ข่าว

มอบหลักฐานคดีนักข่าวหลอกเช่ารถ นำขายต่อ

มอบหลักฐานคดีนักข่าวหลอกเช่ารถ นำขายต่อ

15 พ.ย. 2560

ผู้เสียหายคดีถูกนักข่าวหลอกเช่ารถและนำไปขายต่อมาตามความคืบหน้าของคดี หลังผ่านมาเกือบเดือน

 

               จากคดีที่มีผู้เสียหายจำนวน 11 รายเข้าแจ้งความที่ สภ.เมือง สภ.เขาดิน อ.โพธาราม และ สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ว่าถูกนายวรวุฒิ อร่ามรส อ้างตัวเป็นผู้สื่อข่าวทีวีช่องหนึ่งได้มาติดต่อขอเช่ารถในนามของบริษัท DT โปรดักชั่น มูฟวี่ กรุ๊ป เพื่อนำไปใช้ถ่ายทำละครสั้น แต่กลับนำรถของผู้เสียหายไปจำนำต่อ โดยทำการปลอมแปลงเอกสารเจ้าของรถ ทำให้ผู้เสียหายได้รับความเดือดร้อนต้องนำเงินไปไถ่ถอนรถของตัวเองออกมา โดยเหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 18 ต.ค.60 ที่ผ่านมา
               วันนี้ (15 พ.ย.60) เวลา 11.00 น. ผู้เสียหายในคดีนี้ ซึ่งนำโดยนายบุญยิ่ง อินทรประเสริฐ อายุ 49 ปี พร้อมกับผู้เสียหายจำนวนหนึ่ง ได้นำหลักฐานเพิ่มเติมเข้าพบ พ.ต.อ.ณัชชัชพงศ์ ศศลักษณานนท์ รอง ผบก. และเป็นหัวหน้าชุดทำงานในคดีนี้ พร้อมกับติดตามความคืบหน้าของคดี
               นายบุญยิ่ง กล่าวว่า วันนี้ได้นำหลักฐานเป็นแผ่นซีดี ที่อัดเสียงการสนทนา ในการขอรถคืนระหว่างนายพิเชษฐ์ ขำปัญญา เจ้าของรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีดำ ที่ถูกนายวรวุฒิ หลอกเช่า กับนายสมบูรณ์ เทพวีระ ซึ่งเป็นผู้ที่รับจำนำรถยนต์ไว้เมื่อวันที่ 13 ต.ค.60 ที่ผ่านมา และนายพิเชษฐ์ ได้รถคืนโดยไม่ต้องเสียเงินไปไถ่ถอน เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่งของ สภ.โพธาราม ช่วยจัดการจนทำให้นายสมบูรณ์ นำรถมาคืนให้ และไม่ให้ผู้เสียหายแจ้งความ รวมทั้งเอกสารที่ยืนยันว่า นายวรวุฒิ เป็นนักข่าวจริง เพราะมีทั้งบัตรประจำตัวนักข่าวทีวี และเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นฉบับหนึ่ง ซึ่งทางผู้เสียหายเกรงว่าอาจจะเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ เพราะรู้จักกับนายตำรวจระดับใหญ่ จึงเกรงว่าคดีจะเงียบและจะทำให้กลุ่มคนเหล่านี้ไปก่อเหตุกับบุคคลอื่นให้ได้รับความเดือดร้อนอีก นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายอีก 2 ราย ที่ยังไม่ได้รถคืนมาด้วย และที่ผ่านมาก็ได้นำหลักฐานทั้งหมดไปร้องที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.ราชบุรี ให้ตรวจสอบว่าบุคคลกลุ่มนี้เป็นผุ้มีอิทธิพลหรือไม่ แต่ศูนย์ดำรงธรรมไม่ยอมรับเรื่องไว้และยังไล่ชาวบ้านให้นำหลักฐานไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงตัดสินใจร้องเรียนกับหน่วยงานทหารของกองพลพัฒนาที่ 1 แต่ก็ไม่รับเรื่องอีก วันนี้จึงตัดสินใจมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจและนำหลักฐานมาให้ด้วย
               ด้าน พ.ต.อ.ณัชชัชพงศ์ กล่าวว่า วันนี้ผู้เสียหายมาพบพร้อมกับหลักฐาน ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนนำไปเป็นหลักฐานเพิ่มเติมแล้ว ในส่วนของคดีได้ทำการออกหมายจับนายวรวุฒิ แล้ว ส่วนนายสมบูรณ์ ได้เข้ามาพบพนักงานสอบสวนและมีการแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว ทั้งการฉ้อโกงประชาชน และปลอมแปลงเอกสารทางราชการ ซึ่งก็ได้เร่งรัดให้ชุดสืบสวนติดตามจับกุม และถ้าใครมีเบาะแสของผู้ต้องหาสามารถแจ้งได้ทุก สภ. รวมทั้งใครที่ได้รับความเดือดร้อนจากกลุ่มของผู้ต้องหาสามารถไปแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มได้ทุก สภ. ด้วย