
โฆษกศาลฯเผย"ครูจอมทรัพย์"ขอศาลเลื่อนอ่านคำพิพากษาเร็วขึ้น
"โฆษกศาลยุติธรรม"เผยรอศาลนครพนม ชี้ขาดอ่านฎีกาพรุ่งนี้(17 พ.ย.)หรือนัดเดิม 7 ธ.ค.หลัง"ครูจอมทรัพย์"ขอเลื่อนอ่านเร็วขึ้น
เมื่อวันที่ 16 พ.ย.60 นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงขั้นตอนการขอรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นมาพิจารณาใหม่ของนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 54 ปี อดีตข้าราชการครูใน จ.สกลนคร ผู้ที่เคยต้องโทษจำคุก3 ปี 2 เดือนขับรถประมาทชนคนตาย ที่ศาลจังหวัดนครพนม ได้นัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาแล้ว ว่า ศาลฎีกาได้พิจารณาสำนวนทั้งหมดเสร็จแล้ว และเดิมศาลจังหวัดนครพนม นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ แต่นางจอมทรัพย์ ผู้ร้องขอรื้อฟื้นคดีได้ประสานว่าจะยื่นคำร้องขอฟังคำพิพากษาในวันที่ 17 พ.ย. นี้ หากยื่นคำร้องจริง ศาลจังหวัดนครพนมจะต้องพิจารณาว่ามีเหตุสมควรที่จะอ่านคำพิพากษาได้ทันทีหรือไม่ก่อน ถ้ามีเหตุสมควรก็สามารถอ่านคำพิพากษาได้ในวันพรุ่งนี้
ขณะที่ นายสุริยัณห์ โฆษกศาลยุติธรม อธิบายถึงขั้นตอนการขอรื้อฟื้นคดีว่าเป็นไปตาม พ.ร.บ.การรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ.2526 ที่ต้องยื่นต่อศาลชั้นต้นที่ตัดสินคดีนั้น ในกรณีนี้คือศาลจังหวัดนครพนม เพื่อให้มีการไต่สวนตามเงื่อนไขว่าสามารถรื้อฟื้นได้หรือไม่ แล้วส่งสำนวนพร้อมความเห็นให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่ง สำหรับคดีนี้ศาลอุทธรณ์เห็นว่ามีมูลพอที่จะรื้อฟื้นคดีขึ้นพิจารณาพิพากษาใหม่ จึงมีคำสั่งให้รับคำร้องและให้ศาลจังหวัดนครพนมดำเนินการไต่สวนพยานคดีที่รื้อฟื้นขึ้นพิจารณาใหม่จนเสร็จสิ้นแล้วทำความเห็นส่งให้ศาลฎีกาพิจารณาเนื่องจากศาลฎีกาเป็นศาลที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด และมีอำนาจในการพิจารณาเพื่อทำคำพิพากษาตาม พ.ร.บ.รื้อฟื้นคดีฯ มาตรา 13 (2) ที่บัญญัติว่า "ในกรณีที่คำพิพากษาถึงที่สุดในคดีเดิมเป็นคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา ให้ศาลชั้นต้นที่รับคำร้องดำเนินการพิจารณาและทำความเห็นส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาแล้วแต่กรณีพิจารณาเพื่อพิพากษายกคำร้อง หรือยกคำพิพากษาเดิม และพิพากษาว่าบุคคลนั้นมิได้กระทำความผิด"
นายสุริยัณห์ โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวด้วยว่า ถ้าศาลฎีกาพิพากษายกคำร้อง คดีก็เป็นอันยุติตามคำพิพากษาเดิม แต่ถ้ายกคำพิพากษาเดิมก็จะมีคำพิพากษาใหม่ว่าบุคคลนั้นมิได้กระทำความผิด



