
สุเทพไม่สนยูเสดเข้าพัฒนาปชต.ไทยถ้าไม่ก้าวก่าย
"สุเทพ"ไม่สนสหรัฐให้เงินยูเสดพัฒนาปชต.ในไทยตราบใดที่ไม่ก้าวก่ายกิจการภายในประเทศ ไม่สนฝ่ายค้านให้นายกรัฐมนตรีลาออกหากตั้งผบ.ตร.ไม่ได้ หนุนแก้รัฐธรรมนูญต้องทำประชามติก่อน
(27ก.ย.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนิตยสารไทม์รายสัปดาห์ของสหรัฐอเมริกา เผยแพร่บทความ ระบุว่าสหรัฐอเมริกาวิตกกังวลกับสภาวการณ์ในประเทศไทย จึงมอบเงินทุนจำนวนหนึ่งให้กับสำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (ยูเสด) เพื่อดำเนินการสร้างประชาธิปไตยในไทยว่า ได้อ่านผ่านสื่อเท่านั้น ยังไม่ทราบรายละเอียด แต่จะติดตามต่อไปว่า ยูเสดจะเข้ามาทำอะไรกันแน่
ทั้งนี้ เห็นว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องที่น่าตื่นเต้น เราเป็นคนไทยก็ทำตามหน้าที่ทำทุกวิธีทางที่ให้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขดำรงอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นระบบที่ดูแลบ้านเมืองประชาชนได้อย่างแท้จริง ดังนั้นใครมีหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ต้องดำเนินการทุกด้าน ส่วนใครจะมาเสริมอะไรไม่ได้ขัดข้อง ตราบใดที่ไม่มาก้าวก่ายแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทย
เมื่อถามว่า เรื่องดังกล่าวถือว่าเป็นการสวนทางกับที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศบนเวทีสหประชาชนว่าประชาธิปไตยไทยกำลังเดินไปข้างหน้า เรื่องดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อนักลงทุนหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องการเมืองการปกครองทุกประเทศมีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แม้แต่สหรัฐอเมริกาเองก็มีปัญหาภายในเหมือนกันเพียงแต่แตกต่างกับเราเท่านั้น ส่วนกรณีที่นิตยสารฉบับดังกล่าวระบุว่า นายกรัฐมนตรีไม่สามารถแก้ปัญหาของประเทศได้นั้น นายสุเทพ กล่าวว่า สรุปเร็วเกินไป
ไม่สนฝ่ายค้านให้นายกฯลาออกหากตั้งผบ.ตร.ไม่ได้
นายสุเทพ กล่าวถึงกระแสข่าวจะมีการแต่งตั้ง พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจ รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ไปก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขึ้นมารักษาการว่า ไม่ค่อยสนใจเรื่องข่าวลือ ข่าวจริงๆ มาจากสื่อมวลชนเมื่อใด ก็จะคิดตัดสินไปตามนั้น
เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ ก่อนวันที่ 30 กันยายนนี้ จะมีความชัดเจนในตัวบุคคลที่จะมาเป็น ผบ.ตร.คนใหม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตอบไม่ได้ เพราะบอกแล้วว่าไม่ได้เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) และไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน ก.ต.ช.และคณะกรรมการ ก.ต.ช. เมื่อไหร่ที่ทั้งหมดมีความคิดเห็นตรงกันได้ ก็คงนัดประชุมกัน อย่างไรก็ตามการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) จะเรียกประชุมได้เมื่อใดนั้น ต้องดูว่าจะสามารถปรับคลื่นความคิดตรงกันได้เมื่อใดก็จะเรียกประชุม เพราะขณะนี้ยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันอยู่ แต่จากการประชุมครั้งล่าสุด ยังไม่มีใครส่งสัญญาณมาถึงตนว่าได้เปลี่ยนความคิดแล้ว
ต่อข้อถามว่า หากตั้ง พล.ต.อ.ปทีป เป็นรักษาการ ผบ.ตร. ผิดระเบียบหรือไม่ เพราะถือเป็นบุคคลที่มีรายชื่อเป็นแคนดิเดต ผบ.ตร. นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มีอะไรห้ามหรือเป็นอุปสรรคหากจะมีการแต่งตั้ง แต่อย่าไปเขียนว่าตนสนับสนุน แค่บอกว่าไม่มีอะไรห้าม
เมื่อถามว่า หากตั้ง พล.ต.อ.ปทีป รักษาการ ผบ.ตร. จะทำให้เสียสิทธิในการโหวตเลือก ผบ.ตร. หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มีอะไรต้องกังวลใจ จะมีสิทธิโหวตหรือไม่มีสิทธิว่ากันในที่ประชุมตามกติกา อย่างไรก็ตาม สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยตั้ง พล.ต.อ.สุนทร ซ้ายขวัญ รักษาการ ผบ.ตร. นานถึง 6-7 เดือน
ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านระบุว่า หากนายกรัฐมนตรีไม่สามารถตั้ง ผบ.ตร.ได้ ควรจะลาออก นายสุเทพ กล่าวว่า ถ้าเชื่อฝ่ายค้านตั้งแต่ต้น เราก็คงไม่ได้เป็นรัฐบาลแล้ว อย่างไรก็ตาม แม้จะยังไม่สามารถตั้ง ผบ.ตร. ก็ไม่เกิดปัญหาอะไรในองค์กร เพราะโดยระบบงานทุกอย่างยังคงเดินหน้า
“ตำรวจไม่มีเกียร์ว่าง ใครเกียร์ว่างผมจะไปเล่นงาน เรื่องการแต่งตั้งไม่กระทบกับขวัญและกำลังใจตำรวจด้วย ยุคนี้เป็นยุคเดียวที่ดูแลตำรวจชั้นผู้น้อยดีมาก เพราะอนุมัติงบประมาณหลายพันล้าน เพื่อปรับปรุงสถานที่พักและที่ทำงานให้ตำรวจ” นายสุเทพ กล่าว
ส่วนการเปิดเผยผลวิจัยของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจปัจจุบันชอบเจ้านายที่ใจถึงมากกว่าเจ้านายที่มีความซื่อสัตย์ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ได้อ่านเรื่องดังกล่าว
หนุนแก้รัฐธรรมนูญต้องทำประชามติก่อน
นายสุเทพ กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ขณะนี้ มีหลายฝ่ายไม่เห็นด้วยกับการทำประชามติ ว่า เป็นเรื่องปกติเวลาจะทำงานใหญ่ ต่างคนต่างมีความคิดของตัวเองที่ไม่เหมือนกัน แล้วแต่ประสบการณ์ของแต่ละบุคคล ซึ่งสิ่งที่ดีในระบอบประชาธิปไตยคือการหาข้อสรุปที่สามารถมีความเห็นร่วมกันได้ในที่สุด สำหรับทิศทางที่นายกรัฐมนตรีกำหนดชัดเจนว่าการแก้ไขรัฐธรรมครั้งนี้เป็นเรื่องของประชาชน ให้ประชาชนเป็นคนเห็นชอบอนุมัติถึงจะทำได้ ไม่อย่างนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะไม่ได้ข้อยุติ
“ข้อเสนอของนายกรัฐมนตรี เป็นข้อเสนอที่ชอบด้วยเหตุผลที่สุด เมื่อเรายึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย เชื่อมั่นในความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ เรื่องสำคัญอย่างนี้ต้องให้ประชาชนตัดสิน ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าเอาไปหักล้างความคิดของคนอื่น เพราะว่าคนอื่นอาจจะมีความคิดเห็นต่างในเรื่องของความรวดเร็ว ความประหยัด วันนี้เราหนีไม่พ้นเรื่องความสำคัญของประชาชน ต้องให้ประชาชนตัดสิน เชื่อว่าทุกฝ่ายเมื่อได้แลกเปลี่ยนเหตุผลกันแล้ว จะได้ข้อสรุปตรงกับความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่” นายสุเทพ กล่าว
เมื่อถามว่า ต้องทำความเข้าใจกับแกนนำพรรคร่วมถึงจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนเองคงไม่ต้องไปทำความเข้าใจ เพราะนายกรัฐมนตรีได้บอกในที่ประชุมรัฐสภาแล้วว่า หลังกลับจากภารกิจที่ประเทศสหรัฐอเมริกา จะหารือร่วมกับคณะกรรมการประสานงาน (วิป) ทั้ง 3 ฝ่าย ตนจึงไม่สามารถทำอะไรแซงหน้านายกรัฐมนตรีได้
ต่อข้อถามว่า หากทุกฝ่ายคัดค้านการทำประชามติ นายกรัฐมนตรีจะมีอำนาจสั่งเดินหน้าทำประชามติได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องมองเรื่องต่างๆ ในแง่ดีไว้ก่อน เชื่อว่าถ้านายกรัฐมนตรีได้หารือกับวิปทั้ง 3 ฝ่ายแล้ว เรื่องน่าจะจบได้ ต่อข้อถามว่า ข้อเสนอของพรรคร่วมและพรรคประชาธิปัตย์จะทำอย่างไรให้ลงตัวกันได้ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า งานนี้ต้องมีเหตุมีผล พรรคการเมืองทุกพรรคต้องมีเหตุมีผล แลกเปลี่ยนเหตุผลกับคนอื่นได้
เมื่อถามย้ำว่า ห่วงหรือไม่ว่าจะถูกว่าไม่ทำตามข้อตกลงตามที่เชิญพรรคต่างๆ มาร่วมรัฐบาล นายสุเทพ กล่าวว่า ยังทำทุกอย่างที่ได้ตกลงกันไว้ เมื่อถามว่า การทำประชามติควรทำก่อนหรือหลังแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายสุเทพ กล่าวว่า แล้วแต่จะปรึกษากัน แต่ต้องถามประชาชน



