
เร่งระบายน้ำยมท่วม'บางระกำ'ลงแม่น้ำน่าน
ชลประทานเร่งระบายน้ำท่วมขังในทุ่งบางระกำลงสู่แม่น้ำน่านผ่านสองคลอง วันละ 25 ล้านลบ.ม.คาดกลางเดือน ธ.ค. เข้าสู่ภาวะปกติ
วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 สถานการณ์น้ำท่วมขังในจ.พิษณุโลกยังคงมีน้ำท่วมขังในทุ่งบางระกำ ในเขต 3 อำเภอของ จ.พิษณุโลก อยู่ประมาณ 399 ล้านลบ.ม. จากที่เคยท่วมขังสูงสุดถึง 550 ล้านลบ.ม. ขณะนี้กรมชลประทาน เร่งระบายน้ำที่ท่วมขังในทุ่งออกสู่แม่น้ำน่านเพิ่มขึ้น โดยได้ควบคุมระดับน้ำของแม่น้ำน่านให้อยู่ในระดับต่ำ วันนี้อยู่ที่ประมาณ 3 เมตร เพื่อระบายน้ำที่ท่วมทุ่งใน อ.บางระกำ ออกสู่แม่น้ำน่านได้เร็วขึ้น โดยระบายผ่านคลองระบายน้ำ DR 15.8 และ DR 2.8
ทั้งนี้ สภาพแม่น้ำน่านช่วงไหลนผ่านตัวเมืองพิษณุโลกเช้านี้ ที่สถานีวัดระดับน้ำ N5 A เชิงสะพานเอกาทศรถ อ.เมืองพิษณุโลก น้ำอยู่ที่ 2.87 เมตร ลดลงจากช่วงกลางเดือนตุลาคมที่เคยขึ้นไปสูงเกือบ 7 เมตร จากการลดการระบายน้ำของเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ ที่ระบายออกเพียงวันละ 3 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ที่มีปริมาณน้ำ 940 ล้าน ลบ.ม.(100.11 %) ระบายออก 60 ลบ.ม/วินาที หรือ 5.18 ล้าน ลบ.มต่อวัน และ ยกระดับน้ำเหนือเขื่อนนเรศวร ที่ระดับ 47.80 ม.รทก. ทำให้เช้านี้เห็นสภาพของเศษกิ่งไม้ ที่ติดอยู่ที่ตอม่อ สะพานเอกาทศรถจำนวนมาก
นายชำนาญ ชูเที่ยง ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายมน่าน เปิดเผยถึงการระบายน้ำออกจากทุ่งบางระกำว่า ปัจจุบันพื้นที่น้ำท่วมลดลง เหลือประมาณ 200,000 ไร่ ปริมาณน้ำที่อยู่ในคลองและในทุ่งนาลดลงอย่างต่อเนื่อง ยังคงมีปริมาณน้ำค้างทุ่ง ประมาณ 399.00 ล้าน ลบ.ม.
สำนักงานชลประทานที่ 3 ได้บริหารจัดการน้ำ เพื่อลดผลกระทบทุกพื้นที่ในภาพรวม โดยยังคงควบคุมการระบายน้ำให้เหมาะสม เขื่อนสิริกิติ์ ปริมาณน้ำเก็บกัก 8,437 ล้าน ลบ.ม (88.72 %) ระบาย 3 ล้าน ลบ.ม/วัน , เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ปริมาณน้ำ 940 ล้าน ลบ.ม.(100.11 %) ระบาย 60 ลบ.ม/วินาที หรือ 5.18 ล้าน ลบ.ม/วัน และยกระดับน้ำเหนือเขื่อนนเรศวร ที่ระดับ 47.80 ม.รทก. และระบายน้ำจากแม่น้ำยมลงสู่แม่น้ำน่าน ที่ คลองผันน้ำ DR-2.8 ระบาย 237 ลบ.ม/วินาที และ DR-15.8 ระบาย 69 ลบ.ม/วินาที รวมสองคลองที่ระบายน้ำจากแม่น้ำนมออกสู่แม่น้ำน่าน วันละ 25.60 ล้าน ลบ.ม คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติประมาณต้นเดือนธันวาคม และจะเริ่มให้เกษตรกรทำการเพาะปลูกข้าวฤดูนาปรังได้ตั้งแต่เดือนธันวาคม เป็นต้นไป ตามแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งประจำปี 2560/61



