ข่าว

อภิสิทธิ์วอนทุกชาติร่วมมือลดภาวะโลกร้อน

อภิสิทธิ์วอนทุกชาติร่วมมือลดภาวะโลกร้อน

28 ก.ย. 2552

(28ก.ย.) เว็บไซต์ www.thaigov.go.th รายงานว่าเมื่อเวลา 10.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม “Bangkok Climate Changes Talk” ณ องค์การสหประชาชาติ กรุงเทพฯ สรุปสาระสำคัญดังนี้

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในนามของรัฐบาลและประชาชนชาวไทย ขอแสดงความยินดีต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมประชุมสู่ประเทศไทย และรู้สึกภูมิใจที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมที่สำคัญในวันนี้ พร้อมแสดงความขอบคุณสำนักงานเลขาธิการสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่สนับสนุนให้จัดประชุมครั้งนี้ได้สำเร็จ หวังว่าผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่าน จะพยายามและอุทิศตนในการประชุมครั้งนี้และในการประชุมรอบถัดไปที่กรุงบาร์เซโลนา เพื่อร่วมมือกันผลักดันการเจรจาอนุสัญญาแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ณ กรุงโคเปนเฮเกน ให้ประสบผลสำเร็จ

 นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้มีโอกาสกล่าวสุนทรพจน์ ณ การประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UN General Assembly-UNGA)ในนครนิวยอร์ก และ เป็น ตัวแทนของอาเซียนใน การประชุม G-20 ที่กรุงพิตส์เบิร์กด้วย ซึ่งในการประ ชุ มดังกล่าวได้ มีการหยิบยกประเด็นด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยตนเห็นด้วยกับเลขาธิการ สหประชาชาติที่ได้มีการประเมินในแง่บวก มีความหวังและเห็นว่าต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยได้มีการตั้งเป้าหมายในการปฏิบัติการอย่างแน่ชัด เเละหวังว่าการเมืองและวิสัยทัศน์ของผู้นำที่การประชุมครั้งนี้จะช่วยเป็นแนวทางให้ทุกท่านผลักดันเส้นทางสู่โคเปนเฮเกน

 การตอบสนองต่อภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศจะเป็นตัวกำหนดอนาคตของพวกเรา รัฐบาลไทยเห็นว่าความท้าทายนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะตระหนักดีว่าเราจะต้องมีส่วนร่วมและเป็นส่วนหนึ่งในการพยายามต่อสู้กับสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง

 สำหรับประเทศไทยก็เช่นเดียวกับประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ที่มีความตั้งใจแรกที่จะทำให้มั่นใจได้ว่าสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงจะไม่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน การเติบโตของเศรษฐกิจ การขจัดความยากจน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ ( Milliennium Development Goals หรือ MDGs)

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้เราต่างกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตเศรษฐกิจโลก ประเทศต่างๆ ได้มีการดำเนินการฟื้นฟู รวมถึงประเทศไทย รัฐบาลมีแผนงานในระยะสั้นและระยะยาวเพื่อเตรียมพร้อมรับความท้าทายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะสร้างรากฐานให้เกิดการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และการพัฒนาที่ยั่งยืนของเศรษฐกิจไทยเพื่อเตรียมพร้อมรับมือวิกฤตเศรษฐกิจครั้งหน้า และจะต้องไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ในการประชุมที่นิวยอร์กผู้นำชาติต่างๆ เห็นว่าจะต้องมีการดำเนินการอย่างแท้จริง ซึ่งความรับผิดชอบเหล่านี้ขึ้นอยู่กับพวกเราที่จะต้องรีบดำเนินการเพื่อประโยชน์ต่อเยาวชนรุ่นหลัง สำหรับประเทศไทยและอาเซียนขอให้มั่นใจได้ว่าจะดำเนินการอย่างสุดความสามารถ

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในการประชุม G-20 ผู้นำแต่ละชาติต่างเห็นพ้องว่าจะต้องมีการดำเนินการอย่างแข็งขัน เพราะไม่มีแผนสำรองอีกต่อไป หากพลาดจากแผน A แล้วไม่มีแผน B แต่จะกลายเป็นแผน F ซึ่งผู้นำต่างก็ตระหนักดีว่าจะต้องมีความมุ่งมั่น และการประชุมของผู้นำจากประเทศเศรษฐกิจหลักจะนำไปสู่ความสำเร็จ ซึ่งประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนาต่างก็มีหน้าที่ร่วมกัน

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ทุกประเทศเล็กและใหญ่ ทั้งประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา ต่างมีความรับผิดชอบที่แตกต่างกันในการต่อสู้กับสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ซึ่งเราทั้งหมดต้องต่อสู้ร่วมกัน ความร่วมมือระหว่างประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนาเป็นสิ่งสำคัญ เราจะต้องร่วมมือกันเพื่อต่อสู้กับอุปสรรคสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้สามารถเอาชนะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้สำเร็จ ทั้งนี้จะต้องไม่ลืมว่าเราต่างต่อสู้กับสิ่งเดียวกัน เราจะต้องร่วมมือกันเพื่อให้เป็นไปแนวทางเดียวกัน เป็นสมาพันธ์สีเขียว เพื่ออนาคตของโลกเรา

 นายกฯ กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตามเหลือเวลาอีกเพียง 70 วันก็จะถึงการประชุมที่โคเปนเฮเกน หวังว่าผู้เข้าร่วมประชุมจะใช้เวลาสองอาทิตย์ระหว่างการประชุมนี้อย่างเต็มที่เพื่อร่วมกันหาแนวทางในการรักษาโลกของเราเพื่อลูกหลานในอนาคต