
"เจ้าหน้าที่สถานทูตพม่า"ไม่เชื่อ"สาวใช้พม่า"ยิงตัวตาย
"เจ้าหน้าที่สถานทูตพม่า"กับญาติ "น.ส.หวาน" ยังไม่ปักใจเชื่อ"สาวใช้พม่า" ยิงตัวตาย
7 พ.ย.60-หลังจากที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจาก ภาค7ได้เข้าไปทำการจำลองวิถีกระสุนการยิงตัวตายของนางสาวหวาน สาวใช้พม่าภายในบ้านเลขที่15/13 ถนนปากแรต ต.บ้านโป่ง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี โดยมีญาติๆ เจ้าหน้าที่สถานทูตพม่า และทนายความเข้าดูการจำลองวิถีกระสุนอีกครั้ง ซึ่งใช้เวลานานกว่า1ชั่วโมง
นายโคโค นัย ตัวแทนผู้ประสานงานสถานทูตเมียนมาและญาติๆของน.ส.หวาน จึงได้ออกมาเปิดเผยว่า จากการที่ดูวิธีการจำลองสถานการณ์การยิงตัวตายของน้องน้ำหวานแล้ว ก็ยังไม่เชื่อว่าน้องจะฆ่าตัวตาย ซึ่งหลักฐานที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำมาให้ดูนั้นบอกเลยว่าไม่พอใจ เนื่องจากการจำลองเหตุการณ์นั้นวิถีกระสุนไม่ตรงกัน ซึ่งเมื่อเขาทำให้ดูก็พูดอะไรไม่ได้ ซึ่งหลักฐานในการยืนยันนั้นก็ต้องรอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะมีอะไรชี้แจงให้หรือไม่
"ผมจะต้องส่งเรื่องไปที่ประเทศพม่าด้วย ส่วนหลักฐานที่จะนำมาต่อสู้ก็ต้องดูว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นบอกว่า ถ้าฆ่าตัวตายมีหลักฐานอะไร ถ้าไม่ฆ่าตัวตายมีหลักฐานอะไรขอให้ชี้แจงให้ชัด ซึ่งถ้าไม่มีความเป็นธรรม ก็คือน้องฆ่าตัวตาย แต่ถ้าน้องถูกฆาตกรรมคือได้รับความเป็นธรรม"ตัวแทนผู้ประสานงานสถานทูตเมียนมา กล่าว
ด้านนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ก็บอกว่า การแสดงการยิงในวันนี้ก็พอไปกันได้กว่าครั้งแรก ซึ่งครั้งแรกนั้นเป็นไปไม่ได้ คดีนี้ถ้าไม่เอาศพไปผ่าอาจจะไม่รู้ แต่พอนำศพไปผ่าทำให้รู้ว่าการยิงจากซ้ายไปขวา นั้นมีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น โดยนัดแรกนั้นยืนยิง ส่วนนัดที่สองนั้นนั่งยิง ซึ่งไม่รู้อ้นไหนยิงก่อน ซึ่งคงจะต้องดูตามพยานหลักฐานให้มันสอดคล้องกันทางด้านวิทยาศาสตร์
"ส่วนตอนนี้ที่ยังคาใจอยู่คือระยะที่ยิงว่ายิงแบบประกบที่หัว หรือยิงในระยะที่ห่างออกไปซึ่งคงจะต้องรอผลการตรวจชิ้นเนื้อของน้องหวานว่าจะสามารถนำไปย้อมสีได้หรือไม่ ซึ่งทางนิติเวชจะสามารถตอบคำถามได้ดีกว่า และวันนี้ก็เป็นวันแรกที่ได้สำนวนการสอบสวนของสภ.บ้านโป่ง ซึ่งที่ผ่านมาไม่ยอมให้ดู ซึ่งจะต้องมีการชี้แจงในระบบ ซึ่งคนที่เป็นญาติของผู้เสียหายนั้น โดยเฉพาะเป็นชาวต่างชาติทำไม่ให้เข้าดูสำนวนการสอบสวน"ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ตั้งข้อสังเกตุ



