดี

 “ประเด็นประชามตินั้น เป็นเรื่องที่นักการเมืองทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน กำลังทำให้ประชาชนหลงทาง โดยเข้าใจผิดคิดว่าต้องแก้รัฐธรรมนูญแล้วบังคับให้ประชาชนต้องลงมติ ทั้งที่ทั้ง 6 ประเด็นถูกร่างมาจากคนที่มีส่วนได้เสีย เหมือนกับกรณีที่เราซื้อของแต่แม่ค้าบอกให้เลือกว่าจะซื้ออย่างไรดี ทั้งที่ยังไม่ตัดสินใจด้วยซ้ำว่าจะซื้อหรือไม่ เรื่องประชามติจึงเป็นเกมที่นักการเมืองต้องการมัดมือประชาชนรองรับให้พวกเขาได้แก้รัฐธรรมนูญเพื่อตัวเอง ในวันที่ 6 ต.ค.นี้ ชมรมส.ส.ร.50 จะนัดประชุมใหญ่ประจำปี 2552 ที่อาคารวุฒิสภา เพื่อแสดงท่าทีเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญของนักการเมือง ”นายเจิมศักดิ์ กล่าว

 อดีตส.ส.ร.ผู้นี้ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม แม้ขณะนี้ส่วนใหญ่จะต้องการให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ต้องไม่เริ่มต้นจากบุคคลที่มีส่วนได้ส่วนเสียโดยเฉพาะนักการเมือง แต่ควรเริ่มจากการตรวจสอบประเมินผลการใช้รัฐธรรมนูญของผู้ตรวจการแผ่นดินที่มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญม.244 แล้วตั้งคณะกรรมการอิสระที่ไม่มีผู้ที่มีส่วนได้เสียมาศึกษาข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญ แล้วจากนั้นจึงทำประชามติสอบถามประชาชนว่าเห็นด้วยหรือไม่

 นายเจิมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนที่วิป 3 ฝ่ายออกมากำหนดว่าจะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ขอเตือนว่าการกระทำเช่นนี้เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญม. 122 ที่ระบุว่าส.ส.และส.ว.ย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยโดยไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมายหรือความครอบงำใดๆ แต่วิปพยายามจะทำตัวเป็นตัวแทนความคิดของส.ส.และส.ว.ซึ่งมีเอกสิทธิ์ในทางความคิด หากมีคนยื่นถอดถอนตามม.270 จะทำให้เกิดปัญหาได้

"ชินวรณ์"เผยที่ประชุมวิป3ฝ่ายหนุนให้ปชช.มีส่วนร่วม

  เมื่อเวลา 13.00 น. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงาน(วิป)พรรคร่วมรัฐบาล แถลงภายหลังการประชุมวิปรัฐบาล ว่า วิปรัฐบาลได้มีการหารือมติของวิป 3 ฝ่าย ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถึง 6 ประเด็นของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ โดยมีมติเห็นชอบให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมติคณะกรรมการสมานฉันท์โดยเร่งด่วน นอกจากนี้วิปรัฐบาลได้เห็นพ้องที่จะให้ทุกฝ่ายลงชื่อเสนอญัตติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็น เพื่อให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการแก้ไข และกันข้อครหาที่ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่ใช่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นจุดเริ่มต้นการสมานฉันท์ และวิป 3 ฝ่ายมีความเห็นว่าในการยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นจะให้คณะกรรมการสมานฉันท์เป็นผู้ยกร่าง จึงจะขอให้ประธานสภามีคำสั่งให้คณะกรรมการสมานฉันท์ฯเป็นผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยจะมีการนำรายละเอียดทั้งหมดหารือวิป 3 ฝ่ายในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

 นายชินวรณ์ กล่าวว่า หลังจากมีการมีหารือการยกร่างรัฐธรรมนูญแล้ว จะมีการหารือการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งวิปรัฐบาลได้มีมติเห็นพ้องต้องกันว่าประชาชนควรมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น โดยผ่านประชามติ และสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้อย่างต่อเนื่อง ยืนยันว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นกระบวนการที่สำคัญ โดยจะมีการหารือของแกนนำรัฐบาลและวิป 3 ฝ่าย ซึ่งหลักการที่เห็นพ้องต้องกัน การมีส่วนร่วมของประชาชนต้องครอบคลุมประชาชนทุกหมู่เหล่า โดยเปิดรับฟังทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เพื่อให้เกิดความเป็นกลาง

 นายชินวรณ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องเงื่อนไขเวลาที่หลายฝ่ายเป็นห่วงนั้น พรรคร่วมเห็นตรงกันว่าไม่มีเจตนายื้อเวลา จะอยู่ภายใต้กรอบเวลาที่กำหนดที่ทุกฝ่ายยอมรับ เมื่อได้ข้อเสนอจากทุกฝ่ายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นวุฒิสภา รัฐบาลแล้ว หากมีการประชามติก็ต้องแล้วเสร็จภายใน 90 วัน ไม่เกิน 120 วัน

 ผู้สื่อข่าวถามว่าสรุปว่าวิปรัฐบาลเห็นตรงกันที่จะมีการทำประชามติ นายชินวรณ์ กล่าวว่า วิปรัฐบาลมีความเห็นว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นเรื่องที่ดี แต่รายละเอียดจะหารือกันในวิป 3 ฝ่ายอีกครั้ง

 จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ขอให้ตัวแทนวิปจากพรรคภูมิใจไทยยืนยันเรื่องการทำประชามติ ซึ่งตัวแทนจากพรรคภูมิใจไทยคือ นางพัฒนา สังขทรัพย์ ส.ส.เลย ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว แต่นายชินวรณ์ ชิงตอบคำถามแทนว่า จริงๆแล้วเชื่อว่าทุกฝ่ายยอมรับการมีส่วนร่วมของประชาชน ส่วนเรื่องรายละเอียดต้องหารือกันก่อน

 เมื่อถามว่านายกฯตั้งธงว่าอยากให้มีการทำประชามติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายชินวรณ์ กล่าวว่า นายกฯในฐานะผู้รับผิดชอบโดยตรงเรื่องการทำงานต้องมีความเห็นพ้องต้องกัน ถึงต้องมีการหารือ 3 ฝ่ายก่อนที่จะมีการประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้กระบวนการเจรจาง่ายขึ้น

 เมื่อถามว่าการใช้งบประมาณในการทำประชามติถึง 2000 ล้านบาท จะคุ้มหรือไม่ นายชินวรณ์ กล่าวว่า การลงทุนเพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในประชาธิปไตย ซึ่งถือเป็นกติกาสูงสุด ถือว่าไม่แพงเลย เพราะของดีและมีคุณภาพไม่ได้มาฟรี

 เมื่อถามว่าตกลงวิปรัฐบาลเสียงแตกใช่หรือไม่ นายชินวรณ์ เลี่ยงที่จะตอบคำถามดังกล่าว โดยเฉไฉว่า เวลาที่เราจะดำเนินการตามกระบวนต้องรอบคอบ คำนึงถึงประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง ซึ่งวิป 3 ฝ่าย ก็ยืนยันว่าต้องร่วมกันต่อสู้ไปสู่จุดหมายเดียว และฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้

 เมื่อถามว่าวิปรัฐบาลได้มีการหารือกันหรือไม่ว่าหากแก้รัฐธรรมนูญแล้วเสร็จจะมีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่หรือไม่ นายชินงวรณ์ กล่าวว่า ยังไม่มีการหารือ ควรแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ได้ก่อน

 น.พ.อลงกต มณีกาศ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวตอนท้ายการแถลงว่า พรรคเพื่อแผ่นดินได้มีการหารือภายในโดยมีมติว่าเห็นด้วยกับการทำประชามติ แต่ต้องเป็นการทำประชามติหลังจากผ่านวาระ 2 ไปแล้ว ซึ่งเป็นมติเดียวกับพรรคภูมิใจไทย กับพรรคชาติไทยพัฒนา

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังการแถลงผลการประชุมวิปรัฐบาลแล้วนั้น ตัวแทนวิปรัฐบาลและนายชินวรณ์ได้มีการหารือกัน หลังจากสื่อซักถามอย่างหนักถึงการทำประชามติ