
แท็กซี่เก็บเงินกว่า2.3หมื่นคืนเจ้าของร้านเสริมสวย
ผู้ขับขี่รถแท็กซี่สีส้มชาวสุรินทร์เก็บกระเป๋าเงินผู้โดยสาร กว่า 2.3หมื่นบาท แจ้งวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ สวพ.FM 91 คลื่นเพื่อข่าวสารความปลอดภัยและจราจร หาเจ้าของจนพบส่งคืน
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 27 กันยายน 2552 ที่สถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ สวพ.FM 91 คลื่นเพื่อข่าวสารความปลอดภัยและจราจร กองตำรวจสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ นายสกุลเพชร นิกุล อายุ 49 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ สีส้ม ทะเบียน ทม 7863 กรุงเทพ ได้ส่งมอบคืนกระเป๋าสตางค์ พร้อมเงินสด 23,797 บาท คืนให้กับนางสาวจงรักษ์ วิพัฒนากลืน อายุ 31 ปี เจ้าของธุรกิจร้านเสริมสวย ย่านประชานิเวศน์ มีนางสาวขนิษฐา ตระการไพโรจน์ ผู้ดำเนินรายการ ของทางสถานีฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน
นายสกุลเพชร นิกุล อายุ 49 ปี บ้านเลขที่ 1 หมู่ 2 ต.กะออม อ.สำโรงทาบ จ.สุรินทร์ ผู้ขับขี่รถแท็กซี่ โตโยต้า สีส้ม ทะเบียน ทม 7863 กรุงเทพ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเวลา 06.30 น. ที่ผ่านมา นางนิรมล นิกุล (ภรรยา) พร้อมด้วยตนเองเตรียมตัวเดินทางออกจากบ้านพักย่านพระราม 2 เพื่อจะไปหาซื้ออาหารกลับมารับประทานก่อนออกไปขับขี่รถหารายได้ จังหวะที่นางนิรมล เปิดประตูฝั่งผู้โดยสารตอนหน้า พบเห็นกระเป๋าสตางค์ ผ้ากำมะหยี่ สีแดง หล่นอยู่บริเวณล่องข้างประตู 1 ใบ เมื่อเปิดกระเป๋าตรวจสอบภายในพบว่ามี เงินสด ธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 21 ฉบับ, ธนบัตรฉบับละ 500 บาท จำนวน 5 ฉบับ, ฉบับละ 100 บาท 1 ฉบับ, ธนบัตรฉบับละ 20 บาท จำนวน 6 ฉบับ, เหรียญ 10 บาท จำนวน 4 เหรียญ, เหรียญ 5 บาท จำนวน 7 เหรียญ และเหรียญบาท จำนวน 2 เหรียญ รวมเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 23,797 บาท
ทั้งนี้ ภายในกระเป๋าสตางค์ใบดังกล่าว มีเพียงใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล รุ่นใหม่ มีลักษณะเป็นการ์ด ระบุชื่อ นางสาวจงรักษ์ วิพัฒนากลืน ซึ่งในใบอนุญาตขับขี่นี้ไม่ได้ระบุบ้านเลขที่ จึงทำให้ไม่ทราบว่า เจ้าของเงินสดดังกล่าวพักอาศัยอยู่ที่ไหน
และจากภาพถ่ายในใบอนุญาตขับขี่รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ทำให้ตนจำได้ว่าเจ้าของกระเป๋าสตางค์คือ ผู้โดยสารที่เรียกใช้บริการรถเมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. วันที่ 26 กันยายน 2552 ที่ผ่านมา จากถนนสามัคคี ไปลงที่แฟลตทหารย่านเกียกกาย ถนนสามเสน ซึ่งผู้โดยสารนั้นเป็นผู้หญิงทั้ง 2 คน จากนั้นจึงได้โทรศัพท์เข้ามายังหมายเลข 1644 “โทรฟรี” ของทางสถานีวิทยุ สวพ.FM 91 เพื่อตรวจสอบและประชาสัมพันธ์ตามหาเจ้าของกระเป๋า
ทางด้าน นางสาวจงรักษ์ วิพัฒนากลืน อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 70/149 ถนนทหาร แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ เจ้าของร้านเสริมสวย สีส้ม ซาลอน กล่าวว่า รู้สึกดีใจมาก เพราะตอนแรกที่ทราบข่าว ยังไม่รู้ตัวเลยว่าทำกระเป๋าสตางค์ พร้อมเงินสด 23,797 บาท ที่เบิกจากธนาคารฯ เพื่อเตรียมไว้ซื้ออุปกรณ์ และของจำเป็นเข้าร้านฯ หล่นหายบนรถแท็กซี่ กระทั่งช่วงเช้าวันที่ 27 กันยายน มีคนรู้จักคุ้นเคยได้ยินนายสกุลเพชร นิกุล ผู้ขับขี่รถแท็กซี่ น้ำใจงาม ประชาสัมพันธ์ผ่านทางสถานีวิทยุ สวพ.FM 91 จึงแจ้งให้ตนทราบ ตนพร้อมด้วยเพื่อนเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ สีส้ม จากปากซอยสามัคคี 34 เพื่อเดินทางมาบ้านพี่ชาย ที่แฟลต 64 ท่าน้ำเกียกกาย ถนนสามเสน ขณะที่นั่งรถแท็กซี่นั้น ตนนั่งเบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้า ส่วนเพื่อนนั่งด้านหลัง ระหว่างทางผู้ขับขี่รถแท็กซี่ ชวนพูดคุยเรื่องต่าง ๆ ตลอดเวลา รู้สึกว่าเป็นคนมีอัธยาศัยดีและเป็นกันเอง คิดว่ากระเป๋าสตางค์น่าจะหล่นขณะที่ก้าวลงจากรถ
“โดยปกติ เวลาใช้บริการรถแท็กซี่ จะชวนเพื่อนนั่งไปด้วยเพื่อความปลอดภัยทุกครั้ง และจะเลือกนั่งเบาะผู้โดยสารตอนหลัง ครั้งนี้ถือว่าเป็นความโชคดีที่ตนนั่งเบาะหน้า กระเป๋าสตางค์ พร้อมเงินสดทั้งหมดหล่นอยู่บริเวณด้านหน้า ซึ่งผู้ขับขี่รถแท็กซี่เป็นผู้เก็บได้ และเป็นคนดี รีบประสานงานส่งคืน หากหล่นอยู่เบาะหลังแล้วมีผู้โดยสารคนอื่นขึ้นมาพบเจอ ตนยังไม่ทราบว่าจะได้กระเป๋าคืนหรือไม่” นางสาวจงรักษ์ กล่าว
ขณะที่ นายสกุลเพชร โชเฟอร์แท็กซี่ น้ำใจงาม ยังกล่าวอีกด้วยว่า หลังจากที่ผู้โดยสารรายนี้ลงจากรถย่านเกียกกายแล้ว ตนได้รับผู้โดยสาร 4-5 ราย กระทั่งเที่ยงคืนถึงได้ขับรถกลับเข้าบ้านพักผ่อน เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นความโชคดีของนางสาวจงรักษ์ เพราะหากมีผู้โดยสารพบเห็นกระเป๋าใบดังกล่าวก่อน หรือถ้าไปเจอผู้ขับขี่รถแท็กซี่ที่ไม่ซื่อสัตย์ในอาชีพของตัวเอง ไม่รู้ว่านางสาวจงรักษ์ จะได้เงินสดทั้งหมดคืนหรือไม่ กรณีผู้โดยสารทำของหาย หรือทรัพย์สินมีค่าหล่นหายบนรถแท็กซี่ เป็นเรื่องที่ผู้โดยสารทุกคนต้องระวัง สำหรับตนนั้น ยึดอาชีพขับขี่รถแท็กซี่ มากว่า 13 ปี หารายได้เลี้ยงครอบครัวและยึดคติ “ความซื่อสัตย์ สุจริต ในอาชีพนั้น ใช้เงินซื้อหาไม่ได้ แต่ทำได้ถ้ามีความตั้งใจ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการตรวจนับเงิน และส่งมอบคืนกระเป๋า นางสาวจงรักษ์ วิพัฒนากลืน ได้มอบเงินสด จำนวน 1,000 บาท เพื่อเป็นสินน้ำใจตอบแทนให้กับ นายสกุลเพชร และนางนิรมล นิกุล (ภรรยา)



