
ผู้ผลิตไก่กระทุ้งรัฐเร่งเปิดค้าเสรีอียูรับกรอบ"ค้าโลก"
สมาคมผู้ผลิตไก่แนะรัฐเร่งเปิดเขตค้าเสรีกับอียู หวั่นถูกกำหนดปริมาณนำเข้าไก่ส่วนที่เกินโควตา หลังเปลี่ยนอัตราภาษีภายใต้กรอบดับเบิลยูทีโอ
นายคึกฤทธิ์ อารีปกรณ์ ผู้จัดการสมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย เปิดเผยว่า จากการที่สมาคมได้วิเคราะห์ตลาดสหภาพยุโรป (อียู) โดยมองว่า หากมีการเปลี่ยนอัตราภาษีที่ผูกพันภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) สำหรับสินค้าสัตว์ปีกแปรรูป 8 รายการ จะทำให้อียูสามารถกำหนดปริมาณนำเข้าไก่ส่วนที่เกินโควตาได้ จากปัจจุบันอียูนำเข้าไม่จำกัดปริมาณ ดังนั้น เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าวในอนาคต รัฐบาลไทยควรเร่งเจรจาเปิดเขตการค้าเสรี หรือเอฟทีเอ กับอียูโดยเร็ว และผลักดันทั้งเอฟทีเอไทยกับอียู หรือเอฟทีเออาเซียนกับอียู
ส่วนตลาดญี่ปุ่นปีนี้ความต้องการยังทรงตัว เนื่องจากปีก่อนญี่ปุ่นนำเข้าไก่แปรรูปจากประเทศไทยจำนวนมาก ทำให้ผู้นำเข้ารายใหญ่ชะลอสั่งซื้อสินค้าปีนี้ ขณะที่ผู้ซื้อรายย่อยสั่งซื้อสินค้าจำนวนไม่มาก และบางส่วนนำเข้าจากจีน นอกจากนั้น ราคาส่งออกเฉลี่ยอยู่ที่ 6,000-7,000 ดอลลาร์ต่อตัน ลดลงจากปีก่อนที่เคยอยู่ที่ 8,000-9,000 ดอลลาร์ต่อตัน แต่ก็ถือว่าอยู่ระดับที่ดี แม้เงินบาทจะแข็งค่าขึ้นช่วงนี้ แต่คงไม่ส่งผลกระทบ
ขณะที่แนวโน้มการส่งออกปีหน้าจะต้องประเมินความต้องการของตลาดอีกครั้ง รวมถึงดูสถานการณ์ค่าเงินบาท และราคาน้ำมัน ส่วนตลาดในประเทศพบว่า ช่วงนี้เขตภาคใต้ ไก่มีชีวิตเริ่มขาดตลาด ทำให้ต้องขนส่งจากบริเวณใกล้เคียงเข้าไปสนองความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากภาคใต้มีการเลี้ยงไก่น้อย เพราะไม่มีแหล่งวัตถุดิบอาหารสัตว์ รวมทั้งบางช่วงมีไก่สดจากมาเลเซียทะลักเข้ามา โดยผลผลิตภาพรวมของประเทศปีนี้จะอยู่ที่ 920 ล้านตัว คาดว่าช่วงเทศกาลกินเจราคาไก่จะลดลงเล็กน้อย จากปัจจุบันไก่สดมีชีวิต ราคา กก.ละ 41-42 บาท



