
เปิดสถิติบริจาคอวัยวะภายใน ‘ไต’ ผู้รอรับสูงสุด!
สำรวจสถิติการบริจาคอวัยวะภายในเทียบกับจำนวนผู้รอรับการบริจาค "ไต" คืออวัยวะที่มีการรอรับบริจาคสูงสุด หมายถึงอะไร??
สถิติจากศูนย์บริจาคอวัยวะสภากาชาติไทย เผยให้เห็นสัดส่วนตัวเลขของผู้บริจาคอวัยวะ ที่ไม่สมดุลกับผู้รอรับบริจาคอวัยวะ เฉลี่ยแล้วยอดผู้บริจาคมีเพียงประมาณ 4 เปอร์เซ็นต์ ของผู้รอรับบริจาคเท่านั้น!!
รายงานประจำปีฉบับล่าสุด ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2560 เปรียบเทียบจำนวนผู้รออวัยวะ และผู้บริจาคอวัยวะ แสดงให้เห็นว่าในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา คือตั้งแต่ พ.ศ.2558 - 2560 จำนวนผู้รอรับบริจาคอวัยวะเพิ่มขึ้นจาก 5,018 เป็น 5,581 และ 5,721 ราย ตามลำดับ ซึ่งสวนทางกับผู้บริจาคที่เฉลี่ยจำนวนเพิ่มขึ้นเพียงไม่กี่รายต่อปีเท่านั้น
ทั้งนี้จากข้อมูลผู้ลงทะเบียนรออวัยวะทั้งหมด 5,721 ราย มีผู้ลงทะเบียนรอรับเฉพาะไต เป็นจำนวน 5,434 ราย ซึ่งสูงที่สุด นอกจากนี้ยังมีผู้ต้องการทั้งไตและอวัยวะส่วนอื่นด้วย จำนวน 16 ราย ซึ่งเมื่อรวมกันแล้ว หมายความว่ามีผู้ต้องการรอรับไตถึง 5,450 ราย คิดเป็น 95.26เปอร์เซ็นต์
ข้อมูลในรายงานแสดงให้เห็น ตัวเลขความต้องการของอวัยวะส่วนต่างๆ ดังนี้ ตับ จำนวน 224, ราย, หัวใจ 21 ราย, หัวใจและปอด 24 ราย, ตับและไต 3 ราย, ตับอ่อนและไต 12 ราย, รวมไปถึงผู้รอรับปอด ตับอ่อน หัวใจ-ไต จำนวนรายการละ 1 ราย
จากตัวเลขผู้รอรับไต ชี้ให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของปริมาณผู้ป่วนโรคไต ได้หรือไม่ ?
นายแพทย์ วิศิษฏ์ ฐิตวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาติไทย เผยถึงจำนวนการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยโรคไต “ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอาการไตวายวันละหลายหมื่นคน ตัวเลขผู้รอรับไตในปัจจุบันมาจากผู้ป่วยสะสม ที่เป็นโรคไต และโรคอื่นๆ ที่ส่งผลเสียต่อไต เช่น โรคเบาหวาน ความดัน รวมไปถึงพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และยา รวมไปถึงสาเหตุทางกรรมพันธุ์”
ผู้เสี่ยงเป็นโรคไต มักจะมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตดังนี้ การรับทานอาหารรสจัด หนักเค็ม อาหารกรอบเกรียม ผู้ที่รับประทานยาบ่อยเกินความจำเป็น หรือไม่ทำตามคำแนะนำแพทย์ ในเกษตรกรที่ใช้ยาฆ่าแมลง และอาหารที่ปนเปื้อนสารบอแรกซ์ (Borex) มักพบใน ลูกชิ้น ทอดมัน ไส้กรอก ผลไม้ดอง
“นับตั้งแต่ตั้งศูนย์รับบริจาคอวัยวะมา จำนวนผู้ขอรับบริจาคเพิ่มขึ้นมาก หากหลับตานึกเป็นกราฟ คงสูงเป็น 45 องศาได้” นายแพทย์กล่าว
นายแพทย์กล่าวว่า หนึ่งร่างของผู้บริจาค สามารถต่อชีวิตผู้ป่วยได้อีก 5-6 ราย ดังนั้นการบริจาคอวัยวะ หรือการบริจาคร่างกายไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หากแต่ได้บุญด้วยซ้ำ ดังพระราชดำรัชของพระบาทสมเด็จพระปริมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อปี พ.ศ. 2554 ที่ว่า "พระพุทธศาสนาไม่ได้เป็นเครื่องขัดขวางการบริจาคอวัยวะ แต่ไสยศาสตร์กลับเป็นอุปสรรคมากกว่า ฉะนั้นต้องให้ความรู้กับประชาชน”
ผู้ที่มีความประสงค์บริจาคอวัยวะมีข้อกำหนด ในการบริจาค คือ 1.ผู้บริจาคต้องมีอายุไม่เกิน 60 ปี 2.เสียชีวิตจากภาวะสมองตาย 3.ไม่มีโรคติดเชื้อ และโรคมะเร็ง 4.ไม่เป็นโรคเรื้อรัง เช่นโรคเบาหวาน หัวใจ โรคไต ความดันโลหิตสูง โรคตับ และไม่ติดสุรา 5.อวัยวะต้องทำงานได้ดี 6.ไม่มีเชื้อที่ถ่ายทอดไปสู่ผู้ป่วย เช่นไวรัสตับอักเสบบี ที่สำคัญควรแจ้งให้ญาติทราบถึงเจตนารมณ์ในการ และเซ็นต์เอกสารรับรู้ เพื่อความสร้างเข้าใจของกันและกัน
ส่วนข้อมูลผู้จำนงบริจาคอวัยวะในปีนี้อยู่ที่ 73,190 ราย อย่างไรก็ตามแม้จะมีผู้จำนงบริจาคหลายรายสำคัญแต่ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมในหลายปัจจัยทั้งผู้บริจาค ผู้รอรับบริจาค และต้องขึ้นอยู่กับดุยลพินิจของแพทย์ด้วยเช่นกัน
เรื่องโดย อรสา อ่ำบัว คมชัดลึกออนไลน์



