
มาร์คต้องลบปรามาสแนววิเคราะห์ต่างชาติ
นิตยสารไทม์ ฉบับล่าสุด วิจารณ์สถานภาพของนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีทั้งด้านบวกและด้านที่ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไร
นักข่าวประจำเอเชียของไทม์ ฮันนาห์ บีช ซึ่งเขียนเรื่องเมืองไทยมาบ่อยครั้งบอกว่า สถานการณ์การเมืองของไทยยังอยู่ในสภาพน่ากังวล ความขัดแย้งทางการเมืองยังนำไปสู่การต่อสู้ระหว่างกลุ่มและฝ่ายต่างๆ ทำให้การสำรวจความคิดเห็นทั่วไปเมื่อไม่นานมานี้ คนไทยเพียงหนึ่งในสามเท่านั้นที่เห็นว่าประเทศกำลังเดินไปถูกทิศถูกทาง
นิตยสารไทม์บอกว่า จริงๆ แล้วสหรัฐก็วิตกต่อสภาวการณ์ในเมืองไทยมาก ถึง ขนาดที่มอบเงินทุนจำนวนหนึ่งให้แก่สำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา หรือ ยูเสด เพื่อดำเนินการสร้างประชาธิปไตยขึ้นในไทย เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมายาวนานเกือบ 15 ปี
นี่เป็นส่วนหนึ่งของบทความของ ฮันนาห์ บีช ซึ่งเปรียบคุณอภิสิทธิ์ว่าเป็นเสมือนคนที่อยู่ตรงกลาง นอกจากจะต้องพยายามทำตัวเป็นสะพานระหว่างสองกลุ่ม ฟื้นฟูความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยขึ้นอีกครั้งหนึ่ง แต่ว่าเพียงแค่มีภาพลักษณ์สะอาด ปลอดคอรัปชั่นอย่างเดียวไม่เพียงพอกับการแก้ปัญหาการเมืองภายใน ต้องเริ่มตั้งแต่ภายในรัฐบาลผสมด้วยกันเองก่อน
ฮันนาห์ บีช เขียนในไทม์ว่า นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ยอมรับตรงๆ ถึงความยากลำบากที่ประเทศไทยและรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์กำลังเจออยู่ ขณะเดียวกันไทยก็ยังไม่มีผู้นำทางการเมืองที่มีศักยภาพเพียงพอที่จะทำอะไรได้ดีกว่าที่คุณอภิสิทธิ์กำลังดำเนินการอยู่ แปลว่าฮันนาห์ บีช มองว่าถึงแม้จะมองว่าคุณอภิสิทธิ์นั้นอาจจะยังไม่มีบารมี หรือว่ามีอำนาจต่อรองเพียงพอที่จะแก้ความขัดแย้ง แต่มองไปรอบๆ แล้ว นักข่าวของไทม์ก็บอกว่า ยังมองไม่เห็นว่าใครจะมีศักยภาพมากมายกว่าคุณอภิสิทธิ์ ณ วันนี้
อีกตอนหนึ่งของบทความนี้ ฮันนาห์ บีช อ้างคำพูดของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ว่า เรารู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เราต้องให้แน่ใจว่าสามารถสถาปนาเสาหลักพื้นฐานของประชาธิปไตย ให้เข้าที่เข้าทางได้โดยไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งกับสิ่งที่มองกันว่า ประชาธิปไตยคือการปกครองโดยเสียงส่วนใหญ่ คุณอภิสิทธิ์บอกกับนักข่าวไทม์คนนี้ว่า เราต้องหาจุดสมดุลที่ลงตัวให้ได้
บทวิเคราะห์นี้อาจจะมองว่าคุณอภิสิทธิ์ ถึงแม้จะมีภาพที่ดี ถึงแม้จะเป็นคนไม่มีประวัติเสียหายเรื่องโกงกิน แต่จะสามารถแก้ปัญหาทางการเมืองได้หรือไม่ ยังเป็นคำถาม ?
เป็นโอกาสทองที่คุณอภิสิทธิ์จะต้องพิสูจน์ หรือลบคำปรามาสของนักวิเคราะห์ข่าวต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะมองคล้ายๆ กันว่า ตอนนี้สถานภาพคุณอภิสิทธิ์ ถึงแม้ว่าจะอยู่ยาวนานกว่าที่คิดแต่จะสามารถทำให้ความขัดแย้งของทั้งสองฝ่ายคืนดีกัน ปรองดอง สมานฉันท์กันได้อย่างแท้จริงหรือไม่ ยังน่าสงสัย เป็นประเด็นที่ทั้งคนไทยและคนต่างชาติบอกว่า คุณอภิสิทธิ์ได้โอกาสแล้วต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ภายในกรอบเวลาซึ่งมีไม่มากนัก
สุทธิชัย หยุ่น



