
‘สุชาติ’ มั่นใจสางปมส่วยภูเก็ตได้ไม่ยาก
จตช. ชี้ ตามกฎหมายผู้ที่จ่ายส่วยเจ้าหน้าที่ก็ต้องถูกดำเนินคดีฐานให้สินบนเจ้าพนักงานด้วย
8 พ.ย. 60 เมื่อเวลา 15.15 น. พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษา (สบ10) รักษาราชการแทนจเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริง กรณีมีการกล่าวหาว่ามีการเรียกรับส่วยจากธุรกิจท่องเที่ยวเดือนละ 100 ล้านบาท โดยกล่าวหาตำรวจในพื้นที่ จ.ภูเก็ต วันนี้ตนได้เดินทางไปยังสำนักงานจเรตำรวจ เพื่อตรวจสอบเรื่องนี้ในเบื้องต้นแล้ว และสั่งการให้ พล.ต.ท.เติมพงษ์ สิทธิประเสริฐ หัวหน้าจเรตำรวจ (สบ8) ไปตั้งจเรตำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้แล้ว เท่าที่ดูในเบื้องต้นมีการแนบหลักฐานโพยที่อ้างว่าจ่ายส่วย แต่ก็ต้องตรวจสอบก่อนว่ามีน้ำหนักพอเป็นหลักฐานในการสืบสวนสอบสวน หรือการดำเนินคดี ได้หรือไม่ ยกตัวอย่างหากเป็นสำเนาโพยจ่ายส่วย ต่อให้มีรายละเอียด ชื่อคน ยอดเงิน เบอร์โทรศัพท์ ก็ไม่สามารถเชื่อถือได้ ต้องตรวจสอบหลักฐานอื่นๆ ประกอบ หรือหากมีคลิปก็ต้องตรวจสอบว่าคลิปจริงหรือไม่ กรณีนี้ก็มีคลิปมาด้วย
พล.ต.อ.สุชาติ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้จเรตำรวจไปตรวจสอบคำร้องเรียน รวมถึงตัวผู้ร้องเรียนว่ามีตัวตนหรือไม่ มีความเกี่ยวข้องกับปมร้องเรียนอย่างไร น่าเชื่อถือหรือไม่ โดยจเรตำรวจมีกระบวนการในการตรวจสอบสืบสวน ในขั้นนี้เป็นกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น ซึ่งเร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด แต่คงกำหนดกรอบเวลาไม่ได้ เพราะเท่าที่ทราบมีการร้องเรียนมาถึง 2 - 3 ประเด็น กล่าวหาพาดพิงทั้งข้าราชการและพลเรือน หลายหน่วยงานก็ต้องจำแนกเพื่อตรวจสอบ แต่ทั้งนี้หากการตรวจสอบในขั้นต้นมีมูลเพียงพอว่าน่าจะมีการกระทำผิดในส่วนของตำรวจ ทางจเรตำรวจจะเสนอเรื่องมาที่ตนทันที ไม่ต้องไปเสียเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงอีก จากนั้นตนจะพิจารณาตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงได้ทันทีทันใด เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงเพราะทั้ง ผบ.ตร. และรัฐบาลให้ความสำคัญ ต้องรีบดำเนินการตรวจสอบและชี้แจงต่อสื่อมวลชน
เมื่อถามว่า ตามกระแสข่าวมีการกล่าวหานายตำรวจยศ พล.ต.ต. ที่เป็นผู้กว้างขวางและใกล้ชิดผู้มีอำนาจ จะกระทบต่อการตรวจสอบ สืบสวนเรื่องนี้หรือไม่ พล.ต.อ.สุชาติ บอกว่า ไม่กระทบ ไม่เกี่ยวว่าเป็นใคร หากการตรวจสอบพบหลักฐานว่ามีความผิด ใครที่คิดจะช่วยก็ช่วยได้ยาก เรื่องนี้ตนไม่หนักใจ หนักใจไม่ได้หรอก ใครที่มีหน้าที่ตรวจสอบแบบนี้หากใครถูกร้องเรียน มีหลักฐานก็ดำเนินการอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม เท่าที่ตรวจสอบเบื้องต้นมีการระบุถึงนายพลตำรวจ ยศ พล.ต.ต. จริง แต่ไม่ได้ระบุว่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับส่วยที่กล่าวหา แต่กล่าวหาว่า พล.ต.ต. เข้าไปเกี่ยวข้องเรื่องแต่งตั้ง ซื้อขายตำแหน่ง ซึ่งจะต้องตรวจสอบด้วย ตรวจสอบทั้งหมดทุกประเด็น ทั้งนี้ หากข้อเท็จจริงมีมูลว่า พล.ต.ต. น่าจะเกี่ยวข้องกระทำผิด ก็จะต้องแต่งตั้งผู้มียศตำแหน่งสูงกว่าเป็นกรรมการสอบ แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นนั้น กรณีนี้มีการร้องเรียนที่ บช.ภ.8 ด้วย ขณะนี้ทราบว่าทาง ภ.8 กำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่ ตนยังไม่ทราบรายละเอียด แต่หากผลตรวจสอบออกมาก็ต้องเรียกมาดู หากมีการกล่าวหาข้าราชการตำรวจนอกสังกัด ภ.8 ทาง ภ.8 ก็ไม่มีอำนาจตรวจสอบ ต้องส่งมาที่จเรตำรวจ ตนจะเอาข้อมูลมาดู หากพบว่าข้อมูลการร้องเรียนสอดคล้องกันก็ดำเนินการไปด้วยกันได้
ทั้งนี้ พล.ต.ต.สุชาติ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงกระบวนการสืบสวนข้อเท็จจริงต้องใช้เวลา หากมีผู้ประกอบการอ้างว่าจ่ายส่วยจำนวนหลายราย ก็ต้องตรวจสอบทุกรายว่าจ่ายส่วยให้ใคร อย่างไร กล่าวหาลอยๆ อ้างแค่เอกสารสำเนาไม่ได้ แต่ตามกฎหมายผู้ที่จ่ายส่วยเจ้าหน้าที่ก็ต้องถูกดำเนินคดีฐานให้สินบนเจ้าพนักงานด้วย ต้องยอมรับสถานะหนึ่งก็เป็นพยาน ต้องแยกแยะกัน เรื่องที่ต้องดำเนินคดีก็ว่าไป
เมื่อถามว่า การที่ให้ พล.ต.อ.สุชาติ ซึ่งมีชื่อชั้นเป็นนักสืบ มาตรวจสอบ สังคมก็คาดหวังจะเห็นความจริงปรากฏ พล.ต.อ.สุชาติ กล่าวว่า ได้เห็นแน่ งานนี้ได้เห็นกันแน่ เราต้องทำความจริงให้ปรากฏ หากมีหลักฐานตามกล่าวหา การตรวจสอบเรื่องรับส่วยไม่ใช่เรื่องยาก ต้องสืบสวนหาข้อมูล ก็เคยเห็นกันอยู่ อย่างไรก็ตาม เร่งรัดดำเนินการเรื่องนี้แล้ว



