
"วสิษฐ"เชื่อตั้งผบ.ตร.ไม่ทัน1ต.ค.-ตร.ไม่เสียขวัญ
วสิษฐ มั่นใจตำรวจไม่เสียกำลังใจการทำงาน แม้ไม่ได้ตัวผบ.ตร.ทันวันที่ 1 ต.ค.นี้ "เตือน"อย่าให้ความสำคัญกับตำแหน่งผบ.ตร.มากเกินไป จนเกิดความหวั่นไหว วางสเปคผู้นำตร.คนใหม่ ต้องดูแลชาวบ้านให้ดี
พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาการแต่งตั้งผบ.ตร.คนใหม่ ที่ยังไม่สามารถแต่งตั้งผบ.ตร.คนใหม่มาทำหน้าที่ในวันที่ 1 ต.ค.นี้ ได้ทัน ว่า แม้จะไม่ได้ตัวผบ.ตร.ในวันที่ 1 ต.ค.นี้ ตำรวจยังสามารถทำงานได้อยู่ ไม่คิดว่าจะเกิดช่องโหว่ในการทำงาน และไม่คิดว่าจะเกิดผลกระทบต่อการทำงานของตำรวจ
ผู้สื่อข่าวถามว่า เห็นด้วยหรือไม่ที่นายกรัฐมนตรีระบุว่า จะรอที่ประชุมก.ต.ช.มีเอกภาพ จึงจะพิจารณาแต่งตั้งผบ.ตร.คนใหม่ พล.ต.อ.วสิษฐ กล่าวว่า ต้องไปถามนายกฯ ส่วนตัวเห็นว่า การจะมีผบ.ตร.หรือไม่มี ตำรวจก็ต้องทำงานอยู่แล้ว ตำรวจคนใดไม่ทำงานเพราะไม่มีผบ.ตร. แสดงว่า บกพร่องต่อหน้าที่ ขณะนี้ตนคิดว่า เราไปให้ความสำคัญกับตำแหน่งผบ.ตร.จนเกินไป พอจะเปลี่ยน ผบ.ตร.ก็เกิดความหวั่นไหวกันไปหมด เราควรแก้ทัศนคติเรื่องนี้ได้แล้ว อย่าไปคิดว่า ผบ.ตร.เป็นหัว มันไม่มีหัว ไม่มีหาง ตำรวจทุกคนคือหัว ไม่ใช่ผบ.ตร.
ผู้สื่อข่าวถามว่า การไม่มีผบ.ตร.จะทำให้เกิดสูญญากาศในการทำงานหรือไม่ พล.ต.อ.วสิษฐ กล่าวว่า ไม่คิดว่าจะมีสูญญากาศตรงไหน และไม่เคยได้ยินตำรวจคนใดมาบ่นว่า หากไม่มีผบ.ตร.แล้วจะเสียกำลังใจในการทำงาน
เมื่อถามว่าการไม่มีผบ.ตร. ทำให้ไม่สามารถแต่งตั้งโยกย้ายในระดับอื่นๆได้ จะส่งผลต่อการทำงานของตำรวจหรือไม่ พล.ต.อ.วสิษฐ กล่าวว่า คิดว่า ตำรวจยังสามารถทำงานได้ โดยรักษาการผบ.ตร.สามารถใช้อำนาจเซ็นเรื่องต่างๆได้ โดยมีอำนาจเท่ากับผบ.ตร. ส่วนสเปกผบ.ตร.คนใหม่ที่อยากได้นั้น ขอให้ดูแลชาวบ้านให้ดี อย่าไปดูแลคนอื่น
โฆษกตร.เผยยังไม่นัด"ก.ต.ช."รรทผบ.ตร.อึมครึม
พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติฝ่ายบริหาร(รองผบ.ตร.) ในฐานะโฆษก ตร.และเลขานุการคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(ก.ต.ช.)กล่าวถึงตำแหน่ง ผบ.ตร. คนใหม่ว่าขณะนี้ยังไม่มีการนัดประชุม ก.ต.ช.เพื่อแต่งตั้งผบ.ตร.แต่อย่างใด ยังไม่ได้รับการแจ้งเรื่องนี้ ส่วนการตั้งรักษาราชการแทน (รรท.)ผบ.ตร.ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้เท่าที่ทราบยังไม่มีความชัดเจน ยังไม่มีคำสั่งใดทั้งสิ้น
ส่วนการตั้งรักษาราชการแทนในตำแหน่งระดับรองผบ.ตร.ลงมาแทนตำแหน่งที่จะเกษียณอายุราชการนั้น พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า ก.ตร.มีการพิจารณาว่าการแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งที่ว่างควรรอให้ผบ.ตร.คนใหม่เป็นผู้พิจารณา ซึ่งได้หยิบยกข้อกฎหมาย ประเด็นอำนาจของรรท.ผบ.ตร.มาพิจารณากันในก.ตร.แล้วก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามประเด็นการแต่งตั้งยังเป็นเรื่องที่ก.ตร.ต้องพิจารณา
“ในช่วงนี้ตำแหน่งว่างลงซึ่งยังไม่มีการแต่งตั้งก็ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 ในมาตรา 72 ที่กำหนดว่าหากตำแหน่งผบ.ตร.ว่างนายกรัฐมนตรีมีอำนาจแต่งตั้ง รรท. ส่วนตำแหน่งรองผบ.ตร.จนถึง รองผบช. เป็นอำนาจของผบ.ตร.ในการแต่งตั้งผู้มา รรท. ส่วนระดับต่ำกว่านั้นก็เป็นอำนาจของผู้บัญชาการ โดยกรณีนี้ก็ต้องยึดตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รรท.ผบ.ตร.ก็ยังไม่มีคำสั่งแต่งตั้งใครมารรท.ในตำแหน่งที่ว่าง ทั้งนี้หากไม่มีคำสั่งตั้งรรท.ตามมาตรา 72 พ.ร.บ.ตำรวจฯ การรรท.ก็ต้องยึดตามระเบียบก.ตร.ว่าด้วยการ รรท. ที่กำหนดลำดับการ รรท.ไว้แล้ว”โฆษกตร. กล่าว
พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า สำหรับการแต่งตั้ง พล.ต.ท.ชาตรี สุนทรศร ผู้ช่วยผบ.ตร.ขึ้นเป็นหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ(สบ10)(หน.นรป.) นั้น ยอมรับว่ามีหนังสือแจ้งเวียนออกมาแล้ว โดยเรื่องนี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานก.ตร.เห็นว่าตำแหน่ง หน.นรป. นั้นเป็นตำแหน่งสำคัญที่ต้องถวายพระเกียรติ เป็นเรื่องต่อเนื่องที่ต้องดำเนินการ ขณะที่คณะกรรมการกลั่นกรองก็มีมติผ่านแล้ว จึงมีคำสั่งออกมา และมีหนังสือเวียนขอความเป็นชอบจากก.ตร.ทุกคน เรื่องนี้ไม่มีนัยยะอะไรแต่มองว่าเป็นงานสำคัญต้องการความต่อเนื่อง ซึ่งทั้งหน.นรป.และรองหน.นรป.ก็เกษียณในวันที่ 30 กันยายนนี้พร้อมกัน
ขณะเดียวกันยังไม่แน่นอนว่าจะมีผบ.ตร.คนใหม่เมื่อไหร่ แล้วจะมีการแต่งตั้งระดับรองลงมาเมื่อไหร่ ดังนั้นเพื่อไม่ให้งานตรงนี้เสียหาย จึงมีหนังสือเวียนออกมา เป็นการดำเนินการถูกต้องตามข้อบังคับก.ตร.ว่าด้วยการประชุม ถือว่าถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ส่วนตำรวจแหน่งที่ผู้ช่วยผบ.ตร.ของพล.ต.ท.ชาตรี นั้นยังไม่มีการตั้งทดแทนรอแต่งตั้งพร้อมตำแหน่งอื่นในคราวเดียว
เมื่อถามว่าการที่ยังไม่มีผบ.ตร.คนใหม่ในห้วงนี้กระทบขวัญกำลังใจตำรวจหรือไม่ โฆษกตร. กล่าวว่า อยากเรียนประชาชนว่าตำรวจเป็นองค์กรใหญ่มีสายการบังคับบัญชาชัดเจน เพราะฉะนั้นผู้บังคับบัญชาทุกคนที่ยังดำรงตำแหน่งอยู่ ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความรู้ความสามารถ ขอให้ประชาชนมั่นใจ ยืนยันว่าตำรวจทุกนายยังทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่
“เกียร์ว่างไม่เกิดขึ้นหรอก จริงๆแล้วถ้าถามผม ผมว่าต้องแย่งกันทำงานมากขึ้น เพราะการทำงานเป็นการบ่งบอกศักยภาพความสามารถ” โฆษกตร.กล่าว
ถามว่าต้องชี้แจงให้ตำรวจทั่วประเทศเข้าใจสถานการณ์หรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า ตนเชื่อว่าตำรวจทุกคนเห็นว่าหน้าที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใด ทุกคนต้องทำหน้าที่ งานตำรวจไม่สามารถรอได้ ส่วนการแต่งตั้งเป็นอำนาจของผู้บังคับบัญชา คนที่มีหน้าที่แม้จะเป็นรองก็ต้องทำให้เต็มที่ สุดความสามารถ
เมื่อถามว่าสังคมกำลังมองว่าตำรวจกำลังแตกแยก แบ่งก๊ก แบ่งฝ่าย ห้ำหั่นชิงตำแหน่งกัน โฆษกตร. กล่าวว่า ตนว่าไม่ เชื่อว่าพี่ๆ ผู้บังคับบัญชาทุกคน แต่ละท่านมีประสบการณ์ในชีวิตราชการมานานจนขึ้นถึงระดับ ผบ.ตร.รองผบ.ตร. มากว่า 30 ปี เพราะฉะนั้นทุกคนมีประสบการณ์ ความรู้ความสามารถและพร้อมจะทำหน้าที่ทุกตำแหน่ง
ส่วนกรณีงานมีการจัดงานสวนสนามที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจจะจัดให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ในวันที่ 30 กันยายน นี้ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า งานนี้ เป็นดำริของสภาการศึกษา รร.นรต. ที่จะทำการสวนสนามให้ผู้บังคับบัญชาระดับผบ.ตร.ที่จะเกษียณอายุราชการ โดยได้เรียนเชิญ รองผบ.ตร.และผู้ช่วยผบ.ตร.ไปร่วมงานด้วย ซึ่งงานนี้คนละเรื่องคนละส่วนกับงานเกษียณที่ตร.จัดเมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา งานที่รร.นรต. เป็นของสภาการศึกษา รร.นรต. ที่มีพระราชบัญญัติของตัวเอง
เมื่อถามถึงการมีชื่อเป็นแคนดิเดตผบ.ตร. พล.ต.อ. วัชรพล กล่าวว่า ตนจะอยู่เฉยๆและทำหน้าที่ตนเองให้ดีที่สุด ตนเพิ่งขึ้นมาเป็นรองผบ.ตร.ได้ไม่นาน ยังมีเวลารับราชการได้อีกนาน ขณะนี้ก็ทำหน้าที่ไป ส่วนจะได้รับความไว้วางใจหรือไม่ต้องขึ้นกับผู้บังคับบัญชา ส่วนการจะถูกเลือกเป็นรรท.ผบ.ตร.หรือไม่ตนคงยังตอบไม่ได้ ยังไม่ถึงเวลาที่จะตอบ



