
สุริยะใสฟันธงแก้รธน.ล่มเหตุปชช.กลเกมการเมือง
"สุริยะใส" ฟันธงแก้ รธน.ล่ม เหตุกลายเป็นเกมการเมือง ประชาชนไม่รับ เชื่อไม่ว่าใช้รูปแบบใด จะเกิดแรงต้านจากมวลชน แนะ ล้มเลิกแนวคิดชงเองกินเอง หันมาให้เกียรติประชาชน หวั่นสังคมแตกแยก ประชาชนตกเป็นเหยื่อนักเลือกตั้ง
นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า วิวาทะว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญในขณะนี้ กำลังตกอยู่ในหลุมพรางของเกมการเมือง โดยเฉพาะบรรรดาพรรคการเมือง ทำให้กรอบและสาระที่ถกเถียงกันอยู่ในขณะนี้ไม่ได้อยู่บนผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง ซ้ำร้ายการแก้ไขรัฐธรรมนูญกำลังถูกลากไปเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมืองตลอดเวลา สังเกตได้จากการประชุมของวิป 3 ฝ่ายที่ยังไม่สามารถได้ข้อยุติ หรือบางครั้งได้ข้อสรุปในเบื้องต้นแล้วแต่ก็ไม่นิ่งหรือไม่เป็นที่ยุติ ซึ่งสะท้อนชัดเจนว่าเป็นเกมการต่อรองทางการเมือง ยื้อหยุดฉุดกระชากกันตลอเวลา
ถ้าเป็นแบบนี้ไม่ว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะได้ข้อยุติในรูปแบบใดก็ตาม ก็จะไม่จบและถูกลากเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งทางการเมือง เช่น ถ้าใช้รูปแบบการลงประชามติ กระบวนการลงประชามิตก็จะถูกบิดเบือนไปเป็นประเด็นเอาหรือไม่เอารัฐบาล คล้ายๆ กับตอนที่พรรคพลังประชาชนรณรงค์ให้ประชาชนลงมติไม่รับร่าง รธน.ฉบับ 2550 โดยอ้างว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับ คมช.จึงไม่สนใจเนื้อหาของรัฐธรรมนูญว่าก้าวหน้าหรือไม่
ในขณะเดียวกันหากใช้กระบวนการ สสร.3 พรรคเพื่อไทยก็จะไม่รับและจะเคลื่อนไหวมวลชนต่อต้านเพราะพรรคเพื่อไทยต้องการรวบรัดตัดตอนรื้อรัฐธรรมนูญเพื่อหวังผลนิรโทษกรรมทักษิณ และบีบให้รัฐบาลยุบสภา ซึ่งลึกๆ แล้วเพื่อไทยไม่ได้ต้องการปฏิรูปการเมืองแต่ต้องการเอาระบอบทักษิณกลับมาเท่านั้น
แต่หากใช้วิธีแก้โดยสภาฯ สใส.ที่เข้าชื่อยื่นญัตติ ก็จะถูกประชาชนเข้าชื่อถอดถอนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 122 ที่ห้าม สส.สว.ทำหน้าที่ขัดกันทางผลประโยชน์ ซึ่งยิ่งจะทำให้เรื่องล่าช้าไปอีกเพราะหากศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยก็ต้องใช้เวลา และกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ต้องยุติไว้ก่อนเพราะไม่รู้ว่าจะขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมา
ฉะนั้นบรรดา สส.สว.ควรล้มเลิกความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ไก่อน เพราะหากยังดันทุรังแบบนี้ก็พอคาดการณ์ได้ว่าความแตกแยกรุนแรงกำลังรออยู่เบื้องหน้า ซึ่งน่าแปลกใจว่าทำไมนักการเมืองไทยชอบนำพาสังคมไปสู่ความแตกแยกและมักกใช้ประชาชนเป็นเหยื่อทางการเมือง ทำไมไม่เลือกหนทางสันติและสมานฉันท์อย่างแท้จริง ถ้าจะให้ดีควรตั้งคณะกรรมอิสระจากหลายฝ่ายขึ้นมาศึกษาและทบทวนการบังคับใช้รัฐธรรมนูญก่อนค่อยพิจารณาว่าจะแก้ไข้ปรับปรุงอย่างไร
ถ้า สส.สว.สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมและให้เกียรติประชาชนมากกว่านี้ผมเชื่อว่าแรงต้านต่อการแก้ไขรัฐธรรรมนูญจะลดลง และจะทำให้กระบวนการแก้ไข รัฐธรรมนูญในอนาคตเป็นแนวทางสมาฉันท์มากกว่าแนวทางเผชิญหน้า



