
แจ้ง 4 ข้อหาหนักเมียยิงผัวเจ็บ-สาวดับ! ฝากขังพรุ่งนี้
ภรรยาโหด ลั่นไกใส่สาวคนสนิทดับ ส่วนสามีอาการสาหัส ตร.แจ้ง 4 ข้อหาหนัก เตรียมส่งฝากขังศาลมีนบุรีพรุ่งนี้
เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 ร.ต.อ.(หญิง) ปัณฑ์ณัฐ ขันเขต รอง สว.(สอบสวน) สน.มีนบุรี รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย ภายในโครงการบ้านเอื้ออาทร ซ.รามอินทรา 117 ถ.เจริญพัฒนา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ถนัด นักธรรม ผกก.สน.มีนบุรี พ.ต.ท.ถาวร สายมะณี รอง ผกก.(สอบสวน) สน.มีนบุรี พ.ต.ท.นิเวชร์ งามลาภ รอง ผกก.สส.สน.มีนบุรี พ.ต.ต.ยุทธนา รัตแพทย์ สว.สส.สน.มีนบุรี เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน.สน.มีนบุรี และอาสากู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 5 ชั้น จากการตรวจสอบภายในห้องพักเลขที่ 319/39 ชั้น 5 พบเพียงกองเลือดจำนวนมาก โดยพบหัวกระสุนและปลอกกระสุนปืนขนาด .38 ตกบริเวณบันไดทางขึ้นชั้น 4-5 และหน้าห้องพัก อยู่เกลื่อนพื้น จำนวน 6 ปลอก ทางเจ้าหน้าที่จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บถูกเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่ง รพ.นวมินทร์ 1 ไปก่อนหน้านี้จำนวน 2 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ นายอดุลวิทย์ พิพัฒน์จิระกุญชร อายุ 39 ปี ถูกกระสุนปืนที่ท้อง 1 นัด ที่แขน 1 นัด และมือ 1 นัด อาการสาหัส ขณะนี้อาการปลอดภัย และ น.ส.วิรัลพัชร เจริญวิชญะพฤกษ์ อายุ 31 ปี ถูกกระสุนที่หน้าอกซ้าย 1 นัด นำตัวส่ง รพ.นวมินทร์ 1 และเสียชีวิตในเวลาต่อมา นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดอีก 1 ราย คือนางมวย อ่อนไทสง อายุ 57 ปี มารดาผู้ตาย ถูกกระสุนปืนถากคิ้วขวาได้รับบาดเจ็บ
นางสุมาลี คลองยุทธ เปิดเผยว่า อาศัยอยู่คนละอาคาร โดยตนอยู่อาคาร 14 ซึ่งเป็นคนละอาคารกับที่เกิดเหตุ ได้ยินเสียงดังคล้ายปืนจึงรีบวิ่งไปดู เห็นมีคนได้รับบาดเจ็บ พบผู้หญิงโดนยิงที่หน้าอกซ้าย และผู้ชายโดนยิงที่ท้อง จึงรีบช่วยเหลือพยุงตัวลงมาด้านล่างตึก ก่อนจะเรียกรถกู้ภัย
จากการสอบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นภรรยาของนายอดุลวิทย์ ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.กรวรรณ พิพัฒน์จิระกุญชร อายุ 36 ปี ได้บุกไปยังห้องพักภายในแฟลตเอื้ออาทรดังกล่าว ก่อนใช้อาวุธปืนที่นำติดตัวมาด้วยก่อเหตุยิงนายอดุลวิทย์ และน.ส.วิรัลพัชร จากนั้น น.ส.กรวรรณ ได้หลบหนีไป ซึ่งน.ส.กรวรรณ มาดักรอสามีอยู่ที่หน้าห้องพักดังกล่าวตั้งแต่ช่วงเวลา 04.00 น. โดยสามีของคนร้ายได้มาอาศัยอยู่กับเพื่อนสาวคนสนิทพร้อมมารดาได้ประมาณเดือนเศษ กระทั่งเวลาประมาณ 06.00 น. สามีคนร้ายเปิดประตูออกมาพร้อมกับผู้ตาย คนร้ายจึงได้เปิดฉากยิงใส่ทันที จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว
ต่อมาขณะที่ พ.ต.ท.อนันท์ วงศ์คำ สวป.สน.ชนะสงคราม ปฏิบัติหน้าที่ ได้รับแจ้งเหตุหญิงสาวกระโดดสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ จึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุบริเวณท่าเรือเจ๊หลิน ใกล้กับท่าเรือท่าช้าง เจ้าหน้าที่พบ น.ส.กรวรรณ ลอยคออยู่ในน้ำ จึงได้เร่งทำการช่วยเหลือ แต่ระหว่างนั้นนายธนวัฒน์ เรียนงาม พลเมืองดี ซึ่งเป็นคนขับเรือเห็นเหตุการณ์ได้กระโดดลงไปช่วย พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารก่อนนำตัวขึ้นมาที่ท่าเรือดังกล่าว ทั้งนี้จากการสอบถามและตรวจค้นกระเป๋า เจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนลูกโม่ ขนาด.38 พร้อมกระสุนปืนในรังเพลิง 6 นัด นอกจากนี้ยังพบกระสุนปืนขนาดเดียวกันอีก 24 นัดอยู่ในกระเป๋า
น.ส.กรวรรณ รับสารภาพทั้งน้ำตาว่า แยกกันอยู่กับนายอดุลวิทย์ สามี ได้สักพักแล้วเนื่องจากสามีไม่กลับบ้าน จนทราบว่าสามีของตนไปคบหากับ น.ส.วิรัลพัชร นานกว่า 1 เดือนแล้ว ตนรู้สึกไม่พอใจ จึงสั่งซื้ออาวุธปืนและกระสุน เพื่อที่จะนำมายิงสามี เมื่อได้รับปืนตนตั้งใจที่จะยิงสามีเพียงคนเดียว แต่พลาดยิงโดน น.ส.วิรัลพัชร ด้วย จึงตัดสินใจหลบหนีเพื่อไปฆ่าตัวตายเพื่อหนีความผิด ยอมรับว่ารู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น และรับสารภาพในทุกข้อกล่าวหา พร้อมทั้งขอโทษไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วย ไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น
จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวไปสงบสติอารมณ์ที่ สน.ชนะสงคราม ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ถนัด ก็ได้รับการประสานจากตำรวจท้องที่แล้ว พร้อมกับสั่งการให้พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี เดินทางไปร่วมตรวจสอบด้วย เนื่องจากเป็นเหตุที่ต่อเนื่องกัน 2 พื้นที่
ต่อมาเวลา 12.40 น. พ.ต.ท.ยุทธนา รัตนแพทย์ สว.สส.สน.มีนบุรี พร้อมชุดสืบสวนได้คุมตัวผู้ต้องหาจาก สน.ชนะสงคราม มาที่ห้องฝ่ายสืบสวน ให้กองพิสูจน์หลักฐานเก็บคราบเขม่าดินปืน ภายหลังสอบปากคำเบื้องต้นได้แจ้งข้อหา 4 ข้อหา กับ น.ส.กรวรรณ ประกอบด้วยข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา , พยายามฆ่าผู้อื่น , พาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุสมควร และมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาติ โดยในวันที่ 11 พฤศจิกายน จะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลจังหวัดมีนบุรีต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : สุดแค้น!!“เมียหลวง”บุกยิง“กิ๊กสาว”ดับผัวสาหัส



