ข่าว

สหรัฐออกรง.สิทธิมนุษยชนสับแหลกจีน-พม่า

สหรัฐออกรง.สิทธิมนุษยชนสับแหลกจีน-พม่า

27 ก.พ. 2552

วอชิงตัน-สหรัฐประกาศจะปรับปรุงสิทธิมนุษยชนที่บ้าน ขณะออกรายงานตำหนิจีน พม่า รวมถึงไทย

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกรายงานสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนประจำปีเมื่อวันพุธ (25 ก.พ.) โดยเน้นปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนที่เลวร้ายลงในเกาหลีเหนือ จีน พม่า ซิมบับเว รัสเซีย และประเทศอดีตสหภาพโซเวียต และได้พูดถึงไทยว่ายังคงมีรายงานการฆ่าตัดตอนและทรมานนักโทษของตำรวจอยู่ ขณะที่สถานการณ์ทางภาคใต้ก็ส่งผลให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนขึ้นเป็นจำนวนมาก

สหรัฐกล่าวว่า ถึงแม้สถานการณ์ทางการเมืองจะวุ่นวาย แต่ไทยกลับหลีกเลี่ยงการปกครองที่ไม่เป็นไปตามระบอบรัฐธรรมนูญได้ แต่ถึงกระนั้นยังคงมีรายงานว่าตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับการฆ่าตัดตอน และการหายตัวไป รวมถึงเรื่องการซ้อมนักโทษหรือผู้ถูกคุมขัง และการคอรัปชั่นภายในวงการตำรวจ ขณะที่สถานการณ์ความรุนแรงทางภาคใต้ก็ทำให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ รัฐบาลยังจำกัดเสรีภาพในการพูด และเสรีภาพของสื่อ ขณะที่ชาวเขาซึ่งไม่มีเอกสารที่ถูกต้องยังคงถูกจำกัดการเคลื่อนไหวต่อไป แต่กฎหมายสัญชาติปี 2551 ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้จะทำให้ชาวเขามีโอกาสได้สัญชาติกันมากขึ้น

ในส่วนของพม่านั้น สหรัฐกล่าวว่า รัฐบาลทหารได้ปราบปรามพลเมืองอย่างทารุณโหดร้าย มีการเผาทิ้งหลายหมู่บ้าน รวมทั้งการสังหารอย่างโหดร้ายผิดกฎหมายจำนวนมากตามแนวชายแดน เช่นเดียวกับการข่มขืนและการทรมาน โดยไม่มีการลงโทษผู้ที่รับผิดชอบ นอกจากนี้ รัฐบาลทหารยังปฏิเสธสิทธิของประชาชนที่คิดจะเปลี่ยนรัฐบาล และได้กระทำสิ่งที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนจำนวนมาก โดยเมื่อพฤษภาคมปีที่แล้วได้เกิดพายุไซโคลนที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหาย 138,000 คนซึ่งรัฐบาลได้แสดงความไม่สนใจต่อสวัสดิภาพของพลเมืองของตน โดยยืนกรานให้จัดลงประชามติที่เต็มไปด้วยการฉ้อฉลหลังเกิดพายุไซโคลน และยังถ่วงเวลาความช่วยเหลือจากนานาชาติ ซึ่งอาจช่วยชีวิตคนไว้ได้เป็นจำนวนมาก

สำหรับจีนนั้น สหรัฐกล่าวว่า สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนเลวร้ายลงเพราะรัฐบาลยังคงกวาดล้างผู้ที่ไม่เห็นด้วย และชนกลุ่มน้อยในทิเบต จีนยังคุมเข้มเสรีภาพในการนับถือศาสนาในทิเบต และในพื้นที่ของชาวอุยกูร์ ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมในมณฑลซินเกียง อีกทั้งยังจับกุมนักเคลื่อนไหวทางการเมือง นักข่าว และทนายความเป็นจำนวนมาก

ในส่วนของสหรัฐเองนั้น นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้คำมั่นว่าจะเพิ่มความใส่ใจต่อความวิตกของนานาชาติเรื่องปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในสหรัฐ อีกทั้งสหรัฐจะเพิ่มการให้ความเคารพต่อสิทธิมนุษยชนในประเทศ รวมทั้งในการเกี่ยวข้องกับประเทศและพลเมืองของประเทศต่างๆ ทั่วโลก