
คนร้ายบุกบ้านหมายข่มขืน ด.ญ. 12 ปี ยังลอยนวล
ชาวบ้านแก้งคร้อยังผวา หลังเกิดเหตุอุกอาจในหมู่บ้าน คนร้ายบุกกลางดึกหวังข่มขืน ด.ญ.วัย 12 ปี ขณะนอนหลับ เหยื่อฮึดสู้ตะโกนร้อง ถูกบีบคอปิดปากจมูกชกบาดเจ็บสาหัส
ชาวบ้านในเขต อ.แก้งคร้อ ยังต้องพากันอยู่อย่างหวาดผวาไปทั่ว ฝากวิงวอนผ่านสื่อมวลชน และนายเรืองฤทธิ์ บุญกัน กำนันตำบลโคกกุง อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ที่ระหว่างออกตรวจพื้นที่และพบปะลูกบ้านในหมู่บ้านตะหลุกหิน หมู่ 3 จึงได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่าเกิดเหตุการณ์สุดสะเทือนขวัญ คนร้ายสุดอุกอาจ บุกเข้าไปภายในบ้านของชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อหวังข่มขืนเด็กหญิงวัย 12 ปี ในหมู่บ้าน เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 29 ต.ค. ที่ผ่านมา
จนปัจจุบันเวลาผ่านมาหลายสัปดาห์ หลังชาวบ้านได้มีการพาเด็กผู้เสียหายเดินทางเข้าแจ้งความไว้ที่เขตท้องที่ สภ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ แต่มาจนปัจจุบันนี้ทางฝ่าย จนท. ยังไม่มีการดำเนินการติดตามจับกุมคนร้ายผู้ก่อเหตุรายนี้ได้เลย
จนทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านตะหลุกหินต้องพากันทนอยู่อย่างหวาดผวา และรู้สึกหวาดกลัว ไม่มีความปลอดภัย เพราะยังหวั่นเกรงว่าคนร้ายรายนี้ จะกลับมาก่อเหตุกับเด็กหญิง และทำร้ายคนอื่นๆ ซ้ำได้อีก
อยากวิงวอนผ่านทางสื่อมวลชน และกำนันตำบลโคกกุง ช่วยเร่งติดตามคดีให้มีความคืบหน้าเร็วกว่าที่เป็นอยู่ด้วย
ล่าสุด นายเรืองฤทธิ์ บุญกัน ได้เดินทางไปตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุ ซึ่ง ด.ญ.เอ (นามสมมติ) วัย 12 ปี เล่าให้ฟังว่า ช่วงโรงเรียนปิดภาคเรียนที่ผ่านมา มารดาได้มารับน้องชายวัย 6 ขวบ ไปอยู่ด้วยกันที่จังหวัดนครราชสีมา โดยปล่อยให้ตนเองอยู่บ้านเพียงลำพัง และช่วงนั้นพี่ชายที่ทำงานอยู่จังหวัดขอนแก่น ก็จะกลับมาอยู่ด้วยเป็นบางครั้ง ซึ่งหลังจากพี่ชายกลับไปทำงานที่ต่างจังหวัด ตนเองจึงต้องอาศัยอยู่ในบ้านเพียงลำพังคนเดียว และต้องช่วยตัวเองหุงหาอาหารกินเองมาตลอด โดยไม่ได้รู้สึกกลัวอะไร เพราะบ้านก็อยู่ติดกับเพื่อนบ้านอีกหลายคน และจนเมื่อคืนที่เกิดเหตุ ที่แทบจะเอาชีวิตไม่รอดของวันที่ 29 ต.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ตนเองเข้านอนอยู่บนชั้น 2 ตามปกติ และขณะนอนหลับ ก็รู้สึกว่าเหมือนมีคนเดินอยู่บนบ้าน แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร จนกระทั่งเห็นเงาตะคุ่มๆ อยู่นอกมุ้ง ก็รู้สึกกลัว แต่เหตุการณ์มันเกิดขึ้นเร็วมาก รู้สึกอีกทีว่ามีมือลึกลับจับที่แขนและพยายามจะนอนทับบนตัว ก็พยายามปัดป้องดิ้นไปมาอย่างแรงจนเสียงพื้นไม้กระดานดังโครมครามและร้องให้คนช่วย
คนร้ายเกิดอาการตกใจ พยายามใช้มือหนึ่งบีบคอ และอีกมือปิดปากและใช้ 2 นิ้วมือปิดรูจมูก และใช้กำปั้นชกเข้าที่เบ้าตาซ้ายจน ด.ญ. วัย 12 ปี ได้รับความเจ็บปวดเป็นอย่างมากและหายใจแทบไม่ออกจวนเจียนจะหมดแรง แต่ขณะนั้นโชคดีที่มีชาวบ้านข้างเคียงได้ยินเสียงผิดปกติ จึงออกมาตะโกนถามว่าเกิดอะไรขึ้น คนร้ายเกิดตกใจเห็นมีคนออกมาจำนวนมาก และในขณะที่คนร้ายเผลอ ตนจึงรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้ายสะบัดดิ้นหลุดจากมือคนร้ายออกมาห่างๆ และตัดสินใจกระโดดช่องหน้าต่างของบ้านลงมาจากชั้นบนที่สูงจากพื้นเกือบ 4 เมตร วิ่งลงมาตามหลังคาสังกะสี รอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด
นางบี (นามสมมติ) อายุ 46 ปี ซึ่งมีอาการป่วยพิการขาซ้ายเดินไม่ค่อยสะดวก มารดา ด.ญ.เอ กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนเองทำงานรับจ้างอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา โดยช่วงปิดเทอมได้กลับมารับลูกชายคนเล็กอายุ 6 ขวบ ไปอยู่ด้วย โดยปล่อยให้ลูกสาวอยู่เพียงลำพัง แต่ก็ได้สั่งให้พี่ชายแวะเวียนมาช่วยดูบุตรสาวเป็นระยะ
หลังทราบเหตุร้ายตนเองจึงรีบกลับมาบ้านทันที ซึ่งผู้เป็นแม่ได้กล่าวอีกกว่า ครอบครัวของตนเองนั้นยากจน ขาดเสาหลัก รับจ้างทำงานส่งเงินให้ลูกๆ โดยได้ปล่อยให้ลูกทั้ง 2 คน อยู่อาศัยในบ้านหลังเกิดเหตุกันเพียงลำพังมากว่า 2 ปีแล้ว และความเป็นอยู่ก็ค่อนข้างขัดสน อดๆ อยากๆ บางครั้งก็ได้เพื่อนบ้านนำอาหารมาให้บ้างเป็นบางครั้ง บางครั้งต้องต้มกลอยให้ลูกๆ กิน เวลาลูกๆ อยากกินขนมแทน ซึ่งก็สงสารลูกที่ครอบครัวเราไม่มีโอกาสกินขนมเหมือนเด็กคนอื่นๆ เช่นกัน แต่ก็ไม่รู้จะทำอะไรได้ ซึ่งหลังเกิดเหตุก็ได้มีการพาลูกเข้าแจ้งความที่ สภ.แก้งคร้อ ให้ช่วยเร่งติดตามตัวคนร้ายรายนี้ให้ได้แล้ว แต่มาจนวันนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะจับคนร้ายได้เลย ทุกคนก็ยังหวาดผวา และชาวบ้านใกล้เคียงก็ยิ่งไม่มีใครกล้าที่จะทิ้งบุตรหลานไว้ลำพัง กระทบกับการออกรับจ้างทำมาหากิน จึงอยากฝากวิงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้ให้ได้โดยเร็ว
นายชัยยศ ชยานนท์ ครูที่คอยช่วยเหลือดูแล ด.ญ.วัย 12 ปี รายนี้มาตลอด กล่าวว่า ตอนนี้ทั้งคณะครู ชาวบ้านใกล้เคียง ต่างยังพากันรู้กังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนักเรียน และอยากให้ทาง ตร. ช่วยเร่งจับตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีให้ได้เร็วที่สุด เพราะถือว่าคนร้ายลงมือก่อเหตุอย่างอุกอาจ และไม่เกรงกลัวความผิดและกฎหมายแต่อย่างใดเลย และยังกลัวว่าคนร้ายรายนี้จะย่ามใจวนเวียนกับมาก่อเหตุกับเด็กหญิงรายอื่นด้วย
นายเรืองฤทธิ์ กล่าวว่า จะรีบประสานไปยัง ตร. เพื่อขอทราบความคืบหน้าของคดีว่าคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว และจากการสอบถามชาวบ้านถึงตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ ชาวบ้านกลับมีอาการวิตกเหมือนหวาดกลัว เพียงพูดสั้นๆ ว่ารู้แต่พูดไม่ได้ หากใครมีหลักฐานขอให้รีบแจ้ง จนท. จะได้ดำเนินการจับกุมตัวมาดำเนินคดีให้เด็ดขาดต่อไป



