ข่าว

ครูเตะนักเรียนกรุงเก่ามือหนักลาออกแล้ว

ครูเตะนักเรียนกรุงเก่ามือหนักลาออกแล้ว

28 ก.ย. 2552

ผอ.โรงเรียน ยันจัดการเด็ดขาดครูเตะนักเรียน ม.1 ส่วนครูต้นเหตุหลบหน้า ล่าสุดได้ลาออกแล้ว พ่อมั่นใจความเป็นธรรม เขตการศึกษาย้ำเอกชนเข้มคุณธรรมครูต้องหนักแน่น

 จากกรณีที่ได้เกิดเหตุนายตะวัน เอี่ยมสกุล หรือครูแบ๊งค์ ครูโรงเรียนยอแซฟวิทยา ต.สำเภาล่ม อ.พระนครศรีอยุธยา ได้ทำร้ายเด็กด้วยการเตะเข้าที่ร้างกายของ ด.ช.ภาณุพงษ์ หรือน้องอาร์ม ลำมะมนต์ อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1/4 ขณะกำลังเล่นฟุตซอลกัน เนื่องจากครูแบ๊งค์ โมโหที่เด็กเข้าไปแย่งลูกฟุตซอล เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งหลังเกิดเหตุด.ช.อาร์ม ได้บอกกับผู้ปกครองและไปหาแพทย์รพ.พระนครศรีอยุธยา พบว่ากระดูกฐานข้อนิ้วก้อยมือข้างขวาแตก ต้องทำการเข้าเฝือกพันผ้ากอชเอาไว้ และยังมีผลต่อการทำกิจกรรมประจำวัน โดยเฉพาะการสอบในวันจันทร์ที่ 28 ก.ย.นี้ ผู้ปกครองยืนยันจะเอาเรื่องกับครูคนดังกล่าว ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

 ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 28 ก.ย. นายประยุทธ ลำมะมนต์ อายุ 40 ปี พ่อของด.ช.อาร์ม ได้เดินทางมาที่โรงเรียนยอแซฟวิทยา พร้อมกับลูกชายซึ่งยังต้องใช้ผ้าคล้องแขนอยู่ โดยมีนายธวัช มโนนุเมธากุล หัวหน้าบ้านพักเด้กและครอบครัวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และนางพรทิพย์ อรรคพันธ์ จนท.พัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์จังหวัด เดินทางมาด้วย หลังจากเดินทางมาถึงโรงเรียนได้เข้าพบกับซิสเตอร์วีรวรรณ จิตเจริญ ผู้บริหารของโรงเรียน โดยมีการพูดคุยกันเป็นเวลานานกว่า 30 นาที ก่อนที่จะกลับออกมาจากห้อง

 นายประยุทธ เปิดเผยว่า ตนได้มาเข้าพบผู้บริหารของโรงเรียนเพื่อเล่าเหตุการณ์ให้ทราบ และขอโทษที่ทำให้โรงเรียนได้รับความเสียหาย ทั้งนี้เพียงต้องการให้ทราบว่าครูไม่น่าจะมีพฤติกรรมเช่นนี้ ซึ่งทางโรงเรียนรับปากที่จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับครูที่ก่อเหตุ แต่ยังไม่ทราบว่าจะดำเนินการอย่างไรกับครูตะวัน อย่างไรก็ตามก็จะไม่ติดใจเอาความอะไรในด้านกฎหมาย เนื่องจากทางโรงเรียนก็ให้ความดูแลเป็นอย่างดี และเชื่อมั่นว่าโรงเรียนจะดำเนินการให้ความเป็นธรรมกับลูกชาย ซึ่งจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ปกครองรายอื่นๆด้วย

 น.ส.นารีรัตน์ ยิ่งยวด ผู้ช่วยผู้อำนวยการบริหารงานทั่วไป ฝ่ายบุคคลากร เปิดเผยว่า หลังจากทราบเรื่องตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ที่ 25 ก.ย.ทางโรงเรียนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เชิญครูตะวันมาสอบสวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นไปแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสได้คุยกับผู้ปกครองของด.ช.อาร์ม เนื่องจาก เป็นวันสุดสับดาห์ และได้นัดให้ผู้ปกครองมาพูดคุยกันที่โรงเรียนวันจันทร์ที่ 28 ก.ย. เรื่องนี้ครูตะวันก็จะต้องรับผิดชอบเรื่องค่ารักษาพยาบาล นอกจากนี้ทางผู้บริหารได้สั่งตั้งกรรมการเพื่อสอบสวน หากพบความผิดก็จะดำเนินการเด็ดขาด แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะดำเนินการอย่างไร

 สำหรับนายตะวัน เป็นครูที่เพิ่งมาสมัครสอนในปีการศึกษานี้ โดยสอนวิชาสังคมศึกษา ไม่ได้สอนวิชาพลานามัย โดยอยู่ระหว่างการทดลองงาน ยังไม่ได้บรรจุ ซึ่งจากพฤติกรรมเป็นเด็กหนุ่มที่ชอบเล่นกับนักเรียนเหมือนเพื่อน ซึ่งยอมรับว่าโรงเรียนพยายามคัดเลือกคนที่มีคุณวุฒิ และบางครั้งต้องยอมรับว่าไม่สามารถรู้จิตใจหรือนิสัยที่แท้จริงได้ เรื่องนี้จะไม่มีการช่วยเหลือกันอย่างแน่นอน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันเดียวกันนี้ ครูตะวัน หรื่อครูแบ๊งค์ไม่ได้มาสอนหนังสือที่โรงเรียน โดยได้รับการยืนยันจากเพื่อนครูและจนท.ของโรงเรียนว่าครูแบ๊งค์ได้มาชิงเขียนใบลาออกไปแล้ว

 ด้านนายธำรงค์ แก้วเล็ก ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1 ได้เชิญผู้บริหารของสถานศึกษาเอกชนในสังกัดและผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมที่สำนักงานเขต โดยนายธำรงค์ เปิดเผยว่าขณะนี้ได้รับรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากทางโรงเรียนแล้ว และได้แต่งตั้งคณะกรรมการเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ในเรื่องของความผิดนั้น ครูตะวันก็คงมีความผิดแน่นอน เนื่องจากครูเมื่อทะเลาะกับศิษย์ ก็จะเสียเปรียบอยู่แล้ว ในส่วนของโรงเรียนเอกชนในเรื่องนี้มีความระมัดระวังสูงอยู่แล้ว เขาไม่ค่อยยอมให้เกิดเรื่องเสียหาย และเชื่อมั่นว่าทางโรงเรียนมีกระบวนการในการลงโทษกับครูที่ก่อเหตุ ในเรื่องของการคัดกรองครูผู้สอนนั้น ไม่ว่าจะเป็นเอกชนหรือรัฐ ก็จะมีการอบรมครูอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องของคุณธรรม และจริยธรรมของครู ที่สำคัญคือการควบคุมอารมณ์และวุฒิภาวะของความเป็นครู โอกาสที่โรงเรียนเอกชนจะรับครูที่ขาดวุฒิภาวะก็มีสูง เนื่องจากไม่ค่อยมีทางเลือก แต่ก็มีครูบางส่วนที่แม้จะเป็นครูใหม่แต่ก็ตั้งใจที่จะทำงานในอาชีพครู อยากให้คนเป็นครู รู้จักคำว่า “ครุ “ ซึ่งแปลว่าหนักแน่น ต้องอดทนและมีเหตุผลในการดูแลนักเรียนอย่างเข้าใจ ผ.อ.สพท.กล่าว

 ด้านนายธวัช หัวหน้าบ้านพักเด็ก กล่าวว่า ทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง และเจตนาที่จะฟังความคิดเห็นของผู้ปกครองและเด็ก ซึ่งเรื่องนี้อาจจะทำให้เด็กอึกอัดในภาวะที่ยังต้องเรียนหนังสืออยู่กับครู ก็จะดูว่าผู้ปกครองจะว่าอย่างไร และยังจะสามารถดูแลลูกได้หรือไม่ ซึ่งมี พ.รบ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ปี 2550 อยู่แล้ว หากมีการแจ้งความก็สามารถที่จะใช้ พรบ.ในการคุ้มครองได้ แต่จากการพูดคุยกับผู้ปกครองขณะนี้ไม่ติดใจอะไร และอยากให้ทางโรงเรียนดำเนินการเอง

นายประยุทธ บิดาของ ด.ช.อาร์ม  เปิดเผยเวลาต่อมาว่า   ทางโรงเรียนได้แจ้งว่า ครูแบ๊งค์ได้มาขอลาออกไปแล้ว  ดังนั้นในเรื่องความรับผิดชอบ ทางโรงเรียนจะรับผิดชอบเอง โดยเบื้องต้นได้ทำขวัญ ด.ช.อาร์ม ด้วยการให้ด.ช.อาร์ม เสียค่าเทอมเพียง 50 เปอร์เซ็น จนถึงชั้น ม. 3 ซึ่งตนก็พอใจและไม่ติดใจเอาความอะไรแล้ว