
สุเทพยันไม่พร้อมยุบสภาเมินเสียงขู่จากภท.
สุเทพ ยันไม่หักหลังเพื่อน ไม่หักหลังพรรคร่วม แต่โยนเสียงส่วนใหญ่ทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ แจงเหตุยังไม่พร้อมยุบสภา อ้างยังปฏิบัติหน้าที่รัฐบาลไม่ครบถ้วน เมินภูมิใจไทยขู่พร้อมลงสนามเลือกตั้ง ยันไม่รู้ที่มาเงินยูเสดเตรียมสอบข้อเท็จจริงชี้มีคนชอบทำเรืองเ
เมื่อเวลา 8.30 น.นายสุเทพ เทือกสุบรรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่หลายฝ่ายมองว่าประเทศหลงทางกับการพัฒนาประชาธิปไตยเพราะมัวแต่หลงทางกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่ ว่า เรื่องหลงทางคงไม่หลงทาง แต่มีความไม่เห็นด้วยกันในประเด็นปลีกย่อย หลายประเด็นที่เป็นประชาธิปไตยภาคปฎิบัติ เมื่อเกิดความไม่เห็นด้วยกันและเราเอาเรื่องปลีกย่อยมาทำให้เป็นเรื่องใหญ่ เลยเป็นปัญหาของบ้านเมือง แต่โดยพื้นฐานคนส่วนใหญ่อุดมการณ์ความคิดเรื่องประชาธิปไตยส่วนใหญ่ก็เดินกันมาถูกแล้ว แต่ในภาคการปฏิบัติยังบิดเบี้ยวกันอยู่ก็ต้องแก้
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ตั้งธงไม่เห็นด้วยมาตั้งแต่แรกความสำเร็จก็จะไม่เกิด นายสุเทพ ปฏิเสธว่า ไม่มีพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ตั้งธงว่าจะไม่เห็นด้วยกับการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่พรรคประชาธิปัตย์จะฟังเสียงของคนส่วนใหญ่และฟังเสียงพี่น้องประชาชน ซึ่งวันนี้เสียงส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะให้แก้ในประเด็นนั้น ประเด็นนี้ พรรคประชาธิปัตย์ก็บอกว่าไม่ขัดข้องและยินดีสนับสนุนพร้อมที่จะลงชื่อในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย แต่ขอให้ได้ถามเสียงส่วนใหญ่ซึ่งเป็นเจ้าของประเทศโดยการทำประชามติก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่ากลุ่มพันธมิตรเตรียมเคลื่อนไหวคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญถือเป็นเสียงส่วนใหญ่ที่รัฐบาลต้องรับฟังด้วยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า รับฟังทั้งนั้นไม่ว่าใครจะเห็นด้วยหรือคัดค้านเราก็รับฟัง แต่ว่าการแสดงออกซึ่งการเห็นด้วยหรือคัดค้านต้องอยู่ในกรอบกฎเกณฑ์ กติกาของบ้านเมือง ต้องไม่มาสร้างให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองอีก ซึ่งการแสดงออกของประชาชนเพื่อที่จะเข้ามามีส่วนร่วม มีกรรมวิธีที่ถูกต้อง ไม่ใช่เอาก้อนหินมาขว้างกัน
ถามว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าหลังกลับจากสหรัฐฯจะมาหารือร่วมกับวิป 3 ฝ่าย แต่ขณะเดียวกันมีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ออกมาพูดกันหลายคนว่านายกฯมีภารกิจมากอาจไม่มีเวลาว่าง นายสุเทพ กล่าวว่า ก็พูดกันไปแต่คนที่จะตอบว่าว่างหรือไม่ว่างคือนายกรัฐมนตรี
เมื่อถามถึงกรณีแกนนำพรรคคภูมิใจไทยออกมาระบุชัดเจนว่าจะผลักดันให้มีการแก้ไจมาตรา 190 และเขตเดียว เบอร์เดียวก่อนโดยไม่ต้องทำประชามติ นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญตนบอกหลายครั้งแล้วว่าความเห็นแตกต่างกันได้ แต่ในที่สุดเมื่อประชุมร่วมกันจะได้ข้อสรุปไม่อยากให้หยิบเป็นประด็นความเห็นที่แตกต่างมาขยายให้ฟังดูเป็นเรื่องใหญ่เป็นเรื่องของความขัดแย้ง
ถามว่า เป็นข้อตกลงจากที่ประชุมแกนนำตัวจริงพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ที่ประเด็นใดที่สองประเด็นดังกล่าวเห็นพ้องกันแล้วให้เดินหน้าได้เลย พรรคภูมิใจไทยถึงออกมาเรียกร้องให้แกนนำรัฐบาลทำตามสัญญาโดยไม่ต้องทำประชามติ นายสุเทพ กล่าวว่า เอาเป็นว่าวันที่นายกฯเรียกประชุมวิป 3 ฝ่าย วันนั้นก็ได้ข้อยุติแน่นอน ที่ตนมั่นใจอย่างนั้นเพราะคนก็ล้วนแต่มีเหตุ มีผลทั้งนั้น เมื่อมานั่งคุยกันก็ต้องหาข้อสรุปกันได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายฝ่ายเกรงว่า หากมีการทำประชามติอาจจะเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ นายสุเทพ กล่าวว่า หลายฝ่ายอย่าเพิ่งเกรง ถ้าเกรงไปเสียทุกเรื่องก็เลยไม่ต้องการจะเห็นให้มีการทำอะไรกันได้ หลายฝ่ายก็ต้องยอมรับว่าบ้านเมืองต้องมีการพัฒนาและการเปลี่ยนปลงไปในแนวทางที่คนส่วนใหญ่เขาเห็นดีเห็นงามด้วย
ต่อข้อถามว่า จะทำให้พรรคร่วมรัฐบาลสบายใจได้อย่างไรว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้หักหลังเพื่อนและโยนเรื่องนี้ไปให้เสียงส่วนใหญ่ตัดสิน นายสุเทพ กล่าวว่า “ ไม่หักหลังหรอก ไม่หักหลังใคร สิ่งที่ผมเคยพูดไว้อย่างไร ผมก็ยังผลักดันไปในแนวทางอย่างนั้นอยู่ ไม่นิยมการนิยมหักหลัง”
เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยระบุว่าเขาพร้อมที่จะเลือกตั้งใหม่ นายสุเทพ หัวเราะพร้อมกล่าวว่า ต้องไปถามพรรคภูมิใจไทย ถ้าพรรคภูมิใจไทยพร้อมแล้วมาถามตน ตนก็จะตอบว่าตนยังไม่พร้อม พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่พร้อม เพราะยังมีภาระหน้าที่ ที่จะต้องทำงานแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง ที่ยังเสร็จสิ้นไม่เรียบร้อย และเมื่อวันที่เราเข้ามาเป็นรัฐบาล เราตั้งใจจะเข้ามาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เพราะฉะนั้นไม่ใช่อยู่ ๆ จะนึกสนุกสนาน นึกอยากจะไปเลือกตั้งในทันที ทันควันโดยที่ไม่ทำงานที่ค้างคาให้สำเร็จก็คงไม่ถูกต้อง ตนถึงตอบว่าไม่พร้อม
ต่อข้อถามว่าเป้าหมายของพรรคประชาธิปัตย์อยู่ครบเทอมจะแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง นายสุเทพ กล่าวว่า “ คงไม่ถึงขนาดอยู่ครบเทอมมั้งครับ แต่ประเด็นสำคัญคือเรื่องของรัฐธรรมนูญจะต้องทำให้เสร็จสิ้น ให้กระบวนการทางการเมืองเป็นที่ยอมรับกันทุกฝ่าย และความเห็นที่แตกต่างกันไม่ใช่ความแตกแยกอีกต่อไป ให้บรรยากาศการเมืองเอื้อต่อระบอบประชาธิปไตยภาคปฏิบัติ ถ้าบรรยากาศการเมืองยังเป็นอย่างนี้ก็ไปตีกันในสนามเลือกตั้ง ไปตั้งเวทีที่ไหนเดี๋ยวก็มีคนมาบุกพังเวที มาขว้างปา หรือตะลุมบอมกันอย่างนั้นไม่ใช่ประชาธิปไตย เราต้องใช้เวลามาปรับคลื่นความคิดตรงนี้กัน ถ้าส่วนใดที่ไม่เห็นด้วยกับกฎเกณฑ์กติกาหรือรัฐธรรมนูญก็มาแก้ไขกันเสีย ตรงนี้เป็นเรื่องใหญ่
นอกจากนี้ในเรื่องเศรษฐกิจที่พรรคประชาธิปัตย์ตั้งใจเข้ามาแก้ไข ขณะนี้ทีมเศรษฐกิจของพรรคโดยรมว.คลังได้ผลักดันเรื่องต่างๆ กลายเรื่อง ถ้าประชาชนพ้นภาวะเดือดร้อนที่เกิดจากวิกฤติการณ์เศรษฐกิจและมีความมั่นใจในแนวทางระบอบประชาธิปไตยตามกฎเกณฑ์ กติกา ที่ยอมรับกันถึงวันนั้นก็ไปเลือกตั้งได้ก็ไม่ลำบาก
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ไม่เห็นด้วยกับการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ในเร็ว ๆ นี้เป็นเพราะว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่พร้อมเองใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ถึงเวลาให้เลือกตั้งเมื่อไหร่ต้องทำได้ เพราะอยู่มานานแล้ว 60-70 ปี ไม่ได้เป็นห่วงแต่ความไม่พร้อมที่พูดถึง หมายความว่าต้องทำใจให้พร้อมก่อน ใจที่จะพร้อมได้คือใจที่ได้ทำหน้าที่ของตัวเองในฐานะเป็นรัฐบาลมาครบถ้วนตามที่ตั้งใจเอาไว้ก่อนแล้ว
ถามว่าเกรงหรือไม่ว่าถ้ารีบเลือกตั้งไปจะพ่ายแพ้พรรคเพื่อไทยจึงไม่อยากให้มีการเลือกตั้งในช่วงนี้ นายสุเทพ กล่าวว่า “ เรื่องแพ้ เรื่องชนะในการเลือกตั้งยังคาดไม่ได้ตอนนี้ คุณจดคำถามของคุณเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน เผื่อวันหลังจะมาถามผมใหม่ ”
ยันไม่รู้ที่มาเงิน“ยูเสด”เตรียมสอบข้อเท็จจริง
นายสุเทพ กล่าวถึงกรณีที่ผู้สื่อข่าวนิตยสารไทม์ระบุว่าทางสำนักงานพัฒนาระหว่างประเทศสหรัฐมอบเงินบริจาคเพื่อพัฒนาประชาธิปไตยให้กับประเทศไทยว่า ตนเพิ่งอ่านข่าวยังไม่ทราบเรื่องนี้ ตนไม่ทราบว่าเงินบริจาคดังกล่าวเข้ามาได้อย่างไร หรือเข้ามาทางไหน แต่เข้าใจว่าคงเป็นเรือ่งขององค์กรเอกชนทั้งหลายมากกว่า สำหรับวงเงินที่บริจาคให้กับประเทศไทยตนก็ไม่ทราบว่าเขาให้ผ่านใคร หรือให้เป็นจำนวนเงินเท่าไร ฟังจากข่าวาเท่านั้น
นายสุเทพ กล่าวยืนยันว่า ตนไม่เคยทราบเรื่องให้เงินมาพัฒนาประชาธิปไตยมาก่อน ซึ่งคงต้องติดตามว่าเขาทำกันอย่างไร
เมื่อถามว่าจะกระเทือนต่อความมั่นคงของชาติหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตราบใดที่เขาไม่เข้ามาแทรกแซงเรื่องภายในของเราก็ไม่มีปัญหาอะไร การที่มูลนิธิองค์กรทั้งหลายจะมาช่วยเหลือผ่านองค์กรเอกชน เข้ามาให้ความรู้เรือ่งระบอบประชาธิปไตยไม่เป็นปัญหาอะไรแต่ถ้าทำนอกเหนือจากนั้นแล้วเป็นปัญหาก็ต้องดูกันไป อย่างไรก็ตามขณะนี้ตนกำลังติดตามตรวจสอบเรื่องนี้อยู่แล้ว
ต่อข้อถามว่าแต่ถ้าไม่ทราบว่าเงินหายไปไหนก็จะทำให้มีการมองว่าต่างประเทศให้เงินมาแต่เงินหายไม่รู้ว่าหายไปไหนทั้งที่เขาตั้งใจจะให้นำมาพัฒนาประชาธิปไตย นายสุเทพ กล่าวว่า คนให้ก็ต้องบอกว่าให้ใครให้ไปที่ไหน เราก็ตรวจสอบอยู่ว่าวงเงินมาจากที่ไหน ไม่ใช่เราเป็นคนทำเงินหายถ้าเอาเงินให้รัฐบาลแล้วรัฐบาลทำให้อย่างนี้ก็สามารถต่อว่ารัฐบาลได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าการให้เงินของต่างประเทศเรื่องการพัฒนาประชาธิปไตยจะไม่ทำให้เกิดความแตกแยกของประชาชน นายสุเทพ กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้เพราะจะต้องไปดูว่าเขาให้เงินใครมา และเงินที่ได้นำไปใช้อะไร ใช้แล้วมีผลอะไร อย่าเพิ่งไปตกใจเพราะไม่รู้ว่าใครปล่อยออกมาก็ไม่ทราบ ซึ่งเรื่องนี้ตนจะตรวจสอบให้ได้ข้อเท็จจริง
เมื่อถามว่าขณะนี้ทางกอ.รมน.ได้มีการทำโครงการหลายอย่างในการพัฒนาประชาธิปไตย นายสุเทพ กล่าวว่า ความจริงแล้วโครงการต่างๆก็มีไม่มาก ซึ่งตนอยากเห็นส่วนราชการทั้งหลายให้ความสนใจอย่างจริงจังความจริงได้มีงบประมาณในการปลูกฝังจิตสำนึกอุดมการณ์ประชาธิปไตยในประชาชน ซึ่งสมควรเราจะต้องดำเนินการไม่ใช่ให้คนอื่นมาช่วยเราทำ เราสามารถทำเองได้
ต่อข้อถามว่าแต่ปัญหาในการสร้างประชาธิปไตยจะต้องสร้างมาตั้งแต่ต้น นายสุเทพ กล่าวว่า ถูกต้อง จะต้องทำมาตั้งแต่เล็ก แต่น้อย ประชาธิปไตยจะต้องเป็นเรือ่งที่ทุกคนต้องเคารพความเห็นของคนอื่นจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม ขณะเดียวกันจะต้องไม่ดูถูกเสียงข้างน้อย
เมื่อถามว่าจะต้องศึกษาเรื่องนี้ให้ถ่องแท้หรือไม่เพราะขณะนี้ดูเหมือนรัฐบาลกำลังหลงทางเพราะไปมุ่งอยู่กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องหลงทางคงไม่ใช่เรียกว่าหลงทาง แต่ว่ามีความไม่เห็นด้วยกับเรื่องประเด็นปลีกย่อยหลายประเด็นที่เป็นประเด็นที่เป็นไปในทางประชาธิปไตยภาคปฎิบัติ ดังนั้นเมื่อเกิดความไม่เห็นด้วยเราก็เอาประเด็นปลีกย่อยมาทำให้เป็นเรื่องใหญ่จึงทำให้เป็นปัญหาของบ้านเมือง แต่พื้นฐานอุดมการณ์ทางความคิดเรือ่งประชาธิปไตยของคนส่วนใหญ่เราเดินมาถูกทางแล้ว แต่ในภาคปฎิบัติยังบิดเบี้ยวกันอยู่ก็ต้องแก้
ปัดไม่ได้บอกไม่หนุนหรือหนุน“ประทีป”นั่งรรท.ผบ.ตร.
นายสุเทพ กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่าไม่สนับสนุนพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจ นั่งรักษาการ ผบ.ตร. ว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนั้นจะไปหนุนก็ไม่ได้จะไม่หนุนก็ไม่ได้เช่นกัน
อภิสิทธิ์เดินทางเข้าปฏิบัติงานที่ทำเนียบรัฐบาลปกติ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หลังจากเดินทางกลังจากการไปร่วมประชุมสหประชาติที่สหรัฐอเมริกา เช้าวันนี้ได้เดินทางปฏิบัติหน้าที่ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยได้บันทึกเทป เป็นพรีเซ็นเตอร์ รณรงค์ป้องกันเอดส์ ก่อนจะเดินทางไปเปิดการประชุม Bangkok Climate Change
Talks 2009 ที่ ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ องค์การสหประชาชาติ ถนนราชดำเนินนอก
หลังจากนั้นจะไปปาฐกถาในหัวข้อ ทศวรรษที่สองของการปฏิรูปการศึกษา : ปัญหาและทางออก ของ
คณะกรรมาธิการการศึกษา ณ โรงแรมรอยัลริเวอร์ ก่อนจะกลับมายังทำเนียบรัฐบาล เพื่อแถลงข่าวจัดการประชุม ว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ครั้งที่ 24 ท่ามกลางการจับตา ความชัดเจนในการนัดประชุม คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ หรือ ก.ต.ช. เพื่อเลือก ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ และหารือกับคณะกรรมการประสานงาน หรือ วิป 3 ฝ่ายในแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
"ปณิธาน"เผยนายกฯไม่ขัดข้องยูเสดมอบเงินให้ไทย
นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีไม่ขัดข้องกรณีสหรัฐอเมริกา มอบเงินจำนวน 7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ให้กับสำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ หรือ ยูเสด ( USAID ) เพื่อใช้ในการพัฒนาประชาธิปไตยในไทย แต่รัฐบาลจะต้องมีการตั้งเงื่อนไขเพื่อไม่ให้สหรัฐฯ เข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของไทยด้วยตามที่หลายฝ่ายกังวล
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ได้มีการหารือระหว่างไทยกับสหรัฐ ตั้งแต่สมัยเกิดเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 แต่เพิ่งมาอนุมัติงบประมาณในรัฐบาลนี้ โดยเรื่องดังกล่าวกำลังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษา และวางโครงการให้เป็นรูปธรรม ว่าจะมีการอนุมัติลงไปในส่วนใดบ้าง โดยมีวัตถุประสงค์สนับสนุนการทำงานขององค์กรอิสระภาคประชาสังคม เอ็นจีโอ และ สื่อมวลชน รวมถึงปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งรัฐบาลจะให้กระทรวงการต่างประเทศเข้ามาช่วยดูว่าควรเข้าไปช่วยเหลือในด้านใดบ้าง



