ข่าว

จับตา"คดีเด่น-ประเด็นร้อน"

จับตา"คดีเด่น-ประเด็นร้อน"

28 ก.ย. 2552

เหินฟ้ากลับถึงประเทศเรียบร้อยแล้วสำหรับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ต้องห่างประเทศไปร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาตินานร่วมสัปดาห์

 ท่ามกลางสารพัดปัญหาที่รอการสะสางจาก "อภิสิทธิ์" ในการชี้ขาด ซึ่งในรอบสัปดาห์นี้มีหลายปมที่รอการแก้ไขและรอความชัดเจนจากนายกรัฐมนตรี

 นับตั้งแต่ปมปัญหาการแต่งตั้ง "ผบ.ตร." คนใหม่ แทน พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายนนี้

 ล่าสุด "อภิสิทธิ์" ออกมายืนยันว่าภายในวันที่ 30 กันยายนนี้ จะยังไม่มีนัดประชุม ก.ตร.แน่ๆ

 นั่นจึงเท่ากับว่าหาก "หนุ่มมาร์ค" ไม่สามารถตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ หรือรักษาการ ผบ.ตร.ขึ้นมาได้ก่อนวันที่ 30 กันยายนนี้ ก่อนที่ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รักษาการ ผบ.ตร.จะเกษียณอายุราชการ

 หากว่ากันตามระเบียบของคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) แล้ว ระดับ รอง ผบ.ตร.ที่อาวุโสสูงสุดจะขึ้นมาเสียบแทนทันทีโดยอัตโนมัติ ก็คือ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผบ.ตร. ที่ออกมาบีบน้ำตาทวงเก้าอี้ รักษาการ ผบ.ตร.มาแล้วในครั้งก่อน

 แต่เชื่อว่างานนี้ "หนุ่มมาร์ค" คงไม่อยากถูกตบหน้าอีกครั้ง เพราะทราบกันดีว่า "พล.ต.อ.เพรียวพันธ์" มีศักดิ์เป็นพี่ชายของ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยา "ทักษิณ ชินวัตร"

 เกมนี้จึงเหมือนกับบีบให้ "หนุ่มมาร์ค" ต้องเร่งตั้ง "รักษาการ ผบ.ตร." ขึ้นมารับผิดชอบแทน ในกรณีที่ยังไม่สามารถเคลียร์เงื่อนไขพิเศษได้ลงตัว

 ดังนั้นจึงต้องจับตาว่า "หนุ่มมาร์ค" จะเลือกใครขึ้นมา เพราะนาทีนี้มีตัวเลือกถึง 3 คน

 ไม่ว่าจะเป็น พล.ต.อ.ปทีป ที่ถูกวางไว้เป็น ผบ.ตร. พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี (สบ 10) ที่ถูกตั้งเป็น รักษาการ ผบ.ตร.ถึงสองครั้ง และ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รอง ผบ.ตร.

 เมื่อโฟกัสให้เห็นกันชัดๆ นาทีนี้ดูเหมือนว่า พล.ต.อ.ปทีป มีภาษีดีกว่าคนอื่นๆ จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ "หนุ่มมาร์ค" จะดันขึ้นเป็นรักษาการยาว

 อีกเรื่องที่คาราคาซังมานานกับปมร้อนๆ "การแก้ไขรัฐธรรมนูญ" หลังจากวิป 3 ฝ่ายมีมติโยนเรื่องการแก้กลับไปให้คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยกร่าง ก่อนที่ให้ ส.ส.และ ส.ว.ร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไข

 โดยมีกำหนดนัดร่วมหารือกับ "อภิสิทธิ์" ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ เพื่อหาทางออกที่ชัดเจน ล่าสุด "หนุ่มมาร์ค" มีท่าทีที่อ่อนลงโดยถอยครึ่งก้าว

 ไม่ตั้ง ส.ส.ร.3 ก็ได้ แต่ยื่นเงื่อนไข "ทำประชามติ" เท่านั้น !!!

 ด้านพรรคร่วมรัฐบาล ฝ่ายค้าน และวุฒิสภาสายเลือกตั้ง ยอมรับไม่ได้ เพราะต้องการแก้ไขให้เสร็จสิ้นภายสมัยประชุมนี้
 แต่ในมุมมองของพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่า รัฐธรรมนูญปี 2550 ส่วนหนึ่งเกิดมาจากการทำประชามติ ดังนั้นหากจำเป็นแก้ไข ต้องฟังเสียงของประชาชนส่วนใหญ่ทั้งประเทศก่อน

 ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์จะมีการประชุม ส.ส.และกรรมการบริหารพรรคเพื่อกำหนดจุดยืนให้ชัดเจนอีกครั้งในวันที่ 29 กันยายนนี้

 ซึ่งประชาธิปัตย์มีจุดยืนอย่างชัดเจนตั้งแต่ต้นคือ ฟังแนวคิดของประชาชนโดยการ "ทำประชามติ" เท่านั้น !!!

 เพราะนี่คือเกมการดึงเอาประชาชนเป็นหลังพิง หากค่ายสะตอถูกโดดเดี่ยวจากพรรคร่วมรัฐบาล

 สุดท้ายหากฝ่ายการเมืองชงเองกินเอง จะเกิดแรงต่อต้านจากประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มพันธมิตรฯ ที่เตรียมลุกฮือตลอดเวลา
 
 ขณะที่ฟากของ "ภูมิใจไทย" ยื่นเงื่อนไขชงแก้ 2 ประเด็นเท่านั้นคือ มาตรา 190 และระบบที่มาของ ส.ส.-ส.ว.ก่อนที่จะทำประชามติเพื่อขอความเห็นจากประชาชน

 ทั้งหมดนี้เป็นงานที่ท้าทายความเชื่อมั่นของ "อภิสิทธิ์" อีกครั้งว่าจะหาทางออก และปมปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อนำไปสู่ความสมานฉันท์ได้อย่างไร

 ข้ามมายังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในวันที่ 29 กันยายนนี้ เตรียมลงมติชี้มูลความผิด 28 อดีตรัฐมนตรีในรัฐบาล สมัคร สุนทรเวช กรณีเห็นชอบมติ ครม.ลงนามข้อตกลงร่วมไทย-กัมพูชา กรณีการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหาร จงใจทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 190 วรรคสอง และข้อหาจงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

 ที่ต้องจับตาคือ มีอดีต 4 รัฐมนตรีในรัฐบาลสมัคร ร่วมอยู่ใน ครม.รัฐบาลของอภิสิทธิ์ด้วย คือ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รมว.ไอซีที และ สุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยกากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 ดังนั้นหาก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ทั้ง 4 รัฐมนตรีมีสิทธิ์หลุดจากเก้าอี้ เพราะว่ากันตามมาตรา 55 ของ พ.ร.บ.ป.ป.ช.ผู้ที่ถูกชี้มูลความผิดต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที

 แต่ยังมีข้อถกเถียงในข้อกฎหมายเพราะทั้ง 4 รัฐมนตรีไม่ได้นั่งในกระทรวงเดิม สุดท้ายจึงต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดเท่านั้น

 ขณะที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีกำหนดการอ่านคำพิพากษา 2 คดีรวด โดยเป็นคดี ยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตรัฐมนตรีรัฐบาลทักษิณ ข้อหาปกปิดบัญชีทรัพย์สินและแจ้งบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ ในวันจันทร์ที่ 28 กันยายน

 และส่งท้ายรอบสัปดาห์ด้วย "คดีหวยบนดิน 2 และ 3 ตัว" ในวันที่ 30 กันยายนนี้

 คดีนี้มีอดีต ครม.ทักษิณ ชินวัตร กับพวกอีก 47 รายตกเป็นจำเลย โดยหนึ่งในนี้ เนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย รวมอยู่ด้วย

 นาทีนี้กลุ่มการเมืองต่างวิเคราะห์ว่างานนี้มีลุ้น 50 ต่อ 50 โดย คตส.มั่นใจว่าสามารถเอาผิดได้จากหลักฐานเด็ด

 ที่น่าจับตาก็คือ คดีนี้มีผู้รับผิดชอบระดับสูงของกระบวนการยุติธรรมไปเบิกความเป็นพยานฝ่ายจำเลยอีกแล้ว ยืนยันว่าคดีนี้ไม่ใช่เรื่องข้อกฎหมายอย่างเดียว แต่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวพันด้วย

 ส่วนผลจะออกมาอย่างไร สุดท้ายศาลฎีกาเท่านั้นจะเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด !!!

 บัญชา แข็งขัน