
กรมทางหลวงกำลังละเลงเงินบนถนน
สิ้นเดือนกันยายนนี้ กรมทางหลวงคงทำสัญญาว่าจ้างผู้รับเหมาให้ทำการซ่อมบำรุงทางหลวงทั่วประเทศจนครบทั้ง 797 โครงการ ภายใต้วงเงินงบประมาณจากแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งปี 2552 จำนวน 10,052 ล้านบาทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ว่ากันตามจริงกรมทางหลวงได้เงินทั้งหมด 12,500 ล้านบาทครับ แต่เป็นงบบำรุงรักษาทางหลวง 10,500 ล้านบาทและงบบำรุงถนนผ่านชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวอีก 1,500 ล้านบาท ที่เหลืออีก 500 ล้านบาท เป็นงบอำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัย ซึ่งผมเข้าใจว่าคงเป็นงบประมาณสำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกในที่พักริมทางของกรมทางหลวงที่ตอนนี้เห็นสร้างสำหรับให้คนขับรถได้พักรถนั่นแหละ
แต่ที่ผมสนใจอยู่ที่งบก้อนใหญ่ 10,500 ล้านบาท ที่จะใช้ในงาน 3 ประเภทคือ งานบำรุงปกติ เช่น ปะหลุมขนาดเล็ก ติดป้ายจราจร เฉลี่ยกิโลเมตรละ 3 หมื่นบาท งานบำรุงตามเวลา เช่น การฉาบผิวถนนเพื่อป้องกันถนนชำรุด เฉลี่ยกิโลเมตรละ 2-3 หมื่นบาท และงานบำรุงพิเศษ คือรื้อผิวถนนและปรับปรุงผิวถนนใหม่ เฉลี่ยกิโลเมตรละ 4-5 หมื่นบาท ซึ่งโครงการต่างๆ นี้ ผู้รับเหมามีเวลาทำงาน 4-6 เดือน เริ่มจากเดือนตุลาคม 2552 ไปจบโครงการในเดือนมีนาคม 2553 โน่น ชาวบ้านร้านตลาดในชนบท หรือคนใช้รถใช้ถนนที่ต้องเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปตามหัวเมืองต่างๆ รู้เรื่องนี้แล้วคงปลื้มไปตามๆ กันนะครับ
ผมอยากให้มีการทบทวนเรื่องนี้ครับ...เดือนตุลาคมนี่ใครๆ ก็รู้ว่าฝนจะต้องตกลงมาเหมือนฟ้าแตก ยิ่งโลกวิปริตอย่างนี้ บางทีก็มีของแถมเป็นไต้ฝุ่นมั่ง พายุโซนร้อนมั่ง ได้ของแถมทั้งๆ ที่ไม่อยากได้...ก็คงหนักเข้าไปใหญ่...พอเข้าเดือนพฤจิกายนแม้ฝนอาจจะขาดเม็ดไปบ้างแล้ว ก็ชะล่าใจไม่ได้นะครับ น้ำตามภูเขาสูงๆ ยังลัดเลาะผ่านแมกไม้ลงมาไม่หมด ถึงธันวาคมหากโชคดีฝนขาดเม็ดก็อาจโชคร้ายเพราะน้ำจากภูเขาจะหลากลงมาท่วมทุ่งนาและถนนหนทางชนิดห้ามไม่อยู่ซะด้วย... ผมเคยเห็น กองอิฐกองทรายข้างถนนละลายไปกับสายน้ำมาแล้ว
เสียดายครับที่ละลายไปนั่น เงินทั้งนั้นนะครับ แล้วหากถนนสายไหนผู้รับเหมาเอาอิฐหินดินทรายไปปะหรือฉาบด้วยยางมะตอยเอาไว้ไม่ทันแห้ง เกิดฝนเทลงมาจั๊กๆ ไอ้ที่โปะที่ปะเอาไว้มิหลุดล่อนไปกับสายน้ำหรือครับ ?
ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า รัฐบาลตั้งแต่ชาติปางไหนกันที่ปล่อยให้กรมทางหลวงมาซ่อมแซมถนนหนทางเอาในหน้าฝนหน้าน้ำอย่างนี้ น่าเสียดายเงินเป็นหมื่นล้านนะครับ ก็ขอฝากเรื่องนี้ไปยัง คุณอำพน กิตติอำพน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ด้วยนะครับ ว่าน่าจะมีการทบทวนและหาทางแก้ระเบียบในการซ่อมบำรุงถนนหนทาง ออกไปทำกันในหน้าแล้งที่แดดๆ จะได้ไหมครับ ในช่วงนี้กรมทางหลวงควรใช้งบ 500 ล้านบาท ที่เตรียมไว้สำหรับอำนวยความสะดวอกด้านความปลอดภัยนั่นแหละ ไปจัดการทำป้ายบอกทางชาวบ้านให้รู้ว่า ถนนสายไหนชำรุดยังไม่ควรใช้ และควรเลี่ยงไปใช้ถนนสายไหนทดแทนได้บ้าง
ดีกว่าปล่อยให้เขาขับรถเข้าไปเจอหลุมบ่อ แล้วเปิดกระจกด่ากรมทางหลวงตลอดเส้นทาง รอจนหมดฝนแล้วค่อยใช้งบก้อนใหญ่ช่อมแซมถนนตามที่ตั้งใจไว้ก็ได้ครับ
ภาณุมาศ ทักษณา



