
ปชป. ติง รบ.ต้องกล้ารับฟังเสียงชาวสวนยาง
"วัชระ" สวน "ไก่อู" หัวหน้าพรรคส่ง จม. แนะแก้ราคายาง แต่หมันทุกฉบับ ย้อนถามถ้ามีทหารมารับตอนเที่ยงคืน เข้าข่ายข่มขู่หรือไม่?
17 ก.ย. 60 - นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีออกมาตอบโต้ว่าพรรคประชาธิปัตย์ใช้ความเดือดร้อนของพี่น้องชาวสวนยางเป็นประเด็นการเมือง กรณีทหารเชิญตัวแกนนำชาวสวนยางเข้าค่ายทหาร ว่า ส่วนตัวตนเคารพ พล.ท.สรรเสริญ มากเพราะเป็นทหารที่ดี แต่จำเป็นต้องชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อให้รัฐบาลได้มองเห็นความจริงอีกด้านหนึ่งจากภายนอก ไม่ใช่แค่นั่งรับรายงาน ที่อาจได้รับข้อเท็จจริงที่คลาดเคลื่อนจนนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดได้โดยง่าย โดยข้อเท็จจริงเรื่องปรากฏว่านายสำรอง เพ็ชรทอง ประธานสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านควนออกจำกัด ถูกทหารหลายสิบนายใช้รถฮัมวี่ไปที่บ้านพักในเวลาประมาณ 24.00 น. แล้วเชิญตัวไปที่ค่ายทหารและยึดโทรศัพท์มือถือไว้ จนเวลา 10.00 น. ของวันรุ่งขึ้น มีผู้ว่าฯพัทลุง และตัวแทนฝ่ายทหารขอแกนนำชาวสวนยางไม่ให้เดินทางเข้าไปที่กรุงเทพมหานคร ต่อมาเวลา 12.00 น. ได้ส่งตัวกลับบ้านและคืนโทรศัพท์มือถือให้
นายวัชระ กล่าวว่า จากพฤติการณ์ดังกล่าวตามกฎหมายย่อมเข้าข่ายกักขังหน่วงเหนี่ยวเสรีภาพตามกฎหมายอาญา และละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งนายสำรอง บอกกับตนว่าขออย่าให้เกิดขึ้นอีก หากจะเชิญพูดคุยก็นัดหมายมาได้ ไม่จำเป็นต้องเอารถฮัมวี่ไปรับในเวลาเที่ยงคืน ตนอยากจะถามพล.ท.สรรเสริญ ว่าถ้ามีคนทำแบบนี้บ้าง จะเข้าข่ายสุภาพชนหรือข่มขู่หรือไม่ ครอบครัวและเพื่อนบ้านท่านจะรู้สึกอย่างไร ทั้งนี้นายสำรอง เป็นเพียงตัวแทนชาวสวนยางจาก จ.พัทลุง จะเข้าไปยื่นหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาราคายางที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เท่านั้น ไม่ได้ยกขบวนประท้วงรัฐบาลที่กรุงเทพฯ จึงเป็นการตั้งสมมุติฐานที่ผิดพลาดของรัฐบาล ที่คิดว่าแกนนำชาวสวนยางจะไปเดินขบวนประท้วง รัฐมนตรีที่ไม่กล้ารับจดหมายร้องเรียนจากเกษตรกรโดยตรง ต้องการรับแต่ช่อดอกไม้และป้ายเชลียร์นั้น รัฐมนตรีแบบนี้ไม่ควรมีอยู่ในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ หากถูกปรับย้ายไปอยู่กระทรวงใด ข้าราชการกระทรวงนั้นก็ต้องระวังตัวให้ดี
อดีตส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ขอขอบคุณ พล.ท.สรรเสริญ ที่บอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. พร้อมรับฟังข้อเสนอของพรรคการเมือง ซึ่งตนเห็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เคยส่งจดหมายถึงพล.อ.ประยุทธ์ ให้แก้ไขปัญหาของประเทศหลายฉบับแล้ว แต่ไม่เห็นว่านายกฯได้ปฏิบัติหรือรับฟังแต่ประการใด จดหมายเป็นหมันทุกฉบับ ขนาดพี่น้องชาวสวนยางจะส่งจดหมายถึงนายกฯให้รับรู้ความทุกข์ยากของชาวสวนยางในคราวที่นายกฯเดินทางไปที่ จ.นครศรีธรรมราช ประชาชนทุกกลุ่มที่เดือดร้อนถูกตัดตอนไว้ ไม่มีใครได้ยื่นหนังสือถึงนายกฯเลย ใครจะเอ่ยปากพูดคำไหนทีมงานพล.อ.ประยุทธ์ยังต้องเซ็นเซอร์คำถามก่อน แล้วพล.อ.ประยุทธ์ จะรับรู้ความจริงและความทุกข์ยากของประชาชนได้อย่างไร มีแต่ผักชีโรยหน้าและของปลอมประดับตกแต่งทั้งนั้น ทางออกที่ดีคือ เมื่อนายกฯไปจังหวัดไหน ต้องกล้ารับจดหมายร้องเรียนของพี่น้องประชาชนโดยตรง ให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย อย่ากีดกันประชาชน
นายวัชระ กล่าวต่อไปว่า ส่วนที่ พ.ท.สรรเสริญระบุว่า ถ้าทำตามข้อเสนอที่มีการส่งเข้ามา อาจจะติดเรื่องของงบประมาณ หรืออาจจะทำให้รัฐกลายเป็นคู่แข่งเอกชน จนถูกมองว่าแทรกแซงตลาดได้นั้น นั่นก็เป็นวิธีคิดกันคนละแบบ สิ่งสำคัญที่สุดคือการยางแห่งประเทศไทย(กยท.) ไม่ฟังเสียงของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราในการแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำ กลับเป็นฝ่ายกำหนด และดำเนินการผิดพลาด เช่น การร่วมกับ 5 บริษัทยักษ์ใหญ่ของเอกชนในการรับซื้อยาง แล้วนายทุนที่ไหนที่อยากซื้อของแพง นอกจากจะกดราคาอย่างเดียว การแก้ไขปัญหานี้ ไม่ต้องฟังเสียงพรรคการเมืองก็ได้ แต่ต้องรับฟังเสียงของชาวสวนยางให้เขามีส่วนกำหนดอนาคตของเขาเองให้มากที่สุด ที่ผ่านมา กยท.และรัฐบาลทหารไม่เคยฟังเสียงพี่น้องชาวสวนยาง จะส่งจดหมายร้องเรียนก็ถูกกักตัว แล้วรัฐบาลจะรู้ความจริงได้อย่างไร.



