
ชาวปากมูลร้อง"บิ๊กตู่"ย้าย ผวจ.อุบลฯ
สมัชชาคนจนเขื่อนปากมูลพร้อมชาวบ้าน ยื่นหนังสือร้อง"บิ๊กตู่" ให้ย้าย ผวจ.อุบลฯ ออกจาพื้นที่ ฐานละเมิดข้อตกลงการบริหารจัดการน้ำเขื่อนปากมูล
20 พ.ย.60 เมื่อเวลา10.30น. ที่ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี นายกฤษกร ศิลารักษ์ ที่ปรึกษาสมัชชาคนจนเขื่อนปากมูล พร้อมชาวบ้านรวม7คน ได้มายื่นหนังสือเรียกร้องถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีการละเมิดข้อตกลงการบริหารจัดการน้ำเขื่อนปากมูล โดยอ้างว่าตามที่รัฐบาลนี้ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการก่อสร้างเขื่อนปากมูล เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.2558 ต่อมาคณะกรรมการฯมีมติกำหนดเกณฑ์การเปิดปิดประตูระบายน้ำ
โดยเมื่อแม่น้ำมูลที่สถานีวัดน้ำM7สะพานเสรีประชาธิปไตย อ.เมือง มีอัตราการไหลของน้ำเกินกว่า500ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (จากความจุของลำน้ำ2,300ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) หรือมีระดับน้ำเกิน107ม.รกท. หรือน้ำมีความสูง2เมตร จากระดับความสูง7เมตร หรือระดับน้ำแม่น้ำโขงที่สถานีวัดน้ำห้วยสะคาม อ.โขงเจียม มีความสูง95ม.รกท. เขื่อนปากมูลต้องเปิดประตูระบายน้ำให้สัตว์น้ำจากแม่น้ำโขงว่ายขึ้นมาวางไข่ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศวิทยาของลุ่มน้ำ และเมื่อระดับน้ำแม่น้ำมูลที่สถานีวัดน้ำM7สะพานเสรีประชาธิปไตย อ.เมือง มีความสูง107ม.รทก. หรือมีอัตราการไหลของน้ำต่ำกว่า100ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ให้เขื่อนปากมูลสามารถปิดประตูระบายน้ำได้ หรือให้คณะอนุกรรมการที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน พิจารณาตามความจำเป็นในแต่ละปี
แต่เมื่อวันที่15พ.ย.2560 ได้มีการเรียกประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการน้ำเขื่อนปากมูล ซึ่งประกอบไปด้วยภาคราชการ ผู้แทนประชาชนกลุ่มผู้ใช้น้ำ และตัวแทนของกลุ่มสมัชชาคนจนเข้าร่วมประชุม และคณะอนุกรรมการบริหารจัดการน้ำเขื่อนปากมูลมีมติ15ต่อ2เสียง ให้ปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูลไว้ใช้ในฤดูแล้ง
เนื่องจากเห็นว่า น้ำจากเขื่อนด้านเหนือไม่มีการปล่อยลงมาสู่แม่น้ำมูล และเข้าสู่ฤดูหนาวไม่มีพายุลูกใหม่เข้ามาในพื้นที่แล้ว จึงให้ปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูลในวันที่19พ.ย. เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ผลิตประปา ใช้เพื่อการเลี้ยงปลาในกระชัง และใช้ทำเกษตรกรรมในฤดูแล้ง แต่กลุ่มสมัชชาคนจนเห็นว่า การกระทำดังกล่าว เป็นการละเมิดข้อตกลงที่มีไว้ และเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการก่อสร้างเขื่อนปากมูล ซึ่งรัฐบาลเป็นผู้แต่งตั้งขึ้นมา
จึงเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ สั่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูลโดยทันที พร้อมให้สั่งย้ายนายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายปราโมทย์ ธัญพืช รองผู้ว่าราชการที่มาเป็นประธานปิดประตูระบายน้ำเมื่อวานนี้ในทันที และสั่งการให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติตามการบริหารจัดการน้ำเขื่อนปากมูลตามหลักเกณฑ์ปี2558พร้อมแนบรายชื่อเครือข่ายและบุคคลที่ให้การสนับสนุนกลุ่มสมัชชาคนจนมาด้วยจำนวน35รายชื่อ
ซึ่งตอนแรกนายกฤษกร และชาวบ้านต้องการให้นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ลงมารับหนังสือส่งต่อไปถึงรัฐบาล แต่นายสฤษดิ์ไม่อยู่ เดินทางไปเป็นประธานงานวางศิลาฤกษ์และการประชุมที่อื่น จึงมี จ.ส.อ.เกริกชัย ผ่องแผ้ว ปลัดจังหวัดมาหารือและได้รับหนังสือแฟ็กซ์เข้าไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี และทางสำนักนายกรัฐมนตรีได้แฟ็กซ์เลขลงรับหนังสือกลับมาให้กับกลุ่มชาวบ้าน จึงได้พากันเดินทางกลับ หลังได้ยื่นหนังสือแล้ว
ด้านนายดนุนันท์ ไชยทุม ผู้ช่วยหัวหน้ากองโรงไฟฟ้าเขื่อนสิรินธร ซึ่งกำกับดูแลเขื่อนปากมูลกล่าวถึงการเก็บกักน้ำและระบายน้ำของเขื่อนปากมูล หลังปิดประตูเขื่อนปากมูลทั้ง8บาน จะมีการระบายน้ำผ่านเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทั้ง4เครื่อง จำนวน1,300ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และอีก200-300ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระบายผ่านบานประตูที่4-5-6ซึ่งทำการยกบานประตูน้ำสูงจากพื้นประมาณ70เซนติเมตร
จึงมีการระบายน้ำออกจากเขื่อนปากมูลลงสู่แม่น้ำโขง ซึ่งมีระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่งวันนี้ กว่า9เมตร รวมประมาณ1,500-1,600ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อให้มีความลาดเอียงและคงระดับน้ำหน้าเขื่อนไว้ที่106ม.รทก. ทำให้ระดับน้ำหน้าเขื่อนมีระดับน้ำต่ำกว่าบริเวณแก่งสะพือ อ.พิบูลมังสาหาร ซึ่งวันนี้ มีความสูง108ม.รกท. หรือต่ำกว่า2เมตร และมีระดับน้ำต่ำกว่าสถานีวัดน้ำM7สะพานเสรีประชาธิปไตย อ.เมืองอุบลราชธานี ประมาณ4เมตร
ซึ่งวันนี้ สถานีวัดน้ำM7สะพานเสรีประชาธิปไตย มีระดับน้ำสูง110.26หรือ5.26เมตร และมีอัตราการไหลผ่านของน้ำ1,422ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากความจุสูงสุด2,300ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือคิดเป็นร้อยละ61 .8ของความจุลำน้ำ และแนวโน้มน้ำยังลดลงทุกวันเฉลี่ย2-5เซนติเมตร
ทั้งนี้ในการเก็บกักน้ำและระบายน้ำออก จะไม่ปล่อยน้ำให้ไหลออกมากไปกว่านี้ เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้สนับสนุนการผลิตน้ำประปา และพื้นที่เกษตรกรรมในฤดูแล้งตามพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำมูลในฤดูหนาวถึงฤดูร้อนปีหน้า สำหรับความกังวลเกี่ยวกับน้ำจากแม่น้ำชี ยังท่วมขังพื้นที่เกษตรกรรมในพื้นที่อำเภอเขื่องใน เป็นน้ำค้างทุ่งที่ไม่ไหลลงสู่ร่องน้ำตามธรรมชาติ เพื่อไหลมาลงแม่น้ำมูล จึงทำให้แม่น้ำมูลมีระดับน้ำลดลงทุกวันในขณะนี้
สำหรับบรรยากาศหลังการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ปิดประตูเขื่อนปากมูลแล้ว มีบรรดาชาวประมงนำเรือออกจากจับปลาทั้งบริเวณหน้าเขื่อนและท้ายเขื่อน โดยท้ายเขื่อนมีปลาที่ติดค้างตามเกาะแก่งของโขดหิน และหน้าเขื่อนมีปลาตื่นน้ำจากกระแสน้ำที่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ทำให้ชาวประมงทั้งที่เป็นชาวบ้านหัวเหว่ ต.โขงเจียม อ.โขงเจียม ซึ่งเป็นที่ตั้งเขื่อนปากมูล และเป็นชาวประมงมาจากที่อื่นสามารถจับปลาได้จำนวนมาก โดยปลาทั้งหมดมีพ่อค้าปลามาคอยรับซื้อถึงที่ และบางส่วนลำเลียงปลาส่งเข้าไปขายต่อในตลาดของอำเภอโขงเจียมและในตัวจังหวัดอุบลราชธานีด้วย.



