ข่าว

โพสต์แชร์คลิปวิน จยย.ตื้บ นร.ระวังคุก 2 ปี

โพสต์แชร์คลิปวิน จยย.ตื้บ นร.ระวังคุก 2 ปี

19 พ.ย. 2560

โฆษก ตร. ชี้ ถ่ายคลิปโดยไม่เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น เอามาโพสต์-แชร์ต่อ เสี่ยงหมิ่นประมาท โทษหนักจำคุก 2 ปี ปรับ 2 แสนบาท


               ตามที่มีผู้เผยแพร่คลิปวิดีโอนักเรียนอาชีวะถูกกลุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้างรุมทำร้าย เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา จนทำให้กระแสสังคมรุมประณามและพากันวิจารณ์ไปต่างๆ นานานั้น

               19 พ.ย. 60  พ.ต.อ.ปรีชา กองแก้ว ผกก.สน.สามเสน เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้นัดคู่กรณีคือนักเรียน จำนวน 5 คน และกลุ่มวิน จำนวน 7 คน มาร่วมพูดคุยปรับความเข้าใจกันที่ สน.สามเสน แล้ว โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารเข้าร่วมการพูดคุยในครั้งนี้

               พ.ต.อ.ปรีชา เผยว่า จากการสอบปากคำทั้งสองฝ่ายให้การว่า เหตุเกิดจากการที่นักเรียนขับขี่รถ จยย.ปาดหน้ามอเตอร์ไซค์รับจ้าง กระทั่งมาถึงบริเวณกลางซอย มอเตอร์ไซค์รับจ้างที่เป็นคู่กรณีกำลังขับขี่รถกลับ พบนักเรียนที่ขับขี่ปาดหน้า จึงจอดรถก่อนมีปากเสียงกระทั่งเกิดการทะเลาะวิวาท เมื่อทางตำรวจได้รับแจ้งจึงเข้าตรวจสอบพบว่าทั้งสองฝ่ายได้รับบาดเจ็บ และไม่มีการใช้อาวุธแต่อย่างใด ส่วนที่ปรากฏในคลิปเป็นช่วงท้ายของเหตุการณ์ จึงได้เรียกทั้งสองฝ่ายมาปรับความเข้าใจกัน

               พ.ต.อ.ปรีชา เผยอีกว่า ทั้งหมดสามารถตกลงกันได้และไกล่เกลี่ยปรับความเข้าใจกันแล้ว อย่างไรก็ตาม ได้แจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกายกับทั้งสองฝ่าย ส่วนเรื่องอาการบาดเจ็บก็สามารถตกลงชดใช้ค่าเสียกันได้ ซึ่งเหตุก็จบลงด้วยดี ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าตำรวจไม่ได้ปล่อยปละละเลยตามที่มีกระแสในโลกออนไลน์แต่อย่างใด และพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

               ด้าน พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. / โฆษก ตร. ได้กล่าวถึงกรณีนี้ ว่า จากการตรวจสอบพบว่าเหตุเกิดเนื่องจากในเช้าวันเกิดเหตุ เวลาประมาณ 09.00 น. เด็กนักเรียนที่เห็นในภาพได้ขี่รถจักรยานยนต์ปาดหน้ามอเตอร์ไซค์รับจ้างคันหนึ่ง แล้วเกิดการมองหน้ากัน จากนั้นต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันไป จนกระทั่งอีกครู่ต่อมา ทั้งสองขี่รถมาเจอกันอีก ฝ่ายมอเตอร์ไซค์รับจ้างซึ่งเป็นผู้ใหญ่ จึงพูดจาตำหนิเด็กนักเรียนถึงเรื่องมารยาทการขับขี่รถ จนเกิดบานปลายกลายเป็นการต่อสู้ชกต่อยกัน ทำให้เพื่อนนักเรียนที่อยู่ในบริเวณนั้นอีก 4 คน เข้ามาช่วยรุมทำร้ายมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จนได้รับบาดเจ็บดั้งจมูกหัก ซึ่งในที่เกิดเหตุนั้นอยู่ห่างจากที่ตั้งของวินมอเตอร์ไซค์เพียง 30 เมตร ทำให้เพื่อนวินมอเตอร์ไซค์กรูกันเข้ามาช่วย จึงทำให้เด็กนักเรียนอีก 4 คน ต่างพากันวิ่งหลบหนีเข้าโรงเรียนไป เหลือเพียงเด็กนักเรียนที่เป็นต้นเรื่องเพียงลำพัง จึงถูกวินมอเตอร์ไซค์รุมทำร้าย ฟกช้ำไปทั้งตัวตามที่เห็นในภาพ ซึ่งเรื่องนี้เมื่อมีผู้โทรศัพท์แจ้งความมายัง สน.สามเสน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกติดตามตัวผู้ร่วมก่อเหตุทั้งสองฝ่ายมาได้จนครบทุกคน และนำตัวมายัง สน. โดยได้เชิญพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กนักเรียนและ ผอ.โรงเรียน มาร่วมรับฟังการสอบปากคำด้วย

               จากการสอบปากคำเบื้องต้น พบว่าเป็นการทำร้ายกันทั้งสองฝ่าย โดยมอเตอร์ไซค์รับจ้างได้รับบาดเจ็บมากกว่า แต่เห็นแก่อนาคตของเด็กจึงไม่ติดใจเอาความแต่อย่างใด ส่วนเด็กนักเรียนเองก็สำนึกผิด และต่างฝ่ายยอมขอโทษซึ่งกันและกัน โดยทั้งสองฝ่ายต่างให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่ก่อความวุ่นวายใดๆ อีกหลังจากนี้ เพราะต่างก็ให้อภัยกันแล้ว

               อย่างไรก็ตาม ในทางกฎหมายกรณีนี้ถือเป็นความผิดต่อแผ่นดิน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจำเป็นต้องดำเนินคดีกับทั้งสองฝ่าย โดยต้องแบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำร้ายผู้ใหญ่ และผู้ใหญ่ทำร้ายเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถตั้งข้อหากับทางนักเรียนได้ เนื่องจากได้ส่งตัวมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่จมูกหักไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลวชิระ และได้ถูกส่งตัวต่อไปยังโรงพยาบาลสมิติเวช จึงต้องรอผลการตรวจร่างกายจากแพทย์ว่าที่ถูกเด็กนักเรียนทำร้ายนั้นได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือรักษาตัวเกิน 20 วัน หรือไม่

               ทั้งนี้ โฆษก ตร. ยังฝากถึงพี่น้องประชาชนว่า ในการใช้รถใช้ถนนนั้น ย่อมต้องเกิดการกระทบกระทั่งกันบ้าง อยากให้ทุกฝ่ายมีสติ และรู้จักให้อภัยซึ่งกันและกัน และอยากให้ลองส่งรอยยิ้มให้กับคนที่ขับรถปาดหน้าเราดูสิครับ ยิ้มให้เขาจากใจจริง แผ่เมตตา ขอให้เขาถึงบ้านอย่างปลอดภัย อย่าหวังแค่เอาชนะกันบนถนน เพราะคนที่ชนะอย่างแท้จริงคือคนที่ได้กลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวของตนที่บ้านอย่างมีความสุข ไม่มีเรื่องคดีความให้ทุกข์ร้อนใจต่างหาก

               นอกจากนั้นยังได้ฝากถึงพี่น้องประชาชนผู้เห็นเหตุการณ์ บางทีเราไม่ได้เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น การนำคลิปวิดีโอไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าตัวผู้ถูกถ่าย จนทำให้วินมอเตอร์ไซค์ตกเป็นจำเลยสังคม ได้รับความเกลียดชังจากสังคม จนเมื่อความจริงปรากฏภายหลังว่าเป็นอีกอย่างหนึ่ง ดังนั้น สามารถแจ้งความดำเนินคดีต่อผู้ที่เผยแพร่วิดีโอเป็นคนแรก รวมถึงผู้ที่แชร์วิดีโอต่อไปได้ ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยภาพ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงขอให้ทั้งคนที่โพสต์วิดีโอและคนที่แชร์วิดีโอ ลบวิดีโอดังกล่าวไปเสีย