ข่าว

จุดพลุช็อบช่วยชาติ-"บิ๊กตู่"ขอรมต.อย่าโกรธหลุดโผปรับครม.

จุดพลุช็อบช่วยชาติ-"บิ๊กตู่"ขอรมต.อย่าโกรธหลุดโผปรับครม.

08 พ.ย. 2560

ครม.ไฟเขียวมาตรการช็อปช่วยชาติเริ่ม 11 พ.ย.-3 ธ.ค. ขณะที่“บิ๊กตู่”เผยปรับครม.ขอรัฐมนตรีอย่าโกรธหลุดโผ ด้านผู้ว่าฯ ชลบุรี-นนทบุรีโดนเด้งเข้ากรุ

 

    เป็นข่าวดีสำหรับคนไทยในช่วงปลายปีหลังจากกระทรวงการคลังได้เสนอมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี 2560 หรือช็อปช่วยชาติ โดยเป็นการให้นำรายจ่ายค่าซื้อสินค้าและบริการมาหักลดหย่อนภาษีได้ตามจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาท ล่าสุด ครม.ได้อนุมัติมาตรการช็อปช่วยชาติแล้ว โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน ไปจนถึงวันที่ 3 ธันวาคม 2560

ครม.ไฟเขียว “ช็อปช่วยชาติ”

    เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปี หรือมาตรการช็อปช่วยชาติ ระหว่างวันที่ 11 พฤศจิกายน-3 ธันวาคม 2560 โดยลดภาษีให้บุคคลธรรมดาตามที่ใช้จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาทต่อคน โดยการลดหย่อนภาษีมาตรการช็อปช่วยชาติครั้งนี้ คาดว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ขณะที่กระทรวงการคลังประเมินว่ารัฐจะสูญเสียรายได้จากภาษีประมาณ 2,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การลดหย่อนภาษีในมาตรการนี้ไม่ครอบคลุมถึงการใช้จ่ายเกี่ยวกับการท่องเที่ยว เช่น ค่าโรงแรม ค่าจ้างมัคคุเทศก์ และค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาล

    ทั้งนี้ มาตรการช็อปช่วยชาติมีการดำเนินการครั้งแรกช่วงปลายปี 2558 เป็นเวลารวม 7 วัน ระหว่างวันที่ 25-31 ธันวาคม 2558 และต่อมาในปี 2559 มีการเพิ่มระยะเวลาเป็น 18 วัน ระหว่างวันที่ 14-31 ธันวาคม 2559 ซึ่งปีนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องการให้ขยายเวลาให้มากขึ้นกว่าที่เคยทำมา

    ก่อนหน้านี้ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เชื่อมั่นว่า มาตรการช็อปช่วยชาติ เป็นมาตรการที่ทำให้กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในช่วงปลายปีนี้ จะทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้เพิ่มขึ้น ถึงแม้ปัจจุบันการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3 คาดว่าจะขยายตัวได้ 4% และในไตรมาสที่ 4 จะขยายตัวได้มากกว่า 4% ทำให้ทั้งปีนี้เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 3.8-3.9%

   นายอภิศักดิ์กล่าวว่า มาตรการภาษีช็อปช่วยชาติ ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน-3 ธันวาคม ไม่ได้ไปใช้ปลายปี เนื่องจากไม่ต้องการให้ประชาชนรู้สึกว่า ทุกสิ้นปีจะต้องมีมาตรการนี้ และก็จะรอไปใช้จ่ายในช่วงสิ้นปี ซึ่งในปีนี้ก็ทำเป็นพิเศษออกมา หลังจากที่ประชาชนผ่านช่วงไว้ทุกข์ เพื่อต้องการให้ประชาชนตื่นตัว มีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น

   “คลังได้เตรียมมาตรการนี้ไว้ แต่พอมีข่าวออกมา ทุกคนก็รอ คิดว่าถ้าไม่รีบทำทุกคนก็รอ ไม่ใช้จ่าย ก็เลยให้มีผลทันทีในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้” นายอภิศักดิ์ กล่าว

   ทั้งนี้ แม้ว่ามาตรการดังกล่าวจะส่งผลให้รัฐต้องสูญเสียรายได้ 2,000 ล้านบาทต่อปี แต่จากที่ผ่านมา 2 ปี ที่มีการใช้มาตรการนี้ พบว่า ร้านค้าต่างๆ ที่อยู่นอกระบบ ก็เข้ามาอยู่ในระบบเสียภาษีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ร้านอาหารต่างๆ มีการออกใบเสร็จ ซึ่งทำให้เห็นว่า ร้านค้าต่างๆ ถ้าเข้ามาอยู่ในระบบก็จะได้สิทธิประโยชน์จากมาตรการของรัฐ

“บิ๊กตู่” เมินปลดล็อกการเมือง

     เวลา 14.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองเรียกร้องให้ปลดล็อกทางการเมืองให้สามารถทำกิจกรรมได้ว่า จากการประชุมคสช.เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ได้พิจารณาและประเมินสถานการณ์มีการจัดทำเอกสารแจกสื่อโดยตนได้เน้นให้พิจารณาประเมินสถานการณ์เป็นระยะๆ ทางคสช.วันนี้ก็ได้ประเมินสถานการณ์ให้เห็น ยังมีปัญหาหลายประการด้วยกัน เรื่องนี้ทุกคนต้องช่วยกัน เพราะการเดินหน้าตามโรดแม็พสำคัญที่สุด ทั้งนี้ คำว่าโรดแม็พคือ กฎหมายต่างๆ ต้องสมบูรณ์ เรียบร้อย โดยเฉพาะกฎหมายลูกต้องเกิดความชัดเจนขึ้น ตนไปบังคับไม่ได้ เป็นเรื่องของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่จะพิจารณากันไป จะเห็นชอบหรือไม่ ไม่ใช่จะไปสั่งได้ ว่าจะเอานู่นนี่ หรือไม่เอาอันไหน ไม่เคยสั่งเลย ถ้าสั่งได้คงไม่เป็นแบบนี้ คงไม่มีปัญหาทักท้วงอะไรมากมาย นี่คือสิ่งที่ทำอยู่ไม่ได้ใช้อำนาจ ส่วนที่เกรงกันว่าถ้าปลดล็อกการเมืองช้า พรรคการเมืองจะเตรียมการจัดตั้งพรรคไม่ทันภายในเวลาที่กฎหมายพรรคการเมืองกำหนดนั้น บอกแล้วว่า ปัญหาอยู่ที่กฎหมายลูก เรื่องใดก็ตามที่เป็นเรื่องที่พรรคการเมืองต้องทำ คงไม่ปล่อยให้ทำไม่ทัน และก็มีอำนาจสิทธิ์ขาดในการขยายระยะเวลาอะไรต่างๆ ให้เขาทำให้ทัน มีอำนาจอยู่ตรงนี้ อย่าลืม

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าวถึงเรื่องการพิจารณาปลดล็อกพรรคการเมือง นายกฯ ได้ให้เจ้าหน้าที่นำเอกสารสรุปการหารือของคสช.ถึงความจำเป็นที่คสช.ยังไม่ปลดล็อกการเมือง พร้อมแนวทางแก้ไขหากปลดล็อกพรรคการเมืองช้า

ยังไม่คิดตั้งพรรคการเมือง

     เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตถึงกระแสข่าวคสช.จะตั้งพรรคการเมือง เพื่อต้องการลดขนาดพรรคเพื่อไทย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะไปลดขนาดใครได้ เป็นเรื่องที่ประชาชนจะเลือก จะตั้งพรรคหรือไม่ตั้ง ประชาชนเป็นคนเลือก จะเลือกใครก็แล้วแต่ วันนี้ต้องมีทางเลือกให้ประชาชนหรือเปล่า นั่นคือสิ่งที่ต้องพิจารณากันต่อไป ถ้าไม่มีทางเลือก เขาก็ไม่รู้จะเลือกใคร แล้วจะอย่างไรก็ไปคิดกันมาแล้วกัน ช่วยแนะนำทางออกว่า ควรทำตัวอย่างไร ส่วนที่ถามว่า จะต้องมีปัจจัยอะไรที่ คสช.ต้องตั้งพรรคการเมืองนั้น ไม่รู้ ยังไม่ได้คิด พูดไปแล้ว ประเมินเอา ส่วนที่ถามถึงกระแสข่าวกลุ่มพลังชาติไทยเคลื่อนไหวอาจมีความเกี่ยวข้องกับคสช.นั้น กลุ่มพลังชาติไทยเพิ่งเคยได้ยินชื่อ และไม่จำเป็นต้องไปพึ่งเขา ฉะนั้นจะแอบอ้างอะไรได้ให้กระทรวงกลาโหมไปตรวจสอบดู เขาเคยเป็นข้าราชการทหารในกระทรวงกลาโหม เป็นนายทหารพระธรรมนูญ วันนี้ได้ตรวจสอบมาแล้ว ไม่มีบทบาท ไม่รู้จักด้วยซ้ำไป ถ้าจะมาอ้างว่าทำพรรคเพื่อคสช. ไม่จำเป็นหรอก พรรคคสช.ไม่มี วันนี้มีพรรคหลายพรรคทั้งจดทะเบียนใหม่ พรรคทางเลือกใหม่ เหล่านี้ต้องหาทางออกให้ประชาชนมีทางเลือก อย่าไปส่งเสริมสนับสนุนเดิมๆ อยู่ตลอดไป แล้วมันก็จะพันอยู่แบบเดิมๆ ก็สุดแล้วแต่ประชาชนจะเลือก เรื่องนี้กำลังให้ติดตามดูอยู่ ผิดถูกตรงไหน การกล่าวอ้างเป็นอย่างไร มีการจัดตั้งมูลนิธิจิตอาสาช่วยคสช. ยืนยันว่าไม่มี จิตอาสามีอยู่แล้วในระบบ รู้กันอยู่แล้ว พวกอ้างกันเรื่อยเปื่อยไป ความผิดทั้งนั้น

    “ฉะนั้นรัฐบาลจะทำอะไรต่อไปหรือผมจะทำอะไรต่อไป เป็นเรื่องที่ผมต้องพิจารณาด้วยวิจารณญาณของผมว่าจะวางบทบาทอย่างไร วันนี้ก็ไปถามรัฐมนตรีกลาโหมอีกว่าจะตั้งพรรคหรือไม่ตั้ง ไม่ต้องไปถาม วันนี้ยังไม่ได้ตั้งก็คือยังไม่ได้ตั้ง ก็แค่นั้นเอง ไม่ใช่พอวันนี้ไม่ตั้ง ก็ถามอีกว่าวันหน้าจะไม่ตั้งใช่ไหม เรื่องคสช.ตั้งพรรคการเมืองยังไม่ได้คิดตอนนี้ดูสถานการณ์ไปก่อนมีเวลาอีกตั้งปี วันนี้บ้านเมืองต้องการความสงบ เดินหน้าปฏิรูปในระยะที่ 2 ให้ได้เพื่อส่งต่อรัฐบาลเลือกตั้ง และรัฐบาลเลือกตั้งในวันข้างหน้าก็เป็นรัฐบาลที่เป็นพรรคการเมืองทั้งนั้น นักการเมืองที่เข้ามา ใครไม่ใช่นักการเมืองจะเข้ามาได้อย่างไร คิดตรงนั้นสิ กฎหมายมีอยู่แล้ว จะมาเขียนว่าเอื้อประโยชน์อะไรให้ จะได้ประโยชน์อะไร ไม่เห็นจะได้หรือเสียประโยชน์อะไรสักอย่าง ฉะนั้นทุกพรรคก็ให้ประชาชนไปเลือกตั้งมา ประชาชนต้องมีหลักคิดมีภูมิคุ้มกันเรื่องการเมืองให้ดี อย่าไปเชื่ออะไรง่ายๆ สิ่งที่พูดจะเชื่อหรือเปล่าก็บังคับกันไม่ได้ แต่มีความจริงใจให้ ใน 3 ปีที่ผ่านมา ทำงานมาเยอะแยะ แก้ไขเรื่องบกพร่องต้องคำนึงถึงประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก ไม่ได้คิดเรื่องได้อำนาจเสียอำนาจ หรือคำว่าโควตาทหาร โควตาการเมืองพรรคการเมือง พรรคทหาร เลิกได้แล้ว” นายกฯ กล่าว

จุดพลุช็อบช่วยชาติ-"บิ๊กตู่"ขอรมต.อย่าโกรธหลุดโผปรับครม.

เผย“ปรับครม.”ไม่มีบกพร่อง

     นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการปรับ ครม.ว่า อยากให้ทุกคนสนใจในเรื่องเหล่านี้ว่าการปรับ ครม.ก็เป็นเพียงวิธีการหนึ่งที่จะบริหารงาน บริหารราชการในลักษณะทางการเมือง และข้าราชการการเมือง ซึ่งวันนี้เราทำหน้าที่งานการเมืองตรงนี้อยู่ ส่วนคำถามที่ว่าจะลดโควตารัฐมนตรีที่มาจากทหาร ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องมาเกลียดทหาร ไม่เข้าใจ ที่ผ่านมาในช่วงแรกๆ อยากถามว่า ใครเป็นคนทำ ช่วงแรกที่ยังไม่มีพลเรือนไม่มีใครเข้ามาแล้วใครเป็นคนทำงาน ระยะแรกกี่เดือน กี่ปี ก่อนที่จะมีครม. ใครเขาทำ และเขาทำงานกันมาหรือไม่ ไม่รู้จะรังเกียจทหารอะไรกันนักหนา เขาก็ทำหน้าที่ทำทุกอย่างเริ่มต้นไว้ให้แล้ว วันนี้ถ้าจำเป็นก็ปรับแค่นั้นเอง ยืนยันว่าไม่มีโควตาอะไรทั้งสิ้น ไม่มีคำว่า โควตาทหาร ตำรวจ พลเรือน อย่าไปวิพากษ์วิจารณ์เอาคนนั้นคนนี้เข้ามา จะเอาผบ.ตร.บ้าง คนนั้นบ้าง คนนี้บ้าง ไปคิดอะไรกันนักหนา

      "ผมคงไม่ใช้วิธีการนั้นในการปรับครม. รัฐบาล คสช. และผมมีหน้าที่ในการดำเนินการไปตามเจตนารมณ์ของคสช. ในการเข้ามาตั้งแต่ปี 2557 ว่าเราจะต้องทำอย่างไรให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อย มีความมั่นคง มีเสถียรภาพ ทั้งการเมือง และความมั่นคง นำไปสู่การแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นการปรับเปลี่ยนของรัฐบาลชุดนี้ก็จะขึ้นอยู่ที่ผลงาน ยืนยันว่าทุกคนไม่มีข้อบกพร่อง แต่อาจจะไม่ถูกใจทั้งหมด วันนี้ประเทศไทยต้องเอาเหตุผล เอาหลักการทางความคิดมาพูด สื่อก็ต้องช่วยสร้างความเข้าใจ เพราะสื่อต่างก็รู้ดีว่าวันนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร” นายกฯ กล่าว

ลั่น“บิ๊กฉัตร”ไม่ใช่กล่องดวงใจ

     นายกฯ กล่าวต่อว่า การปรับครม. ยืนยันว่าจะทำให้ดีที่สุด ทำอย่างไรให้การปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์เดินหน้าต่อไปได้ ถือเป็นปัจจัยที่ทำให้คิดว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไปในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการปรับครม. การปลดล็อกพรรคการเมือง และเรื่องอื่นๆ ขอร้องว่าอย่าให้เกิดความวุ่นวายขึ้นอีก “ในส่วนการทำงานบางครั้ง อาจมีการกล่าวว่า พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ เป็นกล่องดวงใจของนายกฯ ยืนยันว่า กล่องดวงใจมีเพียงครอบครัว นอกนั้นคือเพื่อน เพื่อนร่วมงานก็เป็นธรรมดาทุกคนก็มีเพื่อน ทุกคนก็มีด้วยกันทั้งนั้น แต่ก็ต้องมีลิมิตมีการขีดเส้นว่า จะวางตัวอย่างไรกับเพื่อนกับผู้ร่วมงาน รัฐมนตรี ซึ่งที่ผ่านมาบอกมาตลอดว่างานก็คืองาน ส่วนตัวก็คือส่วนตัว ไม่เคยเอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับงาน ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าว พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ลาออกว่า “ไม่รู้ ไม่ได้ยิน ใครออก” เขาลาออกจากการเป็นบอร์ด บริษัทการบินไทย เท่านั้น” นายกฯ กล่าว

ปัด“ศิริชัย”ลาออกเหตุไม่พอใจ

     พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงสาเหตุที่ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ลาออกจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยมีกระแสข่าวว่าถูกกดดันและไม่พอใจเนื่องจากที่ปรึกษานายกฯ ชื่อย่อ “ดอกเตอร์ อ.” เร่งให้กระทรวงแรงงานจัดซื้อเครื่องสแกนม่านตา เพื่อใช้จัดเก็บข้อมูลแรงงานต่างด้าวว่า “อะไร อะไร” พร้อมกล่าวว่า ถ้าจะมีก็คงเป็นทีมที่ปรึกษาของคณะทำงานของนายกฯ ที่เสนอคำปรึกษาเข้ามา จากนั้นจะเสนอความเห็นไปให้รองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ขับเคลื่อน ส่วนที่ปรึกษานี้ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวว่าจะต้องมาจัดซื้อจัดจ้าง หรือบังคับให้มีโน่นมีนี่ อย่างไรก็ตาม ในประเด็นการจัดซื้อเครื่องสแกนม่านตา จะให้ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ ชี้แจงในรายละเอียดว่า มีความจำเป็นหรือไม่อย่างไร ขณะนี้รัฐบาลเร่งรัดในเรื่องการแก้ไขปัญหาประมงผิดกฎหมาย (ไอยูยู) การค้ามนุษย์ โดยต้องเร่งตรวจสอบทั้งแรงงานบนเรือและบนบก แต่ที่ผ่านมา พบว่าการตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลโดยลายนิ้วมือและภาพถ่ายนั้นมีปัญหาคลาดเคลื่อน เมื่อแรงงานทำงานได้สักระยะ ลายนิ้วมืออาจไม่ชัดเจน เนื่องจากใช้มือมาก ดังนั้น การมีเครื่องสแกนม่านตาก็จะสามารถพิสูจน์ได้ดีขึ้น ป้องกันการบิดเบือน แก้ไขปัญหาการทุจริตในระบบการจ้างแรงงาน การย้ายงาน เนื่องจากเครื่องเหล่านี้มีความผิดพลาดน้อยมาก

จุดพลุช็อบช่วยชาติ-"บิ๊กตู่"ขอรมต.อย่าโกรธหลุดโผปรับครม.

นายกฯ ขอรมต.อย่าโกรธปรับครม.

     ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการปรับครม. ว่า ไม่มีใครรู้นอกจากนายกฯ และในที่ประชุมครม. นายกฯ ได้อธิบายว่า ท่านจำเป็นต้องฟังทุกคน รวมทั้งเสียงทุกที่ต้องฟังข้อมูลนั้น จะตกลงใจภายใต้หลักเกณฑ์ที่ว่าทำอย่างไรให้ประเทศขับเคลื่อนไปได้ตามโรดแม็พ มีรายละเอียดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเดินไปตามที่กำหนด จึงขอให้เพื่อนพ้องน้องพี่ทั้งหลายขอให้เข้าใจว่าท่านมีความจำเป็นอย่าน้อยใจ อย่าเสียใจ ท่านทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ประเทศ ซึ่งตนก็เห็นครม.พยักหน้ารับทราบ

     ด้าน พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ช่วงท้ายการประชุมครม. นายกฯ ได้กล่าวกับรัฐมนตรีว่า หลายคนในที่นี้ได้ทำงานร่วมกันมากว่า 3 ปี ขอบคุณทุกคนที่ทำงานเพื่อประเทศชาติ ซึ่งไม่มีใครทำผิดพลาด บกพร่องหรือทำอะไรผิด แต่มีความจำเป็นต้องปรับเพื่ออนาคต “อย่าโกรธอะไรผม และผมขอใช้อำนาจของผมในการปรับ”

มีชัยชี้ตั้งพรรคได้แต่อดสมัครส.ส.

     วันเดียวกัน ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. กล่าวถึงกระแสการตั้งพรรคการเมืองของ คสช. โดยล่าสุดมีปรากฏว่าภาพถ่ายเดินทางไปสาธารณรัฐประชาชนจีนกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ และนายกรพจน์ อัศวินวิจิตร อดีตรัฐมนตรี เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมือง แต่เป็นการเดินทางไปต่างประเทศตามปกติเท่านั้น อีกทั้งนายปรีชาก็ไม่ได้สนใจการเมืองแล้ว จึงคิดว่าการเดินทางไปจีนไม่ได้มีนัยทางการเมืองแต่อย่างใด และไม่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลหรือฝ่ายใดในการทำหน้าที่ประสานงานกับอดีตนักการเมือง เพื่อไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลตามที่ปรากฏเป็นข่าวก่อนหน้านี้ เพราะไม่ได้มีศักยภาพพอ ทั้งนี้ รัฐบาลจะดำเนินการปรับครม.อย่างไรก็เป็นเรื่องของรัฐบาล

     เมื่อถามว่า หากคนในรัฐบาลจะตั้งพรรคการเมืองสามารถทำได้ในเวลานี้ใช่หรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า ต้องแยกกันระหว่างการลงสมัครส.ส.กับการตั้งพรรคการเมือง โดยการลงสมัครส.ส.นั้น ในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ได้กำหนดชัดเจนว่าหากสมาชิกสนช. ครม. หรือ คสช. จะลงสมัครส.ส.ได้ก็ต่อเมื่อพ้นจากตำแหน่งเป็นเวลา 90 วันนับแต่วันที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ซึ่งปัจจุบันพ้นระยะเวลาแล้วจึงไม่สามารถลงสมัครส.ส.ได้ แต่ส่วนการตั้งพรรคการเมืองและเป็นการสมาชิกพรรคการเมืองเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่กฎหมายรองรับเอาไว้ ซึ่งสามารถดำเนินการดังกล่าวได้ ขณะที่ กรธ.ต้องห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 2 ปีอยู่แล้ว

จุดพลุช็อบช่วยชาติ-"บิ๊กตู่"ขอรมต.อย่าโกรธหลุดโผปรับครม.

 “นิพิฏฐ์” แฉพรรคทหารหาเสียงแล้ว

     ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า ในพื้นที่มีคนอ้างว่าเป็นพรรคทหาร รวมถึงอ้างชื่อ พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์ อดีตคณะทำงานเตรียมการปฏิรูปเพื่อคืนความสุขให้คนในชาติด้วย ซึ่งก็มีความตรงกัน เพราะในพื้นที่ปักษ์ใต้อดีต ส.ส.หลายคนก็บอกว่า พรรคทหารเดินหาเสียง เปิดตัวอย่างเปิดเผยกันแล้ว และส่วนใหญ่เป็นอดีตนักการเมืองท้องถิ่นเป็นหลัก และข้าราชการเกษียณ ซึ่งตรงกับข้อเท็จจริงที่เคยให้ข่าวไปก่อนหน้านี้ จึงไม่แปลกใจ เพราะรู้มานานอยู่แล้ว

     “ข่าวที่ออกมาวันนี้ผมไม่แปลกใจ เขามีสิทธิที่จะทำได้ และปรากฏการณ์แบบนี้เราเคยเห็นแนวมาแล้วในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตนายกฯ ก็เคยตั้งพรรคการเมืองมาแล้ว จะแปลกอะไรถ้าในยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. ที่มาจากการยึดอำนาจจะตั้งพรรคหรืออาจจะมีคนตั้งพรรคให้ ผมไม่ได้รังเกียจถ้าจะลงสมัครส.ส.ในพื้นที่ การแข่งกันทำความดี ทำเพื่อชาติ บ้านเมือง ไม่ต้องแอบ ขอให้ประกาศตัวเลยว่าจะลงแข่ง อย่าอาย ผมไม่มีปัญหาอะไรถ้าจะลงสมัคร ส.ส.” นายนิพิฏฐ์ กล่าว

 

“บิ๊กฉัตร” โต้ข่าวอยากพักสละเก้าอี้

      ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกระแสข่าวระบุว่าอยากพักหลังมีกระแสข่าวปรับครม.ว่า ไม่ได้เป็นแบบนั้น ไม่ได้ให้สัมภาษณ์แบบนั้น ไปเขียนกันเอง เพราะสื่อถามว่า ถ้าถูกปรับออกจะทำอย่างไร ซึ่งความจริงเรื่องการปรับครม. เป็นเรื่องของนายกฯ คนอื่นไม่มีสิทธิ์เกี่ยวข้อง ส่วนนายกฯ ได้สอบถามเรื่องดังกล่าวหรือไม่นั้น ยังไม่ได้พบนายกฯ และเรื่องการปรับครม.เป็นสิทธิ์ของนายกฯให้ถามดู มาถามใคร ไม่มีใครตอบได้ เพราะเป็นอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของนายกฯ ไม่จำเป็นต้องมาถามใคร

“บิ๊กแป๊ะ”ปัดลาออกไปเป็นรมต.

     เป็นกระแสข่าวลือกันตลอดว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะลาออกจากตำแหน่งเพื่อไปเป็นรัฐมนตรีในครม.ประยุทธ์ 5 วันเดียวกัน พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวยืนยันว่า ไม่ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง ตามที่มีกระแสข่าวตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา รวมทั้งไม่มีการทาบทามให้ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วงที่จะปรับคณะรัฐมนตรีนี้ โดยยังคงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติต่อไป ซึ่งการเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลในวันนี้ ก็เป็นการเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี ร่วมกับ คสช.ตามปกติ รู้สึกประหลาดใจต่อกระแสข่าวลือดังกล่าว เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำลังพล และประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ โดยได้เน้นย้ำกำลังพล และสั่งการให้ตำรวจในพื้นที่ประสบอุทกภัย ช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งจัดอุปกรณ์เรือท้องแบน และเปิดสถานีตำรวจเป็นที่พักชั่วคราว โดยให้มีการจัดสายตรวจดูแลบ้านพักของประชาชน เพื่อไม่ให้มิจฉาชีพก่อเหตุซ้ำเติม ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องเหตุประทุษร้ายประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมแต่อย่างใด

จุดพลุช็อบช่วยชาติ-"บิ๊กตู่"ขอรมต.อย่าโกรธหลุดโผปรับครม.

กมธ.ไม่ถกปม พัชรวาท-บุญเรือง

      ด้าน พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ สมาชิก สนช. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมกมธ. เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาว่า ที่ประชุมพิจารณาในส่วนของคำนิยาม ยังไม่ได้พิจารณาลงไปในเนื้อหารายมาตรา ซึ่งจะมีการประชุมอีกครั้งในวันที่ 8 พฤศจิกายน ส่วนกรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมในการทำหน้าที่ กมธ. ของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ และ พล.ต.ท.บุญเรือง ผลพานิชย์ สมาชิกสนช. นั้น ที่ประชุมไม่ได้หยิบยกเรื่องนี้มาพูดคุยกัน เพราะกมธ.จะพิจารณาเฉพาะเรื่องของกฎหมายเท่านั้น ส่วนที่วิพากษ์วิจารณ์กันนั้นถือเป็นเรื่องของความรู้สึกว่าควรหรือไม่ควร แต่ไม่ได้ทำให้ขัดกับกฎหมายหรือทำให้องค์ประชุมมีปัญหา ที่ประชุมจึงไม่หยิบมาพิจารณากัน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในการประชุมของกรรมาธิการ เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ที่ผ่านมานั้น พล.ต.อ.พัชรวาทได้เดินทางมาร่วมประชุมด้วยตามปกติ ขณะที่ พล.ต.ท.บุญเรืองได้แจ้งขอลาการประชุม

192 ประเทศยังไม่พบเบาะแส“ปู”

     วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการติดตามตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ฐานปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวว่า ล่าสุดขณะนี้ประเทศสมาชิกตำรวจสากลทั้ง 192 ประเทศ ยังไม่แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการพบตัว หรือ เบาะแสของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่อย่างใด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการตามขั้นตอนทั้งหมดแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ส่งให้แก่ประเทศสมาชิกเพิ่มเติม เกี่ยวกับการออกหมายน้ำเงิน เพื่อให้ประเทศสมาชิกแจ้งข้อมูลให้แก่ทางการไทยทันที หากพบตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลบหนีไปพักอาศัยในประเทศนั้นๆ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ยังไม่มีประเทศสมาชิกแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มายังทางการไทย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มีการประสานข้อมูลกับตำรวจสากลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากมีการพบตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ที่ประเทศใด ก็จะแจ้งข้อมูลให้ทางการไทยรับทราบทันที

จุดพลุช็อบช่วยชาติ-"บิ๊กตู่"ขอรมต.อย่าโกรธหลุดโผปรับครม.

เด้งผู้ว่าฯชลบุรี-นนท์เข้ากรุ

     ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีปรับย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ซึ่งโดนประชาชนแสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับการจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่า บัญชีแต่งตั้งโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ สมุทรปราการ และผู้ว่าฯน นทบุรี ไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯนครสวรรค์ ที่เสนอเข้าครม. ที่ประชุมได้เปลี่ยนแปลง โดยได้ขอเรื่องคืนมา และได้ขออำนาจนายกรัฐมนตรีให้ผู้ว่าฯ ชลบุรี และผู้ว่าฯ นนทบุรี มาปฏิบัติหน้าที่ช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี โดยไม่ขาดจากตำแหน่งเดิม ซึ่งจะเป็นไปตามกฎหมาย ดังนั้นรองผู้ว่าฯ ของทั้ง 2 จังหวัด ที่มีลำดับอาวุโสสูงสุดก็จะต้องขึ้นมาปฏิบัติราชการแทน

     เมื่อถามว่า ในการโยกย้ายสลับครั้งนี้ติดปัญหาอะไรหรือไม่ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า น่าจะเป็นเรื่องของความเหมาะสม และดีที่สุด โดยการนำผู้ว่าฯ ชลบุรี และผู้ว่าฯ นนทบุรี เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักนายกฯ ครั้งนี้ ยังไม่มีกำหนดเวลาว่าจะต้องปฏิบัติหน้าที่ไปถึงเมื่อไหร่ ส่วนที่ถามว่ากังวลหรือไม่ว่าหากมีมาตรการแบบนี้จะเกิดพฤติกรรมเลียนแบบนั้น “ไม่มีอะไรที่จะเป็นอย่างนั้น สังคมต้องอยู่ด้วยความเป็นจริง และก็รับฟังเสียงของพี่น้องประชาชน หน้าที่ของข้าราชการก็คือปฏิบัติหน้าที่ให้ประชาชน หรือสังคมเกิดความเข้าใจ จากการสอบสวนผู้ว่าฯ ทั้ง 2 คนพบว่าไม่มีความผิด แต่เพื่อให้การทำงานเดินไปอย่างราบรื่น วิธีนี้น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด”

จุดพลุช็อบช่วยชาติ-"บิ๊กตู่"ขอรมต.อย่าโกรธหลุดโผปรับครม.

 

ป.ป.ช.ฟันทุจริตไฟกทม. 39 ล้านแล้ว

      เมื่อเวลา 09.30 น. นายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รักษาราชการแทนเลขาธิการป.ป.ช. แถลงถึงกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีคำสั่ง ลงวันที่ 30 พฤษภาคม 2559 แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีกล่าวหานายจุมพล สำเภาพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กับพวก รวม 18 ราย ว่ากระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ในการจัดทำโครงการค่าใช้จ่ายการประดับตกแต่งไฟฟ้าเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว (Motif of Light) วงเงิน 39,500,000 บาท ดังนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครและผู้เกี่ยวข้อง ได้แก่ น.ส.ปราณี สัตยประกอบ ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว, นายธวัชชัย จันทร์งาม ผู้อำนวยการกองการท่องเที่ยว, นายมรกต ภูมิพานิช และนายสิทธิโชค อภิบาล นักพัฒนาการท่องเที่ยวปฏิบัติการ มีมูลความผิดอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 และตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 11 และมาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และมีมูลเป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 82 (1) (2) มาตรา 83 (3) มาตรา 85 (1) (7) ประกอบ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2554 มาตรา 44 โดยมีบริษัท คิวริโอ ทัวร์ แอนด์แทรเวิล จำกัด บริษัท สรรสร้าง จำกัด, น.ส.กันติกานต์ อินทศร, นายวีระศักดิ์ ศิริจันทร์เพ็ญ, นางสิริพร ชาวปราการ และ น.ส.คุณัณญา จรูญภาพิมล เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดอาญาดังกล่าว โดยให้ส่งรายงาน เอกสาร และความเห็นไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อพิจารณาโทษทางวินัยแก่เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร และส่งไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญาตามฐานความผิดข้างต้น ส่วนข้อกล่าวหานายจุมพล สำเภาพล, บริษัท จิปาถะ ไอเดีย จำกัด, นายคฑารัฐ สันธิศิริ, บริษัท สยาม เอ็ม.อี.อี. จำกัด และนายอนุชิต พลวิเศษ เป็นอันตกไป

สอบ “สุขุมพันธุ์” ไม่ระงับยับยั้ง

นายวรวิทย์กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังได้สั่งไต่สวนข้อเท็จจริงกับเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้เกี่ยวข้อง กรณีจัดทำเอกสารเท็จ จำนวน 16 ราย ประกอบด้วย 1.นายธวัชชัย จันทร์งาม ผู้อำนวยการกองการท่องเที่ยว 2.น.ส.เกสรี ดิษฐ์อ่วม เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน 3.บริษัท เก็ท ไลฟ์ แมเนจเม้นท์ จำกัด 4.นายทศเทพ วงศ์หนองเตย กรรมการผู้จัดการบริษัท เก็ท ไลฟ์ แมเนจเม้นท์ จำกัด 5.บริษัท แอคซิด ดิจิตอล จำกัด 6.นายเจริญชัย กาญจนพิบูลย์ กรรมการผู้จัดการบริษัท แอคซิด ดิจิตอล จำกัด 7.บริษัท ไว้ท์ลาย เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด 8.นายนคร ศรีเพชร กรรมการผู้จัดการบริษัท ไว้ท์ลาย เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด 9.บริษัท อะเบาท์ ไอเดีย อีเว้นท์ เอเจนซี่ จำกัด 10.นายอธิวัฒน์ ทองอินทร์ กรรมการผู้จัดการบริษัท อะเบาท์ ไอเดีย อีเว้นท์ เอเจนซี่ 11.บริษัท จิปาถะ ไอเดีย จำกัด 12.นายคฑารัฐ สันธิศิริ กรรมการผู้จัดการบริษัท จิปาถะ ไอเดีย จำกัด 13.น.ส.ปนัสยา ใจแก้ว 14.บริษัท คิวริโอ ทัวร์ แอนด์ แทรเวิล จำกัด 15.น.ส.กันติกานต์ อินทศร กรรมการผู้จัดการบริษัท คิวริโอ ทัวร์ แอนด์ แทรเวิล จำกัด และ 16.น.ส.สิริพร ชาวปราการ พร้อมให้แสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน กรณี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ระงับยับยั้งหรือตรวจสอบการทุจริตในโครงการดังกล่าว

ครม.ให้2ม.ค.61เป็นวันหยุดชดเชย

    จุดพลุช็อบช่วยชาติ-"บิ๊กตู่"ขอรมต.อย่าโกรธหลุดโผปรับครม.

เวลา 15.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุมครม.มีมติเห็นชอบให้วันที่ 2 มกราคม 2561 เป็นวันหยุดเพิ่มอีก 1 วัน ซึ่งเป็นการชดเชยวันที่ 31 ธันวาคม 2560 ที่เป็นวันหยุดประจำปี แต่ไปตรงกับวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุดประจำเดือน ดังนั้นสรุปแล้วปลายปี 2560 จะมีวันหยุด คือวันที่ 30-31 ธ.ค.2560 และวันที่ 1-2 ม.ค.2561 รวม 4 วัน ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. อธิบายให้ครม.ทราบว่า ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะเป็นข่าวดีหรือไม่ ถ้าจะเป็นข่าวดีก็คงต้องหยุด 5 วัน ส่วนคนที่ประกอบกิจการมองว่าหยุดมากไปก็ไม่ดีเศรษฐกิจไม่ขับเคลื่อน เพราะวันหยุดในเดือนธันวาคม 2560 มีจำนวนหลายวันไม่ว่าจะเป็นวันรัฐธรรมนูญ และวันที่ 5 ธันวาคม เป็นต้น

(หน้า1คมชัดลึก)