
รองผบ.ตร. รุดสอบปาก"นพ.ยอร์น"-รับขับรถประมาท!!
"วีระชัย"รุดสอบปากคำ"นพ.ยอร์น"เจ้าตัวรับสารภาพขับรถประมาท แต่ปฏิเสธอีก 3 ข้อกล่าวหา ขณะที่"นพ.แท้จริง"วอนให้ตำรวจทำคดีนี้ให้เป็นบรรทัดฐาน หวั่นปชช.เลียนแบบ
14พ.ย.60 เมื่อเวลา 12.00 น.พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. เดินทางมาที่สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อสอบปากคำ นพ.ยอร์น จิระนคร สาธารณสุขนิเทศน์เขต 12 กระทรวงสาธารณสุข หลังเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ปากคำเหตุการณ์ขับรถชน นายสมชาย ยามดี รปภ.ขณะกำลังปิดประตูทางเข้ากระทรวงสาธารณสุข ก่อนจะขับรถทับร่างแล้วลากไปกับพื้นไกลกว่า 20 เมตร อาการสาหัสนอนพักรักษาที่รพ.พระนั่งเกล้า
พล.ต.อ.วีระชัย กล่าวอีกว่า โดยวันที่เกิดเหตุ นพ.ยอร์น จิระนคร ปฏิเสธไม่ยอมให้ปากคำและเป่าแอลกอฮอล์ ซึ่งขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำนพ.ยอร์น จิระนคร เบื้องต้นนพ.ยอร์น จิระนคร ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
พ.ต.อ.ปัณณพัฒน์ เดชโชติพิสิฐ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี กล่าวว่า หลังจากทางนพ.ยอร์น จิระนคร เดินทางมาเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาขับรถประมาททำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ และข้อหาดื่มสุราในขณะขับขี่รถยนต์ ส่วนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธนั้นเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา แต่ทางพนักงานสอบสวนจะต้องมีการสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์เพิ่มเติม ถ้าพบหลักฐานมีการกระทำที่ส่อเจตนาก็จะแจ้งข้อหาเพิ่ม
กระทั่งเวลา 15 .00 น. พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ได้ออกจากห้องสอบสวนและให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า เบื้องต้นนพ.ยอร์นได้ให้การรับสารภาพในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนข้อหาอื่นๆนั้นได้ให้การปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา ซึ่งก็ถือว่าเป็นสิทธิของผู้ต้องหาที่จะปฎิเสธได้ แต่ในส่วนของพนักงานสอบสวนมั่นใจในพยานหลักฐานทั้งจากภาพในกล้องวงจรปิดและพยานที่เห็นเหตุการณ์ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มจากเดิมอีก 1 ข้อหาคือ เจตนาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพราะหลังจากขับรถชนแล้วผู้ต้องหาได้หยุดรถประมาท 25 วินาที ก่อนจะขับรถทับผู้เสียหายลากไปกับถนน จึงถือว่าเป็นการกระทำที่ต่างกรรมต่างวาระ
ในเวลาต่อมานพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ ได้ยื่นหนังสือต่อพล.ต.อ.ดร.วิระชัย เรื่องขอให้ดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหาผู้ฝ่าฝืนกฎหมายเมาไม่ขับ เพื่อลดข้อครหาในการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยกล่าวว่า วันนี้ที่เข้ายื่นหนังสือเพราะอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับนพ.ยอร์นอย่างจริงจัง
"เพราะถือว่าทางกระทรวงสารธารณสุขเป็นต้นแบบ ในการรณรงค์เรื่องเมาไม่ขับ แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงกลับมาทำเสียเองจึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำคดีนี้ให้เป็นบรรทัดฐานเพราะถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดก็จะเป็นข้ออ้างให้กับประชาชนนำไปใช้เป็นข้ออ้างเวลาถูกจับเมาแล้วขับในการถูกดำเนินคดี"นพ.แท้จริง กล่าว



