ข่าว

"แก้ก.ม.ต้องฝ่ายนิติบัญญัติไม่ใช่คมช."

"แก้ก.ม.ต้องฝ่ายนิติบัญญัติไม่ใช่คมช."

28 ก.ย. 2552

หลังจากที่ประชุม "คณะกรรมการประสานงาน" (วิป) 3 ฝ่าย "ฝ่ายค้าน-รัฐบาล-วุฒิสภา" มีมติให้ "คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ" ไปยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 6 ประเด็น ตามที่ "คณะกรรมการสมานฉันท์ฯ" เป็นผู้เสนอ

 โดยให้ "ส.ส.-ส.ว." ร่วมกันเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนวิธีการยกร่างฯ และแนวทางของการมีส่วนร่วมของประชาชน "ยังไม่มีข้อสรุป" ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายให้ตัวแทนของแต่ละฝ่ายไปหารือกันเอง แล้วนำมาเสนอต่อที่ประชุมอีกครั้งในวันที่ 1 ตุลาคม เมื่อได้ข้อสรุปแล้วจะนำเสนอต่อนายกฯ และประชุมร่วมกันเพื่อหาข้อสรุปต่อไป

 อย่างไรก็ตาม "พรรคเพื่อไทย" และ "พรรคร่วมรัฐบาล" อย่างพรรค "ชาติไทยพัฒนา", "ภูมิใจไทย"  และ "เพื่อแผ่นดิน" ได้แสดงจุดยืนชัดเจนว่า "ไม่เห็นด้วย" กับการตั้ง "สภาร่างรัฐธรรมนูญ" (ส.ส.ร.3) เพราะเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในนี้เป็นเพียงการแก้ไขในระยะสั้นเท่านั้น

 ขณะนี้ในเรื่องการตั้ง "ส.ส.ร.3" ดูเหมือนจะมีเพียง "พรรคประชาธิปัตย์" เท่านั้นที่เห็นด้วย

 เพราะหากมีการตั้ง "ส.ส.ร.3" แนวโน้มคงต้องใช้เวลาและขั้นตอนการดำเนินกินเวลาหลายเดือน ทำให้ยืดเวลาการทำงานของรัฐบาล ซึ่งหมายถึง "งบประมาณ" ที่แจกจ่ายลงไปพื้นที่ตามโครงการต่างๆ น่าจะเริ่มเห็นผล

 ซึ่งจะส่งผลลบต่อ "ฝ่ายค้าน" จึงไม่แปลกที่ "ฝ่ายค้าน" แสดงจุดยืนคัดค้านการตั้ง "ส.ส.ร.3" มาตั้งแต่แรก

 "วิทยา บุรณศิริ" ประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ "คม ชัด ลึก" ยืนยันถึงแนวทางแก้ไขตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ว่า จะยึดตามแนวทางมาตรา 291 ต้องดำเนินการโดยคณะรัฐมนตรี ส.ส.และส.ว. และพรรคเพื่อไทยยังคงมีมติตามเดิมไม่เปลี่ยนคือ จะแก้ไขรัฐธรรมนูญตามกฎหมายเท่านั้น แม้ว่าจะมีประชาชนออกมาคัดค้านและเข้าชื่อยื่นญัตติถอดถอนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 122 ที่ห้าม ส.ส.-ส.ว.ทำหน้าที่ขัดกันทางผลประโยชน์ก็ตาม

 "เราถือว่าได้แก้ไขรัฐธรรมนูญโดยยึดหลักตามกฎหมาย และเรื่องนี้เป็นประเด็นที่จะถูกนำไปตีความทางกฎหมาย เพราะไม่มีใครมีอำนาจไปยกเลิกกฎหมาย ส่วนตัวมองว่า ถ้าทำตามกฎหมาย กฎหมายจะคุ้มครองได้"

 อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีประชาชนบางกลุ่มเข้าชื่อยื่นถอดถอน "ส.ส.-ส.ว." ที่ร่วมลงชื่อยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ประเด็น มาตรา 122 ที่ห้าม ส.ส.-ส.ว.ทำหน้าที่ขัดกันทางผลประโยชน์ ซึ่งต่อมามี ส.ส.และส.ว.ทยอยกันถอนรายชื่อออก จนทำให้ "ญัตติ" ดังกล่าวตกไป

 ซึ่งเรื่องนี้มีการมองกันว่า หากปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญตามแนวทางมาตรา 291 ในขณะนี้มีประชาชนยื่นเรื่องถอดถอน ส.ส.และ ส.ว. ตามมาตรา 122 จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญยิ่งต้องใช้เวลา เนื่องจากกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ต้องยุติไว้ก่อน จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมา เพราะไม่รู้ว่าการปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญตามแนวทางมาตรา 291 จะขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่

 ในเรื่องนี้ "วิทยา" กล่าวสั้นๆ ว่า "ไม่เป็นไร เพราะเราคิดว่าการแก้ไขกฎหมายควรกระทำโดยฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ใช่ คมช. (คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ)" 
 "วิทยา" กล่าวว่า พรรคเห็นว่า หากจะนำรัฐธรรมนูญปี 2540 มาใช้ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี แต่เมื่อคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ เสนอใน 6 ประเด็นในการปรับปรุงรัฐธรรมนูญ ทางกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยก็ไม่ขัดข้อง และเห็นด้วยที่จะมีการแก้ไขทั้ง 6 ประเด็น อย่างเร่งด่วน เพื่อลดความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้นในบ้านเมือง

 ส่วนที่หลายฝ่ายออกมาเรียกร้องให้ทำประชามติเกี่ยวกับ "6 ประเด็น" ที่คณะกรรมการสมานฉันท์ฯ เสนอในเรื่องนี้ "วิทยา" ไม่แสดงท่าทีตอบรับหรือปฏิเสธ แต่โดยส่วนตัวเห็นว่า เรื่องการทำประชามติไม่น่าจะนำมาใช้กับการปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 น่าจะนำไปใช้กับรัฐธรรมนูญที่มีการยกร่างใหม่มากกว่า เหมือนที่ใช้กับการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 และรัฐธรรมนูญฉบับ 2550

 ส่วนมติวิป 3 ฝ่ายที่มอบให้ "คณะกรรมการสมานฉันท์ฯ" ไปยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 6 ประเด็น "วิทยา"  กล่าวว่า พรรคเห็นด้วย เนื่องจากคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ก็มาจากบุคคลที่ได้รับการยอมรับ เพราะมีทั้งนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ส.ส. และส.ว. และการมาทำหน้าที่หน้าที่ครั้งนี้ก็เปลี่ยนจากคำว่า "ศึกษา" มาเป็น "ยกร่าง" แทนเท่านั้น 


สมถวิล เทพสวัสดิ์