
ปิดทองหลังพระชวนเที่ยวโครงการพระราชดำริ
โครงการ "เปิดทองหลังพระ-ท่องเที่ยวสืบสานโครงการพระราชดำริ" ถือกำเนิดครั้งแรกในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา โดยการรวมตัวของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อถ่ายทอดพระราชกรณียกิจเพื่อพสกนิกรชาวไทยอย่างมิทรงเหน็ดเหนื่อย ซึ
จวบจนถึงวันนี้โครงการ "ปิดทองหลังพระ-ท่องเที่ยวเรียนรู้ โครงการพระราชดำริ" ซึ่งได้รับการปรับเปลี่ยนชื่อเล็กน้อยเนื่องจากคณะกรรมการได้น้อมรับพระราชดำรัสเกี่ยวกับเรื่องปิดทองหลังพระมาใช้ ถูกนำสานต่ออีกครั้ง ในวาระที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษา อีก 2 ปีข้างหน้า ด้วยวัตถุประสงค์เดียวกันและพ่วงประเด็นการท่องเที่ยวเรียนรู้และการนำกลับมาพัฒนาต่อไปอย่างยั่งยืน โดยคณะกรรมการภายใต้การนำของ สุชาดา ยุวบูรณ์ กรรมการผู้อำนวยการ โครงการปิดทองหลังพระฯ ได้ร่วมกันคัดเลือกและแบ่งออกเป็น 8 เส้นทาง 25 โครงการจากโครงการพระราชดำริทั่วประเทศ
ดังนั้น เพื่อประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยว คณะกรรมการจึงได้จัดเส้นทางทัศนศึกษาโดยนำคณะนักธุรกิจชั้นนำของประเทศกว่า 20 ชีวิตที่ควงคู่กันมาทั้งแบบพ่อ- ลูก สามี-ภรรยา และเพื่อนกับเพื่อน อาทิ ปกรณ์ ทวีสิน กับลูกสาวคนสวย กรกมล ทวีสิน นฤวร ปันยารชุน ม.ร.ว.เกษมวิสุทธิ์-วลัย วิสุทธิ์ ณ อยุธยา ประธาน-สุมาลี ไชยประสิทธิ์ ปณิธาน-นัยนา ปวโรฬารวิทยา อรรถการ-รัตนา ตฤษณารังสี ณรงค์ เลิศกิติศิริ ปราไพ ปราสาททองโอสถ ยุวดี จิราธิวัฒน์ เป็นต้น เดินทางไปเยี่ยมชม ศูนย์ตุ๊กตาชาววัง ในพระบรมราชินยานุเคราะห์ ศูนย์ศิลปาชีพ และ โครงการฟาร์มตัวอย่างในพระองค์ฯ บ้านยางกลาง ที่ จ.อ่างทอง โดยมี สหัส บุญญาวิวัฒน์ ที่ปรึกษาสำนักพระราชวัง เป็นผู้บรรยาย
สหัส บุญญาวิวัฒน์ ผู้ได้ชื่อว่าเป็นผู้ร่วมบุกเบิกทั้ง 2 โครงการนี้เล่าว่า ศูนย์ตุ๊กตาชาววัง เกิดขึ้นโดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชดำริให้สร้างอาชีพช่วยเหลือชาวบ้านในอำเภอป่าโมกข์ ที่ประสบภัยน้ำท่วมใหญ่ประมาณปี พ.ศ. 2519 ขณะที่โครงการฟาร์มตัวอย่างในพระองค์ท่านที่บ้านยางกลาง เกิดขึ้นจากผลของน้ำท่วมในปี พ.ศ. 2549 หลังจากทรงทราบข่าวว่าชาวบ้านหนีน้ำขึ้นมาอาศัยอยู่ข้างทาง จึงทรงส่งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือหาที่ดินทำกินให้ราษฎร โดยทรงเน้นย้ำว่าโครงการพระราชดำริฯ จักต้องไม่ทำความเดือดร้อนให้คนในพื้นที่
ข้างฝ่ายลูกทัวร์เจ้าของผ้าแบรนด์พาซาย่า ซึ่งพ่วงตำแหน่งคณะกรรมการโครงการฯ ร่วมอยู่ด้วยอย่าง ณรงค์ เลิศกิตศิริ เล่าว่า เหตุที่เข้ามาช่วยโครงการนี้ เพราะสนิทและคุ้นเคยกับพี่ๆ ที่ทำงานด้านนี้หลายท่าน อีกทั้งยังต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแบ่งเบาพระราชภารกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แม้จะได้เพียงเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม
"ผมเคยร่วมเซอร์เวย์มา 2 ทริป ได้เห็นอะไรหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะเรื่องการออกแบบผลิตภัณฑ์ การออกแบบแพ็กเกจ ซึ่งยังต้องได้รับการพัฒนาอีกมาก หากต้องการประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ และนับว่าครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีที่มีนักธุรกิจจากสาขาต่างๆ เดินทางมาด้วย เนื่องจากท่านเหล่านี้เป็นผู้มีประสบการณ์ ก็จะสามารถแนะนำแนวทางได้บ้าง" เจ้าแบรนด์พาซาย่ากล่าว
หันกลับมาที่นักช็อประดับแนวหน้าของทริป รัตนา ตฤษณารังสี เจ้าของธุรกิจอุปกรณ์ซ่อมรถยนต์ซึ่งต้องติดต่อกับต่างประเทศเป็นประจำ คุยถึงผลิตภัณฑ์จากฝีมือคนไทย ในขณะที่สายตาและมือกำลังเลือกหยิบของฝากสำหรับลูกค้าต่างชาติว่า คนไทยเก่งมีฝีมือทำของสวยๆ และยังมีราคาถูกกว่าประเทศอื่นๆ แต่ต้องพัฒนาในเรื่องของดีไซน์ให้มากกว่านี้
สุดท้ายกับครอบครัวผู้ที่รักการท่องเที่ยว ม.ร.ว.เกษมวิสุทธิ์ และ วลัย วิสุทธิ์ ณ อยุธยา ได้กล่าวฝากถึงหลายๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า น่าจะช่วยประชาสัมพันธ์มากๆ เพราะเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ไม่รู้จัก อีกทั้งพื้นที่ในแถบจังหวัดอ่างทอง นอกจากโครงการในพระราชดำริแล้ว ก็มีทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัดที่น่าสนใจจำนวนมาก ไม่อยากให้คิดว่าจะต้องเป็นธุรกิจ อย่างน้อยก็ช่วยให้ชาวบ้านในพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้น



