
ปณิธาน‘คนดีแทนคุณแผ่นดิน’
ปณิธาน ‘คนดีแทนคุณแผ่นดิน’ สืบสานในแนวทางพระราชดำริ
เดินทางมาถึงปีที่ 11 สำหรับโครงการ “แทนคุณแผ่นดิน” ที่ทางเครือเนชั่นได้ดำริและริเริ่มร่วมกับหลายภาคส่วนรวมทั้งพันธมิตรผู้ให้การสนับสนุน โดยในปีนี้ได้จัดพิธีมอบรางวัลเกียรติยศ “แทนคุณแผ่นดิน” “78 ต้นแบบคนดีสู่ 65 ล้านคนดีทั่วไทย” ขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
โดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งเป็นประธานในพิธีเปิดพร้อมมอบรางวัล กล่าวตอนหนึ่งว่า บริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้จัดทำโครงการดังกล่าว ซึ่งเป็นโครงการที่เฟ้นหาคนดีและมอบรางวัลเพื่อเชิดชูเกียรติแก่คนดีในสาขาต่างๆ ซึ่งได้ติดตามโครงการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีแรกที่เริ่มโครงการ จนถึงปัจจุบันเข้าสู่ปีที่ 11 เป็นโครงการที่รวบรวมคนดีกว่า 750 คน ถือเป็นเครือข่ายคนดีขนาดใหญ่เครือข่ายหนึ่งในประเทศไทย กระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่ 77 จังหวัด เป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ชุมชนและเยาวชนไทย ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของประเทศ โดยโครงการทำให้เราได้รับรู้ถึงความดีและคนดีมีอยู่จริง เกิดความเชื่อมั่นว่าความดีมีคุณค่า
“การทำความดีไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เตือนเสมอว่าการทำความดีมันยากและน่าเบื่อ แต่ถ้าไม่ทำก็จะมีแต่พื้นที่ความเลว ขณะเดียวกันคนดีหายากไม่ใช่ไม่มีแต่หาไม่เจอ เพราะคนดีมักหลบซ่อนตัวเองอยู่มุมใดมุมหนึ่งของสังคมตลอดเวลา ทุกคนทำดีเพราะอยากทำดี ไม่ได้หวังอะไรตอบแทน แต่ถึงคนดีจะไม่ได้ต้องการอะไร แต่การได้รับการยอมรับจากสังคมมันทำให้ชุ่มฉ่ำหัวใจ มีกำลังใจ กายอยากทำความดีต่อไป เพราะทุกคนที่ทำความดีต้องใช้ความพยายามต่อสู้กับกระแสเลวๆ ทั้งหลาย ไม่ใช่เดินทางบนเส้นทางสะดวกสบาย” ดร.สุเมธ กล่าว
ดร.สุเมธ กล่าวต่อไปว่า ต้องขอชื่นชมบริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และองค์กรผู้ร่วมสนับสนุนโครงการดังกล่าว ที่ได้เห็นคุณค่าของการทำความดี ซึ่งเชื่อว่าสิ่งที่โครงการได้ดำเนินการมาตลอดเป็นการสนองพระราชประสงค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ให้คนไทยช่วยกันทำความดีและสร้างคนดี คนดีจะไม่มีวันถูกลืม คนดีจะไม่ถูกทิ้งให้โดดเดี่ยว สังคมยังคงจดจำคนดีทุกคน
“ความดีที่ทุกท่านได้กระทำ เป็นการเดินตามรอยพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช บรมนาถบพิตร ถ้าเราทุกคนทำดีและนำความดีมาเป็นแกนหลักในการดำรงชีวิตก็จะถือเป็นการสืบต่อความดีให้อยู่คู่คนไทย ประเทศไทยไปตลอดกาล ถือเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความเจริญก้าวหน้าให้ประเทศก้าวต่อไปอย่างมั่นคงยั่งยืน” ดร.สุเมธ กล่าว
ดร.สุเมธ กล่าวว่า “ความดี” เป็นเรื่องนามธรรม สิ่งที่จะทำให้สิ่งที่เป็นนามธรรมเกิดขึ้นได้จริงต้องนำไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งการปฏิบัติที่จะเป็นความดีได้นั้น ต้องทำดี ทำสิ่งที่ถูกต้อง และมีประโยชน์
ด้านนายเทพชัย หย่อง รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าเครือเนชั่นได้ริเริ่มโครงการดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2550 อันเป็นปีที่มีความพิเศษสำหรับปวงชนชาวไทย เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา โดยโครงการจะมุ่งยกย่อง เชิดชู ให้คุณค่าแก่ผู้ประกอบคุณงามความดีเพื่อประเทศชาติ
ซึ่งความดีที่บุคคลเหล่านี้กระทำไม่เพียงแต่พิจารณาจากผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม แต่บุคคลเหล่านี้ก็คือตัวอย่างจริงที่ทำให้เห็นว่า คนทำดียังมีอยู่ และเขาเหล่านี้มีความเพียรในการทำความดีมาอย่างต่อเนื่องให้เป็นแบบอย่างแก่คนในสังคมโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ให้ดำเนินรอยตามสมดังที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทมุ่งเน้นให้ทุกคนทำความดี ความดีส่งต่อกันได้ เผยแพร่ได้ และส่งต่อให้ผู้อื่นทำความดีได้ ทั้งพระองค์ยังทรงปฏิบัติให้เราเห็นเป็นแบบอย่าง ทรงมีพระวิริยอุตสาหะในการทรงงานเพื่อคนไทยในทุกขณะ
“โครงการนี้เป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศไทยมีความหวังมากขึ้นว่าเรายังมีคนดีพร้อมเสียสละตัวเองเพื่อสังคม มีอยู่ทุกจังหวัด ตำบล อำเภอ ในประเทศไทย คนเหล่านี้ไม่ได้เป็นคนที่มีชื่อเสียง ไม่ได้ทำงาน หรือทำความดีเพื่อเป็นข่าว หรือสร้างดราม่าในโซเชียลมีเดีย ทุกคนทำดีโดยไม่ได้หวังค่าตอบแทนหรือรางวัล โครงการนี้เป็นบทพิสูจน์ให้เห็นว่าทั่วแผ่นดินไทยยังคงมีคนดีให้พวกเราได้ค้นพบซึ่งสร้างความปีติ อิ่มเอิบใจว่ามีวิธีการต่างๆ มากมายที่เราสามารถทำความดีต่อสังคม เพื่อทดแทนคุณแผ่นดินเกิดของเรา” นายเทพชัย กล่าว
นอกจากนั้น โครงการนี้เป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายความดี เพื่อให้มีพื้นที่ในการหยิบยกปัญหา หรือสถานการณ์ต่างๆ ของชุมชนมาหารือร่วมกันเพื่อให้เกิดข้อเสนอแนะใหม่ๆ ในทางสร้างสรรค์แก่สังคม และชุมชม ผ่านการลงพื้นที่เจาะลึกค้นหาเรื่องราวของคนดีทั่วประเทศ มานำเสนอแบบอย่างการดำเนินชีวิตมาเผยแพร่ในรูปแบบรายการทีวี “แทนคุณแผ่นดิน”
รางวัลคนดีแทนคุณแผ่นดินปี 2560 จำนวน 74 คน แบ่งเป็น ภาคเหนือ จำนวน 15 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 19 คน ภาคกลางและภาคตะวันออก 28 คน และภาคใต้ 12 คน ส่วนรางวัลต้นแบบคนรุ่นใหม่แทนคุณแผ่นดินปี 2560 จำนวน 4 คน แบ่งเป็น ภาคเหนือ 1 คน ภาคกลาง 1 คน ภาคกลางและภาคตะวันออก 1 คนและภาคใต้ 1 คน
นายอุทัย สุทธิประภา อายุ 69 ปี จาก จ.ร้อยเอ็ด ผู้ประสานงานริเริ่มการก่อตั้งชุมชนร้อยเอ็ดอโศก ดำเนินชีวิตด้วยความเรียบง่าย 20 ปีแห่งการสร้างคนให้มีวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและใช้ชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง กล่าวว่า ดีใจมากที่ได้รับรางวัลในโครงการดังกล่าว เพราะไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้รับ เนื่องจากการทำงานเพื่อชุมชนที่ผ่านมาไม่ได้หวังอะไรตอบแทน เพียงแต่เราอยากสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นในชุมชน ผ่านการตระหนักถึงการใช้ชีวิตตามเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นหลักที่ทุกคนสามารถนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตของตนเองได้ โดยเศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่การงดใช้ของฟุ่มเฟือย แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีคิด รู้จักใช้เท่าที่มี แบ่งเก็บแบ่งใช้ ปลูกผักไร้สารพิษ อดออม ไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ใคร
“แรงบันดาลใจในการทำความดี ทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น มาจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระองค์ท่านทรงทำงานช่วยเหลือปวงชนชาวไทยอย่างไม่รู้จักความเหน็ดเหนื่อย ดังนั้น การทำความดีของตน แม้ไม่ใช่เรื่องยากแต่ก็ไม่ง่ายที่จะทำ เพราะทุกอย่างล้วนมีอุปสรรค ยิ่งการต้านกระแสค่านิยมต่างๆ ยิ่งยาก หลักเศรษฐกิจพอเพียง การพอมีพอกินพอใช้ที่ทุกคนสามารถทำได้เพียงมุ่งมั่น เราเป็นเพียงเสียงหนึ่งที่พยายามสร้างความเข้าใจในเรื่องนี้ ทุกครั้งที่เจอปัญหาได้น้อมนำพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 มุ่งมั่น ตั้งใจจริงในการทำสิ่งที่ดี มีประโยชน์ต่อผู้อื่น ถึงจะเหนื่อยและใช้เวลานาน อาจจะไม่มีใครสนใจแต่เราสุขใจที่ได้ทำ เผยแพร่การใช้ชีวิตดีๆ เพื่อผู้อื่น” นายอุทัย กล่าว
ด้าน น.ส.สุธิดา โสวัตร อายุ 18 ปี ต้นแบบคนรุ่นใหม่แทนคุณแผ่นดิน กล่าวว่า ตื้นตันใจมากที่ได้รับรางวัลในโครงการดังกล่าว เพราะไม่คิดว่าสิ่งเล็กๆ ที่เราทำเพื่อครอบครัวของเรา จะมีคนอื่นเห็นคุณค่า รางวัลดังกล่าวจึงเป็นเสมือนกำลังใจ แรงกายใจ ให้เราทำความดี มีความกตัญญูต่อครอบครัว ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของลูกๆ ที่ต้องแสดงต่อพ่อแม่ ที่ผ่านมาหารายได้เลี้ยงดูครอบครัวมาตลอด เพราะที่บ้านยากจน ช่วยเหลือพ่อแม่ได้ก็ควรทำ ช่วงปิดเทอมจึงออกไปรับจ้างในไร่ ใช้ความสามารถพิเศษด้านศิลปะการวาดภาพเหมือนให้เพื่อนๆ ที่โรงเรียน หารายได้เสริมจากการเก็บขวด ขอขวดพลาสติกจากเพื่อนๆ เพื่อนำไปขายต่อ
“ไม่เคยอายที่จะช่วยเหลือ แบ่งเบาภาระของพ่อแม่ เพราะต่อให้เป็นหน้าที่เล็กๆ แต่ลูกทุกคนควรทำ อยากให้ทุกคนระลึกถึงหน้าที่ของตนเอง ตั้งใจเรียนหนังสือ ช่วยงานที่บ้าน และรู้จักทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น รวมถึงอยากขอบคุณบริษัทเนชั่น และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกองค์กรที่มีส่วนผลักดันในโครงการนี้และจัดมอบรางวัลแก่คนรุ่นใหม่ได้เป็นแรงบันดาลใจในการทำดีเพื่อครอบครัวและสังคมต่อไป” น.ส.สุธิดา กล่าวทิ้งท้าย



