
ชี้อภิสิทธิ์ชูศักยภาพไทยได้ดีเวทียูเอ็นและจี-20
เบลเยียมเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย พร้อมร่วมมือกันเพื่อประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย ทูตภูฏานแนะปรัชญาความสุขมวลรวมเป็นอีกแนวทางสำคัญสู่การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ
เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล (www.thaigov.go.th) รายงานว่า เมื่อเวลา 8.30 น.วันที่ 28 ก.ย. นายรูดี เฟชเตรเทิน เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเบลเยี่ยมประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล สรุปสาระสำคัญการสนทนาดังนี้
เอกอัครราชทูตเบลเยี่ยมฯ แสดงความขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ให้โอกาสได้เข้าพบในวันนี้ และแสดงความขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ให้ความช่วยเหลือในการดำเนินธุรกิจของ บริษัทเอกชนของเบลเยี่ยมในประเทศไทยมาโดยตลอด ทั้งนี้ได้ทราบข่าวจากเพื่อนร่วมงานที่สหรัฐอเมริกาว่าสุนทรพจน์และกิจกรรม ที่นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วม ณ สหรัฐอเมริกา นั้นช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและเพิ่มพูนความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าถึงแม้ว่าในปัจจุบันยังคงมีความท้าทายอยู่ โดยเฉพาะปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจและการเงินโลก แต่นายกรัฐมนตรียังคงเชื่อมั่นว่าไทยมีศักยภาพที่จะพัฒนาความสัมพันธ์และ ความร่วมมือกับเบลเยี่ยม และพร้อมที่จะทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ของทั้งสองประเทศ ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันที่ว่าในด้านความสัมพันธ์ทวิภาคีนั้น จะต้องดำเนินการเจรจาแผนปฏิบัติการร่วมไทย-เบลเยียม (Joint Plan of Action) ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือในทุกด้าน อาทิ การแลกเปลี่ยนการเยือน การค้า การลงทุน วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่าประเทศไทยมี นโยบายเปิดกว้าง และพร้อมเปิดรับนักลงทุนต่างชาติ
ในโอกาสนี้นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงการเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาว่าในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญและการประชุม G20 ผู้ นำส่วนใหญ่ต่างเห็นพ้องกันว่าหากทุกฝ่ายร่วมมือกันจะประสบความสำเร็จในการ ฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างแน่นอน และนอกจากนี้ยังได้มีการหยิบยกปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศว่าเป็น ปัญหาที่สำคัญและจะต้องรีบเร่งรัดการแก้ไข
เอกอัครราชทูตเบลเยี่ยมได้แจ้งว่าเบลเยี่ยมจะดำรงตำแหน่งประธานสหภาพยุโรป (EU) ในช่วงเดือน ก.ค.-ธ.ค. ปี 2010 และจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรป (Asia-Europe Meeting) ครั้งที่ 8 ระหว่างวันที่ 4-5 ตุลาคม 2010 ซึ่งเบลเยี่ยมมีความตั้งใจที่จะให้การประชุมผู้นำประสบผลสำเร็จในเชิงรูปธรรม
“ทูตภูฏาน”แนะปรัชญาความสุขมวลรวมแก้เศรษฐกิจ
ต่อมาเวลา 09.00 น. นาย Tshering Dorji เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรภูฏานประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ายกรัฐมนตรี ในโอกาสเข้ารับหน้าที่ใหม่ ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
นาย Dorji นำคำขอบคุณจากรัฐบาลภูฏาณต่อรัฐบาลไทยในโอกาสเข้ารับหน้าที่ใหม่ และแสดงความชื่นชมกับนายกรัฐมนตรีที่ได้บริหารปกครองประเทศด้วยความเป็นผู้ นำอย่างเข้มแข็ง นาย Dorji ยังได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศซึ่งเป็นไปอย่างแน่นแฟ้น อันเนื่องมาจากว่าทั้งไทย และภูฏานต่างมีสิ่งที่คล้ายคลึงกันหลายอย่าง โดยเฉพาะการที่ทั้งสองประเทศมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข นอกจากนี้ นาย Dorji ยังเห็นว่าทั้งสองประเทศจะสามารถขยายความร่วมมือได้ มากขึ้นทั้งในสาขาทรัพยากรมนุษย์ การค้าและการท่องเที่ยว นาย Dorji ยังได้ขอบคุณรัฐบาลไทย ในการให้การสนับสนุนทุนการศึกษาและการแลกเปลี่ยนทางการศึกษากับภูฏาน รวมทั้ง ได้ให้การ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากแผ่นดินไหวในภูฏานเมื่อครั้งที่ผ่านมา
นายก รัฐมนตรีขอบคุณ นาย Dorji และรัฐบาลภูฏานที่ได้มีมิตรภาพต่อไทยมาอย่างยาวนาน และยินดีที่ในปี 2552 นี้ จะเป็นปีครบรอบความสัมพันธ์ทางการทูต 20 ปี ไทย-ภูฏาน ซึ่งนอกจากจะมี ความสัมพันธ์ระหว่างกันในด้านการค้าและการลงทุนแล้ว ไทยเองยังได้นำแนวปรัชญาความสุขมวลรวมในประเทศ (Gross National Happiness) ของพระมหากษัตริย์ภูฏานมาปรับใช้ ซึ่งก็มี ความสอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอีก ด้วย โดยเห็นว่าทั้งสองหลักปรัชญาเป็นแนวทางสำคัญในการรับมือกับวิกฤติเศรษฐกิจ โลกในปัจจุบัน นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้แสดงความชื่นชมกับการเปลี่ยนผ่านจากระบอบพระมหากษัตริย์ มาสู่ระบอบประชาธิปไตยของภูฏานที่เป็นไปอย่างราบรื่น และ เห็นว่าทั้งสองประเทศควรเพิ่ม การร่วมมือกันในหลายสาขาและเพิ่มการเรียนรู้ระหว่างกันให้มากขึ้น
ในตอนท้าย นาย Dorji ได้มอบของที่ระลึกแก่นายกรัฐมนตรี และกล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีในการให้ต้อนรับในการเข้าเยี่ยมคารวะในครั้งนี้



