
วิเคราะห์ศึกเลือกตั้งนายกอบจ.สงขลา"วรวิทย์"ชน"อุทิศ"
11 ตุลาคมนี้ ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งราว 950,000 คน จะเป็นผู้ตัดสินใจเลือกนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา (นายก อบจ.สงขลา) หลังจากศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืนตามคำตัดสินที่ กกต. เสนอให้ "ใบเหลือง" แก่ นวพล บุญญามณี อดีตนายก อบจ.สงขลา 2 สมัย
โดยเที่ยวนี้มีผู้สมัคร 3 คน ประกอบด้วย หมายเลข 1 วรวิทย์ ขาวทอง อดีตนายก อบจ.สงขลา 2 สมัย ทีมรักสงขลา หมายเลข 2 อุทิศ ชูช่วย อดีตนายกเทศมนตรีนครสงขลา 3 สมัย ทีมสงขลาพัฒนา หมายเลข 3 อนันต์ กาญจนสุวรรณ ทีมทางเลือกใหม่คนสงขลา
แต่เซียนการเมืองที่นั่นมองว่าม้าสองตัวที่จะแย่งกันเข้าวินคงมีเพียง "วรวิทย์" กับ "อุทิศ" เท่านั้น ส่วนอนันต์คงต้องรอ "ส้มหล่น" หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองของสองคนแรกเท่านั้น
นอกจากนี้แม้ข่าวหลายสำนักจะมองว่าศึกครั้งนี้เป็น "ศึกสายเลือด" ของพรรคประชาธิปัตย์ ในลักษณะ "สงครามตัวแทน" ของ ถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย กับ นิพนธ์ บุญญามณี รองเลขาธิการพรรค
แต่นั่นคือภาพเก่าของการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 27 เมษายน ที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ เพราะทั้งวรวิทย์และอุทิศไม่มีใครขายความเป็นประชาธิปัตย์ แต่แข่งกันขายนโยบายส่วนตัวมากกว่า ซึ่งต่างจากการเลือกตั้งครั้งก่อนที่ ส.ส.สงขลา ทั้ง 10 คน แบ่งข้างหนุนคนของตนชัดเจน
โดยมี 8 ส.ส.หนุนวรวิทย์ ซึ่งเป็นคนของถาวร ส่วนอีก 2 คนหนุนนวพล ซึ่งเป็น "น้องชาย" ของนิพนธ์
ว่ากันว่าเบื้องหลังการสวมคอนเวิร์สของสองตระกูลนี้ เนื่องจากอุทิศส่งน้องชาย คือ กิตติ ชูช่วย อดีตประธานสภาเทศบาลสงขลา ลงเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครสงขลาในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้
ขณะที่นิพนธ์ต้องการส่ง พีระ ตันติเศรณี อดีตรองนายกอบจ.สงขลา ลงสมัครนายกเทศมนตรีนครสงขลา เพื่อแลกกับการสนับสนุน อุทิศในเลือกตั้งนายก อบจ.
แต่สุดท้ายเงื่อนไขดังกล่าวก็ต้องล่มกลางคันเมื่ออุทิศไม่ยอมถอย ทั้งยังส่งน้องชายลงสมัครแทนอีกต่างหาก !!
จากนั้นการ "ลอยแพ" อุทิศจึงเกิดขึ้นเมื่อ ส.อบจ.6 คน ทีมสงขลาพัฒนาเดิมที่เป็นลูกทีมของนวพล ประกาศเปลี่ยนขั้วไปอยู่กับวรวิทย์แทน
การสลับขั้วดังกล่าวทำให้เสียงในสภา อบจ.สงขลา ของวรวิทย์เพิ่มเป็น 22 คน จากจำนวน ส.อบจ.ทั้งหมด 36 คน ซึ่งทำให้ฐานเสียงของวรวิทย์ปึ้กมากในพื้นที่ อ.ระโนด อ.เมืองสงขลา และ อ.หาดใหญ่
โดยเฉพาะพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ซึ่งเป็นสนามชี้ขาดการเลือกตั้งครั้งก่อน เพราะมี ส.อบจ.ถึง 10 คน และครั้งก่อนมี "ใบสั่ง" ให้ผู้สมัครคนหนึ่งเทคะแนนไปให้นวพล จึงทำให้วรวิทย์พ่ายนวพลไปอย่างน่าเจ็บกระดองใจ
นอกจากนี้วรวิทย์ยังดึง ทิพวรรณ พัฒโน อดีต ส.ว.สงขลา ภรรยาของ ไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ เข้ามาอยู่ในทีมรองนายก อบจ.สงขลา ด้วย จึงน่าจะเสริมเขี้ยวเล็บให้วรวิทย์ได้อีกมาก
ส่วนในพื้นที่ อ.ระโนด ซึ่งเป็นจุดบอดของวรวิทย์อีกจุดได้ สวัสดิ์ แกล้วทนง อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานที่ปรึกษา พร้อมดึง ส.อบจ.ธนู แกล้วทนง หลานชายจากทีมสงขลาพัฒนา พ่วงท้ายด้วย ส.ส.ประพร เอกอุรุ ส.ส.สงขลา เข้ามาช่วยอีกแรง
อย่างไรก็ตาม แม้จะถูกมองว่าเป็นรอง และมีข่าวว่าจะถอดใจ เพราะถูกนิพนธ์ลอยแพ แต่อุทิศก็ยังสวมหัวใจสิงห์สู้ต่อ โดยชูประสบการณ์ในตำแหน่ง "นายกเทศมนตรีนครสงขลา 3 สมัย" เป็นเครื่องการันตี
โดยเฉพาะผลงานการพลิกฟื้นการท่องเที่ยวของเมืองสงขลาด้วยการปลุก "หาดสมิหลา" เป็น "ห้องรับแขก" ของภาคใต้
เมื่อผนวกกับการเตรียมพร้อมด้วยการเรียกประชุมฐานเสียงในทุกอำเภออย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ไม่อาจประมาทอุทิศไปได้เลย โดยเฉพาะ "คะแนนสงสาร" ที่อาจทำให้ "การเมืองระดับชาติ" ต้องสะอื้นอีกครั้ง
สมชาย สามารถ



