
กระจายท่องเที่ยวเมืองหลักสู่เมืองรองเพิ่ม 6 เขต
เหนือเขตวิถีชีวิตชุมชน ชาติพันธุ์ อีสานเขตยุคก่อนประวัติศาสตร์ กลางเขตผจญภัยผืนป่า วิถีชีวิตคาบสมุทร ใต้เขตลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา พหุวัฒนธรรม
นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า จากนโยบายของรัฐบาลและ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ที่เน้นเรื่องเขตพัฒนาการท่องเที่ยวนั้น ทางกระทรวงฯได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศึกษาพื้นที่ทั่วประเทศเพื่อจัดทำเขตพัฒนาการท่องเที่ยวเพิ่มเติมอีก 6 เขต จากของเดิมที่มีอยู่ 8 เขต รวมเป็นทั้งหมด 14 เขต ภายหลังได้รับความเห็นชอบในหลักการศึกษาข้อมูลเพื่อการประกาศเขตพัฒนาการท่องเที่ยวเพิ่มเติม ในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติครั้งที่ 5/2560 เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560
การประกาศเขตพัฒนาการท่องเที่ยวของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เกิดขึ้นภายใต้ความมุ่งหวังในการสร้างความเป็นเอกภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยวในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวที่จัดทำขึ้นผ่านการบูรณาการ และ การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องทั้งในระดับภาครัฐ และภาคเอกชนเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวที่สอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
การพัฒนาของแต่ละจังหวัดหรือพื้นที่ที่อยู่ภายในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวในอนาคตจะต้องมีความสอดคล้องเชื่อมโยงกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้มีการจัดสรรงบประมาณในลักษณะบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาพื้นที่ระดับภาค (Area Based) ซึ่งจะส่งเสริมให้เกิดกระบวนการวางแผนและพัฒนาพื้นที่ระดับภาคที่มีความสอดคล้องกัน
โดยการประกาศเขตพัฒนาการท่องเที่ยวดังกล่าวจะนำความโดดเด่นและอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่มาสร้างการรับรู้ในวงกว้างแก่ตลาดนักท่องเที่ยว เพื่อให้นักท่องเที่ยวจดจำภาพลักษณ์ของพื้นที่ต่างๆ ได้ง่ายขึ้น และพัฒนากลไกการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางการท่องเที่ยว เพื่อให้เขตพัฒนาการท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นได้รับการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวอย่างสมดุลและยั่งยืน สามารถกระจายรายได้และนักท่องเที่ยว
จากเมืองหลัก สู่เมืองรองต่างๆ
ในขั้นต่อไปกระทรวงท่องเที่ยวฯและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะร่วมกันดำเนินการทบทวนความเหมาะสมของเขตพัฒนาการท่องเที่ยวทั้ง 6 เขต ใน 4 ภูมิภาค อันประกอบด้วย
ภาคเหนือ 1 แห่ง คือ เขตวิถีชีวิตชุมชนและอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 แห่ง คือเขตยุคก่อนประวัติศาสตร์ ภาคกลาง 2 แห่ง ได้แก่ เขตผจญภัยผืนป่าโลกตะวันออกและเขตวิถีชีวิตคาบสมุทร ภาคใต้ 2 แห่ง ได้แก่ เขตลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาและเขตพหุวัฒนธรรมชายแดนใต้
“จากการประกาศเขตพัฒนาการท่องเที่ยวที่ผ่านมาพบว่า เขตพัฒนาการท่องเที่ยวทั้ง 8 เขตที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ประสบความสำเร็จในการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เป็นผลให้ในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้เขตพัฒนาการท่องเที่ยว มีทิศทางในการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการประกาศเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอีก 6 เขต ในวันนี้ เรามั่นใจว่าจะเป็นแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างมั่นคงยั่งยืน และเป็นการกระจายรายได้จากภาคการท่องเที่ยวลงสู่สังคม ชุมชน อย่างทั่วถึงและ เท่าเทียม” นายพงษ์ภาณุ กล่าว



