
รอ 7 วัน รู้เหตุการตาย"น้องเมย"
นิติวิทย์ฯแถลงขั้นตอนรับศพ"น้องเมย"สภ.องครักษ์นำศพส่งให้ผ่ารอบ 2 พรุ่งนี้นัดส่งอวัยวะ คาดรู้ผลใน 7 วัน แจงทีมผ่าชุดแรกเจตนาดี"ไม่ผิกกม.-จรรยาบรรณ"แต่สื่อสารผิด
22 พ.ย. 60 ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม นายสมณ์ พรหมรส ผู้อำนวยสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ (สนว.) พร้อมด้วย นพ.ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ รองผอ.สถาบันฯ และพญ.ปานใจ โวหารดี ผอ.กองส่งเสริมและพัฒนางานนิติวิทยาศาตร์ ร่วมแถลงรายละเอียดถึงขั้นตอนการให้บริหารทางการแพทย์เพื่อผ่าชันสูตรศพนายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ที่เสียชีวิตหลังกลับเข้าโรงเรียนเตรียมทหารเพียง 1 วัน เป็นครั้งที่ 2
นายสมณ์ กล่าวว่า สถาบันนิติวิทยาศาตร์ได้รับการประสานจากพนักงานสอบสวนสภ.องครักษ์ ในการส่งศพนายภคพงศ์จากโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ามาให้ชันสูตรซ้ำ เนื่องจากญาติติดใจสาเหตุการตาย โดยหนังสือส่งถึงตนวันที่ 25 ต.ค.2560 หลังได้รับเรื่องแล้วได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นพิจารณา
ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม กล่าวอีกว่า โดยมีทีมแพทย์รับหน้าที่ในการชันสูตรครั้งที่ 2 ทำการผ่าพิสูจน์ศพในวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา จึงพบว่าอวัยวะภายในสมอง, หัวใจ และกระเพาะอาหารหายไป ทีมแพทย์จึงประสานพนักงานสอบสวนขอให้จัดส่งอวัยวะสำคัญมาให้ตรวจพิสูจน์ มิเช่นนั้นจะไม่สามารถทำรายงานสรุปสาเหตุการเสียชีวิตที่ถูกต้องได้
"วันที่ 23 พ.ย.2560นี้ ตำรวจจะไปรับชิ้นส่วนอวัยวะจากโรงพยาบาลนำส่งให้กับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เมื่อได้รับชิ้นส่วนอวัยวะแล้ว คาดว่าจะสามารถสรุปสาเหตุการเสียชีวิตได้ภายใน 7 วัน หรือไม่เกินวันที่ 30 พ.ย.นี้ จะทราบผล"ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม กล่าว
ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ เชื่อว่าทีมแพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ามีเจตนาดี ที่ต้องการวิเคราะห์สาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด เพราะญาติติดใจสงสัย แต่ปัญหาเกิดจากการสื่อสาร เนื่องจากแพทย์ที่ผ่าพิสูจน์กับญาติไม่มีโอกาสได้พบกัน
ด้านนพ.ไตรยฤทธิ์ กล่าวว่า การเสียชีวิตตามธรรมชาติ หรือ เสียชีวิตจากการเจ็บป่วยเมื่อพักรักษาในโรงพยาบาล หากแพทย์ต้องการชันสูตรศพเพื่อการศึกษาจะต้องทำหนังสือลายลักษณ์อักษรร้องขอญาติผู้เสียชีวิต แต่ถ้าเป็นการตายผิดธรรมชาติ จำเป็นต้องทำการพิสูจน์ให้ได้ผลทางคดีระหว่างพนักงานสอบสวนกับแพทย์ จึงไม่จำเป็นต้องขออนุญาตญาติผู้เสียชีวิต เนื่องจากต้องการมุ่งหวังประโยชน์ต่อรูปคดีเพื่อให้ได้คำตอบในทางคดีเป็นสำคัญ
นพ.ไตรยฤทธิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ในการชันสูตรส่วนใหญ่ไม่สามารถวินิจฉัยได้ในทันทีว่าเสียชีวิตจากสาเหตุใด หากแพทย์สงสัยว่าอวัยวะชิ้นใด เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เสียชีวิตก็สามารถขออนุญาตญาติเก็บอวัยวะชิ้นนั้นไว้ตรวจวินิจฉัยได้ โดยการตรวจในห้องปฏิบัติการจะนำชิ้นเนื้อมาฝานให้ละเอียดนำไปย้อมสี หากย้อมสีธรรมดายังไม่สามารถระบุสาเหตุได้ ก็ต้องย้อมสีพิเศษก่อนนำไปตรวจด้วยกล้องอิเล็กตรอนไมโครสโคป ซึ่งเทคนิคทางการแพทย์เหล่านี้จะทำให้โรคที่เดิมไม่เคยปรากฎหรือตรวจไม่พบทางคลินิคจะปรากฏขึ้นมา ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในทางการแพทย์ในปัจจุบัน
รองผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวอีกว่า สำหรับการเสียชีวิตโดยผิดธรรมชาติ เช่น ฆ่าตัวตาย, ตายไม่ทราบเหตุ หรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ในการชันสูตรของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์จะเก็บชิ้นเนื้อบางส่วนของอวัยวะไว้ตรวจสอบ ยกเว้นเป็นกรณีที่น่าสนใจจริงๆ อาจขออนุญาตเก็บอวัยวะทั้งหมดออกจากศพ โดยจะให้ญาติทำหนังสือยินยอม เช่น กรณีที่จะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอนในอนาคต
รองผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวต่อไปว่า แต่ในกรณีของโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ามีสถานะเป็นโรงเรียนแพทย์ แตกต่างจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จึงมองไปที่การเรียนการสอนด้วย ไม่ได้มองเรื่องงานบริการชันสูตรเพียงอย่างเดียว
"อย่างไรก็ตาม ทีมแพทย์ที่ผ่าพิสูจน์ชุดแรกก็มีความใส่ใจและต้องการตรวจวิเคราะห์ให้รู้สาเหตุถึงการเสียชีวิตที่แท้จริง จึงอาจเป็นเหตุผลที่เก็บหัวใจไปตรวจอย่างละเอียด เพราะเชื่อว่าจะสามารถบอกอาการที่ทำให้เสียชีวิตได้ เนื่องจากร่องรอยของโรคบางอย่างอาจไม่เคยปรากฏมาก่อน ซึ่งความไม่เข้าใจที่เกิดขึ้น เพราะการผ่าของนิติวิทยาศาสตร์จะให้ญาติเข้าไปสังเกตการณ์ได้ทุกขั้นตอน เมื่อผ่าไปแล้วญาติไม่พบอวัยวะ จึงทำให้ยิ่งติดใจสงสัย โดยเชื่อว่าทีมแพทย์ที่ทำการผ่าครั้งที่ 2 ก็ได้ติดต่อถามทีมแพทย์ชุดแรก และได้อธิบายกับญาติไปแล้วครั้งหนึ่งว่าเป็นการนำอวัยวะไปตรวจ ไม่ใช่นำไปทิ้ง ซึ่งเป็นวิธีการที่ถูกต้อง โดยอวัยวะที่เก็บไปตรวจจะถูกแช่ในฟอร์มาลีนเพื่อรักษาพยาธิสภาพให้คงเดิม สามารถนำมาตรวจสอบซ้ำได้ตามปกติ" รองผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ อธิบาย
เมื่อถามว่า สภาพศพมีกระดูกซี่โครงหักจากการปั้มหัวใจ ในทางการแพทย์ถือว่าเป็นไปได้หรือไม่ นพ.ไตรยฤทธิ์ อธิบายว่า เป็นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้ ส่วนที่มีการระบุว่ามีการทำซีพีอาร์ถึง 4 ชั่วโมง ขอทำความเข้าใจว่าการทำซีพีอาร์ ไม่ได้จำกัดเพียงการกดปั๊มหัวใจเท่านั้น แต่ยังมีการใช้ท่อช่วยหายใจและสารน้ำร่วมด้วย และคดีนี้แพทย์ที่ชันสูตรยังไม่ลงความเห็นมา จึงยังไม่ชี้ชัดว่าซี่โครงหักจริงหรือไม่
ด้านพญ.ปานใจ กล่าวว่า การนำอวัยวะออกไปตรวจพิสูจน์ โดยไม่ขออนุญาตหรือแจ้งให้ญาติทราบ ในทางปฏิบัติไม่มีแนวกำหนดไว้ชัดเจน เป็นการปฏิบัติที่แตกต่างกันของแต่ละแห่ง ทั้งนิติเวชตำรวจ, นิติเวชโรงพยาบาล และสถาบันนิติวิทยาศาตร์ ซึ่งไม่มีมาตรฐานกลางกำหนดไว้ ดังนั้น การนำอวัยวะออกไปตรวจโดยไม่แจ้ง จึงไม่ใช่เรื่องที่ผิดกฎหมายหรือผิดจรรยาบรรณ หากในกรณีที่แพทย์แจ้งให้ญาติทราบว่าได้นำอวัยวะออกไปตรวจซึ่งใช้เวลานาน และญาติประสงค์รอรับกลับไปทำพิธีทางศาสนาด้วย แพทย์จะแจ้งให้มารับอวัยวะเมื่อตรวจเสร็จ หรือกรณีที่ญาติไม่ประสงค์จะรับชิ้นส่วนอวัยวะกลับ
"ตามปกติแพทย์จะรวบรวมอวัยวะทั้งหมด ไปบำเพ็ญกุศลตามกำหนดอยู่แล้ว สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นหากญาติยังติดใจสงสัยว่าชิ้นส่วนอวัยวะที่ส่งกลับคืนมาให้ชันสูตรครั้งที่ 2 จะตรงกับนายภคพงศ์หรือไม่ ก็สามารถตรวจดีเอ็นเอยืนยันได้"พญ.ปานใจ กล่าว



