ข่าว

ลำปางหมอกควันสูงสุดในประเทศค่าฝุ่นละอองมาตรฐานสูง

ลำปางหมอกควันสูงสุดในประเทศค่าฝุ่นละอองมาตรฐานสูง

27 ก.พ. 2552

สถานการณ์หมอกควันลำปาง ค่าฝุ่นละอองมาตรฐานสูงเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐานสูงสุดของประเทศ และในรอบปี อ.เมือง สูงสุด อันดับสอง อ.แม่เมาะ เผยสาเหตุมาจากกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้า ด้านหอบังคับการบินลำปางต้องใช้อุปกรณ์พิเศษ เปิดไฟรันเวย์ให้นักบินนำเครื่องลงรันเวย์ คณะแพท

 สะท้อนมาตรการรณรงค์งดเผาของจังหวัดล้มเหลว ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าเชียงใหม่เผยส่งหน่วยเสือไฟเฝ้าระวังในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย บริเวณพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ขณะที่สถานการณ์ไฟป่าสวนปาล์มที่นราธิวาสควบคุมได้แล้ว แต่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ฉีดน้ำเลี้ยงตลอดเวลา

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ สถานีอุตุนิยมวิทยาลำปาง ออกประกาศพยากรณ์อากาศของจังหวัดลำปาง ว่า ประชาชนต้องทนกับสภาพอากาศที่แปรปรวนต่อไป จากการตรวจวัดอุณหภูมิล่าสุดพบว่า จ.ลำปาง มีอุณหภูมิสูงสุดในภาคเหนือตอนบน 39.5 องศาเซลเซียส ซึ่งตรวจวัดได้ในพื้นที่ อ.เถิน จ.ลำปาง สภาพอากาศโดยทั่วไปยังคงเกิดฟ้าหลัวและขมุกขมัว เนื่องจากมีหมอกควันไฟปกคลุมพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ อย่างหนาแน่น สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน เป็นวันสองแล้ว

ด้านสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 2 ลำปาง ได้ส่งรายงานไปยังจังหวัดลำปาง เพื่อให้ทราบค่าของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติของกรมควบคุมมลพิษที่ตั้งอยู่ในจังหวัด ว่า ในเขตพื้นที่ อ.เมือง มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กต่ำกว่า 10 ไมครอน ในหมอกควันไฟสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน วัดได้ 268 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนที่ อ.แม่เมาะ วัดได้ 228 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือว่าค่าของ อ.เมือง เป็นค่าที่สูงสุดของประเทศ และเป็นค่าที่สูงสุดในรอบปี 2552

ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติงานเทคโนโลยีและสารสนเทศ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 สาขาลำปาง รายงานข้อมูลว่า ช่วงวันที่ 4-25 กุมภาพันธ์ 2552 ที่ผ่านมา พบเกิดไฟป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 33 จุด ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 117 จุด และพื้นที่การเกษตรอีก 54 จุด สาเหตุที่เกิดไฟป่ามาจากการเข้าไปหาของป่าแล้วจุดไฟเผา ทำให้ไฟลุกลามขยายเป็นวงกว้าง และเกิดหมอกควันปกคลุมพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอของจังหวัด

นอกจากปัจจัยไฟป่าและการจุดไฟเผาในที่โล่งแจ้งแล้ว ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กต่ำกว่า 10 ไมครอน ในปริมาณที่สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน รวมทั้งควันรถจากท่อไอเสียรถทุกชนิดที่วิ่งในตัวเมือง ทำให้สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติของกรมควบคุมมลพิษ ที่ตั้งอยู่ข้างศาลหลักเมือง อ.เมือง ตรวจพบ

ส่วนสถานีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.แม่เมาะ 2 แห่ง ไม่ว่าจะเป็นสถานีอนามัยบ้านสบป๊าด และสำนักงานการประปาแม่เมาะ ก็ตรวจพบฝุ่นละอองขนาดเล็ก ที่ส่วนหนึ่งมาจากกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จึงทำให้สภาพอากาศของ จ.ลำปาง มีหมอกควันไฟปกคลุมอย่างหนาแน่น และค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานเป็นวันที่สองแล้ว

อย่างไรก็ตาม สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 สาขาลำปาง ได้สั่งการให้หน่วยงานภาคสนาม ทั้งสถานีควบคุมไฟป่า อุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ และหน่วยงานอื่นๆ ร่วมกันปฏิบัติงานควบคุม และดับไฟป่ามาโดยตลอด แต่สามารถดำเนินการได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น ซึ่งการบรรเทาและแก้ปัญหาดังกล่าว ควบกับอำเภอทุกพื้นที่แจ้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมมือกันและประสานประชาชนในพื้นที่ให้งดการจุดไฟ เผาทั้งในพื้นที่ป่า และในที่โล่งอย่างจริงจัง เพื่อลดปัญหาหมอกควัน

เตือนหมอกควันเหนือส่อวิกฤติ

ดร.พงษ์เทพ วิวรรธนะเดช หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานข้อมูลด้านหมอกควันภาคเหนือ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบคุณภาพอากาศโดยรวมของพื้นที่ภาคเหนือขณะนี้ พบว่าแย่ลงในหลายแห่ง หนักที่สุด คือ ที่ จ.ลำปาง ซึ่งคุณภาพอากาศเกินมาตรฐานขึ้นมาถึง 200 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ติดต่อกันนานนับสัปดาห์ นอกจากนี้ที่เกินค่ามาตรฐานและน่าเป็นห่วง ยังได้แก่ ลำพูน เชียงราย พะเยา และเชียงใหม่ ซึ่งวันนี้มองไม่เห็นดอยสุเทพแล้ว

ทั้งนี้ ดูจากแนวโน้มแล้วปีนี้น่าจะมีปัญหา เพราะปกติปัญหาหมอกควันจะเริ่มปรากฏในช่วงต้นเดือนมีนาคมแต่ปรากฏว่าปีนี้เพียงแค่เดือนกุมภาพันธ์ ก็เริ่มมีปัญหาแล้ว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ามาตรการในการป้องกันรณรงค์สกัดกั้นการเผาในที่โล่งแจ้งของแต่ละจังหวัดไม่เป็นผล

"สาเหตุของปัญหาหมอกควันในขณะนี้และที่ผ่านมา สาเหตุใหญ่ที่สุดเกิดจากการเผา ส่วนการจราจรเป็นค่าประกอบที่น้อยมาก และหากมีจริงก็น่าจะขุ่นมัวแค่เฉพาะในเขตตัวเมือง แต่ที่เห็นอยู่ในขณะนี้คือหมอกควันปกคลุมไปทั่วทั้งเมืองเชียงใหม่แล้ว ตรงนี้น่าเป็นห่วง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงต้องเร่งระดมทบทวนมาตรการเพื่อเร่งแก้ปัญหากันแล้ว เพราะขณะนี้ทราบว่า ที่ อ.แม่แจ่ม อ.อมก๋อย เกษตรกรมีการเผาซังข้าวโพดกันแล้ว" ดร.พงษ์เทพกล่าว

ทพ.ดร.สุรสิงห์ วิศรุตรัตน์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จากคุณภาพอากาศของ จ.เชียงใหม่ ที่เริ่มเกินค่ามาตรฐานขึ้นมาในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ เป็นวันแรกของปี ขณะที่จังหวัดโดยรอบเกินค่ามาหลายวันแล้วนั้น ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมีการปรับมาตรการ โดยแจ้งให้ทุกโรงพยาบาล และสถานีอนามัยที่อยู่ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข รายงานข้อมูลด้านสุขภาพของผู้ป่วยที่เป็นผลต่อเนื่องจากภาวะหมอกควันเข้ามาถี่ขึ้น จากเดิมที่ส่งรายงานข้อมูลเป็นรายเดือน ขณะนี้ได้เปลี่ยนให้รายงานในทุกๆ 7 วันแทน เพื่อให้ทันรับกับสถานการณ์ ซึ่งจะเริ่มสรุปข้อมูลที่ชัดเจนได้ภายในสัปดาห์หน้า

"จากสถานการณ์คุณภาพอากาศเชียงใหม่ที่เริ่มแย่ลงนี้ กลุ่มที่จะได้รับผลกระทบเป็นอันดับแรกในเวลานี้คือกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ ผู้สูงวัย และเด็ก น่าจะมีแนวโน้มแสดงอาการเจ็บป่วยเพิ่มขึ้นแล้ว และหากค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (เอคิวไอ) ยังเพิ่มความรุนแรงขึ้นอีกถึง 200 ก็อาจจะกระทบต่อกลุ่มประชาชนทั่วไป ซึ่งทางเราต้องเฝ้าติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด" รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่กล่าว

ส่งหน่วยเสือไฟเฝ้าระวังไฟป่า

นายศักดิ์ชัย จงกิจวิวัฒน์ หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าเชียงใหม่ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่หน่วยเสือไฟเข้าตั้งแคมป์พักแรมเฝ้าระวังไฟป่าตลอด 24 ชั่วโมง ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย บริเวณที่ตั้งพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ พร้อมทำแนวกันไฟ เพื่อป้องกันไฟป่าลุกลามเข้าชุมชนใกล้เคียง ซึ่ง 1 เดือนที่ผ่านมา เขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย มีไฟไหม้ป่าเกิดขึ้น 10 ครั้ง ป่าเต็งรังเสียหาย 26 ไร่ ในเขต อ.เมือง 7 ครั้ง และเขต อ.หางดง 2 ครั้ง จับกุมชาวบ้านลักลอบเผาได้ 2 ราย

ส่วนภาพรวมทั้งจังหวัดตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เกิดไฟป่าสะสม 357 ครั้ง พื้นที่เสียหาย 2,220 ไร่ โดยเฉพาะป่าในเขต อ.จอมทอง เกิดขึ้นมากสุด 90 ครั้ง เสียหาย 730 ไร่ รองลงมา อ.ฮอด 69 ครั้ง เสียหาย 451 ไร่ และ อ.แม่ออน 52 ครั้ง เสียหาย 275 ไร่ ส่วนสาเหตุเกิดจากเผาหาของป่าถึง 262 ครั้ง รองลงมาล่าสัตว์ 72 ครั้ง และเผาไร่ 42 ครั้ง

การบินระส่ำหมอกควันปกคลุม

นายศิริพงษ์ กรุงวงศ์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานลำปาง กล่าวว่า หมอกควันไฟที่ยังปกคลุมพื้นที่อย่างหนาแน่นในขณะนี้ รวมถึงท่าอากาศยานลำปาง ทำให้เครื่องบินไม่สามารถขึ้น-ลงรันเวย์ได้ เนื่องจากทัศนวิสัยการมองเห็นลดลง ปกติแล้วนักบินจะมองเห็นรันเวย์ก่อนนำเครื่องลงจอดประมาณ 20-30 กิโลเมตร แต่ขณะนี้มองเห็นได้เพียงระยะ 10 กิโลเมตร ทางหอบังคับการบินต้องใช้อุปกรณ์พิเศษ เพื่อส่งสัญญาณให้นักบินทราบพิกัดที่ตั้งของท่าอากาศยาน และทิศทางของการร่อนลง รวมถึงบนภาคพื้นดิน จะเปิดสัญญาณไฟแสดงความชัดเจนทุกจุด เนื่องจากหมอกควันหนามาก และปีนี้สถานการณ์หมอกควันไฟปกคลุมเกิดขึ้นเร็วกว่าทุกปีที่ผ่านมา

พบไฟป่ากว่า 200 จุด

นายสุรพจน์ กาญจนสิงห์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 สาขาลำปาง กล่าวว่า จากการตรวจสอบช่วงวันที่ 4-25 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา พบไฟป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 33 จุด ป่าสงวนแห่งชาติ 117 จุด และพื้นที่การเกษตรอีก 54 จุด ซึ่งมีสาเหตุมาจากการเข้าไปจุดไฟเผาของป่า ทำให้ไฟลุกลามเร็วท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าว จนกลายเป็นหมอกควันไฟสะสมปกคลุมทั่วทั้งจังหวัด

นายสุรพจน์กล่าวต่อว่า จากการวัดค่าฝุ่นละอองเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พบว่า ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กต่ำกว่า 10 ไมครอน สูงเกินมาตรฐานมาเป็นวันที่สองแล้ว ขณะนี้ได้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้นำชุมชนให้ช่วยกันสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนงดการจุดไฟเผาป่าและที่โล่งแจ้ง

นราฯ คุมไฟป่าบาเจาะได้แล้ว

หลังจากเกิดไฟป่าในบริเวณสวนปาล์ม เขตนิคมสหรกรณ์บาเจาะ พื้นที่หมู่ 4 บ้านฮูแตทูวอ ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่านราธิวาสดับไฟป่าได้แล้วในระดับหนึ่ง แต่ยังมีควันและไฟคุกรุ่นอยู่ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าระวังฉีดน้ำเลี้ยงไว้อย่างต่อเนื่อง

นายเกษม สุวรรณฎาพงศ์ หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการไฟป่านราธิวาส กล่าวเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ว่า จากการสำรวจพื้นที่พบว่า พื้นที่ถูกไฟป่าเผาผลาญไปแล้ว 120 ไร่ แม้เจ้าหน้าที่จะควบคุมไฟป่าไว้ได้แล้วก็ตาม โดยสามารถดับไฟได้แล้ว 80% แต่ยังมีควันและไฟคุกรุ่นอยู่ เนื่องจากมีลมกระโชกแรง อีกทั้งสภาพอากาศก็แห้งแล้งและร้อนอบอ้าว ดังนั้น เจ้าหน้าที่และเจ้าของสวนปาล์มจึงต้องเฝ้าระวัง พร้อมกับฉีดน้ำเลี้ยงไว้ตลอดเวลา

นายเกษมกล่าวอีกว่า ไฟไหม้ครั้งนี้เจ้าหน้าที่ควบคุมไฟไว้ได้ในระดับการลุกไหม้ผิวดิน แต่ใต้ดินความลึกประมาณ 1.50 เมตร ยังระอุอยู่ สามารถปะทุขึ้นได้หากมีลมแรง และอาจขยายวงกว้างเหมือนไฟไหม้ป่าพรุโต๊ะแดง อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ปี 2541 ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้เวลาดับไฟนานถึง 3 เดือน

เสนอผู้ว่าฯ สงขลาคุมเข้มการเผา

นายสมลักษณ์ ศรีหิรัญเดช หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าสงขลา กล่าวว่า มาตรการป้องกันปัญหาไฟป่า นอกจากมีการรณรงค์ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมดูแล โดยเฉพาะชุมชนรอบผืนป่าที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า ทั้งเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาประช้าง-แหลมขาม อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง ล่าสุดสถานีควบคุมไฟป่าสงขลาเตรียมเสนอนายสนธิ เตชานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ให้พิจารณาออกประกาศจังหวัดให้ชัดเจนเกี่ยวกับการเผาเศษวัชพืชเพื่อทำการเกษตร โดยให้แจ้งให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านก่อนล่วงหน้า เพื่อป้องกันปัญหาฝุ่นละอองของหมอกควันสะสมในอากาศ