
"กิเลน"3-1 ขึ้นนำจ่าฝูง เจ้าท่าดับบีจี นาวีพรุนคารัง
เมืองทองฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านถล่ม สมุทรสงคราม 3-1 ทวงจ่าฝูงลูกหนังไทยพรีเมียร์ลีกคืนสำเร็จ แต่ท้ายเกมแฟนเจ้าถิ่นเบรกแตกขว้างของใส่ทีมเยือนจนเกิดเหตุวุ่นวาย ขณะที่ การท่าเรือไทย เอฟซี เชือด บางกอกกล๊าส เอฟซี 1-0 แบบมี 5 ใบแดง ด้าน ราชนาวี-ระยอง อาการโคม่าพ่
ขณะที่ แบงค็อก ยูไนเต็ด ไล่ตีเจ๊า บีอีซี เทโรศาสน 1-1 และ พัทยา ยูไนเต็ด เสมอ โอสถสภา 1-1
การแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก นัดที่ 26 ของฤดูกาล เมื่อวันที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา ดวลแข้งกัน 6 คู่ เกมที่สนามธันเดอร์โดม “กิเลนผยอง” เมืองทองฯ ยูไนเต็ด เปิดรังเล่นเกมทวงจ่าฝูงต้อนรับ “ปลาทูคะนอง” สมุทรสงคราม เอฟซี อันดับ 10 เขี่ยบอลมา 4 นาที ธีรศิลป์ แดงดา เปิดจากกราบซ้าย ธีรเทพ วิโนทัย วอลเลย์ด้วยซ้ายบอลพุ่งเบียดเสาให้เจ้าถิ่นออกนำ 1-0 ทว่านาทีที่ 28 จิรวัฒน์ แก้วโบราณ หลุดกัปดักเช็กล้ำหน้าเข้าไปยิงติด กวิน ธรรมสัจจานันท์ นายทวารเมืองทองฯ บอลปลิ้นมากลางประตู สิทธิพันธ์ ชุมช่วย พุ่งโขกเผาขนตีเสมอ 1-1
เกมเริ่มเล่นกันหนัก นาทีที่ 39 สิทธิพันธ์ ชุมช่วย มาถูกใบแดงจากใบเหลืองที่ 2 ในจังหวะพุ่งเข้าโขกไปกระแทก หัตฐพร สุวรรณ แต่ในช่วงลงพื้นนักเตะปลาทูกลับไปมีจังหวะสองเตะที่ตัวแข้งเจ้าถิ่นแม้จะเบาๆ แต่เชิ้ตดำ ชัยยะ มหาปราบ ไม่ปรานีทำให้สตาฟฟ์โค้ชทีมเยือนสั่งนักเตะวอล์กเอาท์ เกมหยุดไป 5 นาทีก่อนกลับมาเล่นกันใหม่และจบครึ่งแรกด้วยการเสมอกัน 1-1
ครึ่งหลังนาทีที่ 70 เจ้าถิ่นได้ประตูที่รอคอยจากลูกโทษนอกเขต ปิยะชาติ ถามะพันธ์ ปั่นด้วยซ้ายเสียบสามเหลี่ยมสุดงาม 2-1 ท้ายเกมฝนตกมาหนักก่อนที่ วิศรุต พันนาสี สับไกด้วยซ้ายเกือบ 30 หลาพุ่งเสียบตาข่าย ในนาทีที่ 93 ปิดเกมเมืองทองฯ ชนะ 3-1 ทำแต้มแซงชลบุรี 1 คะแนน กลับไปครองจ่าฝูงสำเร็จ หลังจบเกม "น้าฉ่วย" สมชาย ชวยบุญชุ่ม โค้ชสมุทรสงครามไม่พอใจผู้ตัดสินจะวิ่งลงไปเอาเรื่องจนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมาห้าม แต่แฟนบอลเจ้าถิ่นไม่พอใจไปปาของใส่ซุ้มม้านั่งสำรองของทีมเยือนจนเกิดเหตุวุ่นวายบนอัฒจันทร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้ามาเคลียร์และมีแฟนบอลเป็นลมต้องหามออกจากสนาม
ส่วนที่สนามกีฬากลางจังหวัดระยอง “ตะหานน้ำ” ราชนาวี ระยอง อันดับ 13 ที่ต้องการแต้มหนีตกชั้นพบ "ฮัลโหล" ทีโอที เอฟซี ที่อยู่อันดับ 8 เกมนี้ทีมเยือนทำได้ดีกว่า เริ่มตั้งแต่นาทีที่ 17 มาเดนเก้ มุสซินา ส่องจากนอกเขตโทษระยะ 20 หลาเสียบตาข่าย 1-0 จนจบครึ่งแรก ครึ่งหลังนาทีที่ 74 ตระกูลฉัตร์ ทองใบ สับไก 2-0 ก่อนที่ กีรติ เขียวสมบัติ มายิงประตูย้ำชัยในนาทีที่ 78 ให้ทีโอทีบุกมาชนะ 3-0 ทำให้เจ้าบ้านยังคงต้องดิ้นหนีตายต่อไป เพราะหากแต้มเท่ากับนครปฐม จะกลายเป็นทีมตกชั้นแทนเพราะเฮดทูเฮดสู้ไม่ได้
ที่สนามการท่าเรือ “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือไทย อันดับ 6 พบ “กระต่ายบีจี” บางกอกกล๊าส เอฟซี ทีมอันดับ 3 เกมคู่นี้มาสนุกครึ่งหลัง นาที 53 สมเจตร เกษารัตน์ ของเจ้าถิ่นโดนใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม แต่อีก 2 นาทีถัดมา นันทวัฒน์ แทนโสภา ของทีมเยือนก็โดนใบแดงบ้างหลังจากไปเสียบด้านหลัง พงษ์พิพัฒน์ คำนวน ท้ายเกมนาที 90 เดชา เพชรตะกั่ว ของบีจีเจตนาใช้มือปัดบอลที่กำลังจะเข้าประตูเลยโดนใบแดงไล่ออกจากสนามพร้อมกับทีมเสียจุดโทษ ก่อนที่ จิระวัฒน์ มัครมย์ จะซัดจุดโทษให้เจ้าถิ่นออกนำ 1-0 หลังจากนั้น อรรถพล วงษ์สุนทร ของเจ้าถิ่นไปเสียบ ซามูเอล อาจายี จนนักเตะผิวหมึกตะบะแตกลุกขึ้นมาผลักใส่หน้า โดนใบแดงไล่ออกทั้งคู่ จบเกมการท่าเรือไทยชนะ 1-0 ในเกมที่มี 5 ใบแดง
ที่สนามสิรินธรเป็นเกมหนีตกชั้น "บลูมาร์ลิน" ศรีราชา เอฟซี ทีมบ๊วยพบ "พระเกี้ยว" จุฬา ยูไนเต็ด ทีมรองบ๊วย ผลปรากฏว่าทีมเยือนบุกมาชนะไป 1-0 จากลูกจุดโทษของ อารอน ดาซิลวา ในนาที 73 ทำให้จุฬาฯ มีเพิ่มเป็น 26 แต้มมีโอกาสหนีตกชั้นมากขึ้น ขณะที่ศรีราชาส่อตกชั้นค่อนข้างแน่นอน
ที่สนามหนองปรือ "โลมาฟ้าขาว" พัทยา ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 11 พบ "ห้างขายยา" โอสถสภา เอ็ม-150 ทีมอันดับ 5 เกมครึ่งแรกนาที 12 อมร ธรรมนาม ยิงให้เจ้าถิ่นออกนำ 1-0 แต่ครึ่งหลังทีมเยือนมาตามตีเสมอได้ในนาที 75 จาก โกศวัต ว่องไวลิขิต หมดเวลาเสมอกันไป 1-1แบ่งไปทีมละแต้ม
ที่สนามไทย-ญี่ปุ่น "เด็กเทพ" แบงค็อก ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 10 พบ "มังกรไฟ" บีอีซี เทโรศาสน ทีมอันดับ 4 เกมนี้มาสนุกในช่วงท้ายครึ่งหลังนาที 75 ชาคริต บัวทอง ยิงให้ทีมเยือนออกนำ 1-0 แต่เจ้าถิ่นมาแก้คืนได้จาก กิตติศักดิ์ ศิริแว่น นาที 90 จบเกมเสมอกันไป 1-1 ทำให้โอกาสลุ้นแชมป์ของบีอีซี เทโรศาสนเลือนรางเต็มที



