
คาดไต้ฝุ่นกฤษนาเคลื่อนตัวเข้าสู่ไทยที่มุกดาหาร
ชาวนาในจังหวัดพิจิตร เร่งเกี่ยวข้าวหนีน้ำท่วม หลังจากที่ฝนตกลงมาอย่างหนัก แถมมีน้ำป่าไหลมาสมทบอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทั่วทุกภาคของประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น ขณะที่คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง
นางมณี เจริญศรี อายุ 52 ปี ชาวบ้านหมู่ 14 ตำบลป่ามะคาบ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร เปิดเผยว่า ต้องจ้างรถเกี่ยวข้าวมาเกี่ยวข้าวในนาจำนวน 3 ไร่ หลังจากที่เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก ประกอบกับมีน้ำป่าไหลลงมาสมทบ จนชาวนาต้องเร่งเกี่ยวข้าวเพื่อหนีน้ำก่อนที่จะเสียหายทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตามชาวนายังได้รับความเสียหายเนื่องจากมีน้ำบางส่วนที่ท่วมรวงข้าว จนทำให้ข้าวที่แก่ใกล้เก็บเกี่ยวงอกขึ้นมา และคาดว่าจะประสบปัญหาขาดทุนอย่างแน่นอน เพราะรวงข้าวจมน้ำ ทำให้ความชื้นขึ้นสูง โดยคาดว่าน่าจะขายได้ในราคาตันละไม่ถึง 6,000 บาท
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สากเหล็ก ได้วิทยุให้สายตรวจเคลื่อนที่เร็ว ออกเตือนชาวบ้าน ระวัง สถานการณ์น้ำที่ในขณะนี้มีน้ำจากอำเภอเนินมะปราง เริ่มไหลลงมาในพื้นที่อำเภอสากเหล็กและสร้างความเสียหายได้
กองทัพเตรียมพร้อมมาตรการช่วยเหลือประสบอุทกภัย
นาวาอากาศเอกมณฑล สัชฌุกร รองโฆษกกองทัพอากาศ กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชนจากปัญหาน้ำท่วมในช่วงนี้ว่า ในพื้นที่ความรับผิดชอบของกองทัพอากาศยังไม่พบปัญหาอุทกภัยเกิดขึ้น แต่กองทัพอากาศได้เตรียมมาตรการการให้การช่วยเหลือประชาชนไว้พร้อมแล้ว ทั้งด้านเครื่องมือ ยุทโธปกรณ์ และกำลังพล
พลอากาศเอกอิทธพร ศุภวงษ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้สั่งกำชับไปยังศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศส่วนกลาง ไปยังกองบินทั่วประเทศ ในการออกให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที พร้อมให้การสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามการร้องขออย่างเต็มที่ เช่น การจัดเครื่องบินลำเลียง เพื่ออพยพประชาชนหรือนำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคลงพื้นที่ประสบภัย
ขณะที่พันเอกสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ระบุว่า ในส่วนของกองทัพบก อยู่ระหว่างการติดตามสถานการณ์ และรอประสานในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดส่งความช่วยเหลือต่อไป
คาดไต้ฝุ่นกฤษนาเคลื่อนตัวเข้าสู่ไทยที่มุกดาหาร
กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนภัย"พายุหมุนเขตร้อนกิสนา" ฉบับที่ 1 ระบุว่า พายุโซนร้อนบริเวณทะเลจีนใต้ เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุไต้ฝุ่น"กิสนา (กฤษณา)" มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 420 กิโลเมตร ทางทิศตะวันออกของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง ประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามในวันพรุ่งนี้ และจะเคลื่อนตัวผ่านประเทศลาวเข้าสู่ประเทศไทยบริเวณแนวจังหวัดมุกดาหาร ในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกเพิ่มมากขึ้น โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากได้บางพื้นที่โดยเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อนในวันที่ 29 ก.ย. ส่วนภาคอื่นๆจะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป
จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มของจังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร อำนาจเจริญ ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และนครราชสีมา ระมัดระวังสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากที่จะเกิดขึ้นได้ในระยะนี้ สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และอ่าวไทยมีกำลังแรงทำให้คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือในระยะนี้



